Skip to content

Outside Of Time 1251


บทที่ 1251 เลื่องชื่อทั่วจักรวาล

เสียงบีบชัดกระจ่าง

ใต้แรงบีบจากนิ้วทั้ง 5 ของสวี่ชิง ลำคอเนียนละเอียดของธิดาเทพซิงโหมวเป็นสีม่วงแดง กระดูกพลันแตกละเอียด แม้แต่โลหิตเทวะยังล้นออกจากปากซิงโหมว

แววตาหม่นมัว กลิ่นอายทั่วร่างเหมือนกำลังดับมอด สุดท้ายค่อยหมดสติไป

แต่อย่างไรซิงโหมวก็เป็นธิดาเทพ ไม่ว่าเป็นสายเลือดหรือพลังบำเพ็ญช่วงสภาพสมบูรณ์ ทั้งหมดล้วนไม่มีทางทำให้องค์ท่านสิ้นชีพง่ายๆ

สำหรับสวี่ชิงแล้ว ธิดาเทพที่มีชีวิตต่างหากที่มีมูลค่า

ดังนั้นเมื่อบีบคอนางจนละเอียด พลังผนึกอบอวลตัวซิงโหมวก่อนหน้านี้พลันปะทุ ถาโถมเข้าลำคอแหลกละเอียด กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระดูกและเลือดเนื้อ

ไม่เพียงเท่านี้ แดนเทพนรกรอบๆ รวมถึงจวนนรกชวนประหวั่น เนื่องจากไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยว ตอนนี้จึงพร่ามัวซ่านสลาย

เมื่อหายไป ตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิงไม่ถูกปิดกั้นอีก พลุ่งพล่านหลอมรวมกับผนึก

ทำให้ผนึกแน่นหนาหาใดเปรียบ

หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ ในใจสวี่ชิงค่อยผ่อนคลายลงบ้าง

ตอนนี้เสียงจิ้งจอกดินดังก้องในใจสวี่ชิง ‘โอ้ นี่คือธิดาเทพ ธิดาเทพคอหักแล้วดีขึ้นดังคาด’

‘นายน้อย ตลอดทางมานี้ข้ายอมให้ท่านกดขี่ ไม่เคยแค้นเคืองแม้แต่น้อย ดังนั้น…มอบธิดาเทพคนนี้ให้ข้าได้หรือไม่ ให้ข้าฝึกนางสักหน่อย’

จิ้งจอกดินใจเต้นอย่างเห็นได้ชัด ชัดเจนว่าสำหรับนางแล้ว การฝึกธิดาเทพกระตุ้นความตื่นเต้นของนางมาก

เจ้าเงาเกิดคลื่นความรู้สึกเช่นกัน ท่าทางกระเหี้ยนกระหือรือ

มันต้องการกิน…

สวี่ชิงไม่สน 2 คนนี้ กวาดสายตามองธิดาเทพตรงหน้า มือที่คว้าลำคอพลันแผ่แรงดึงดูด

เพียงพริบตาธิดาเทพซึ่งหมดสติตัวสั่นสะท้าน ทั่วร่างสั่นเทา แก่นตั้งต้นถูกดึงออกมาจากกายเป็นระลอก พุ่งเข้าลำคอ ผ่านแขนสวี่ชิง รวบรวมเข้าร่างกาย

ความบริสุทธิ์ของแก่นตั้งต้นไร้ใดเปรียบ ในนั้นยังมีกลิ่นอายสายเลือดจักรพรรดิเทพ ทำให้ความเข้มข้นของแก่นตั้งต้นน่าอัศจรรย์

ทั้งธิดาเทพคนนี้ยังเป็นระดับเทพแท้ สำหรับสวี่ชิงแล้วถือเป็นหินแก่นตั้งต้นล้ำค่าหาใดเปรียบ

ก่อนส่งมอบนาง เขาเตรียมตัวดูดซับสักหน่อย

ดังนั้นเลยดูดซับพลางสะบัดแขนเสื้อ หอบตัวซิงหวนจื่อที่หมดสติขึ้นมา

มอบแก่นตั้งต้นที่ตนดูดซับให้ส่วนหนึ่ง

ทำให้ซิงหวนจื่อซึ่งบาดเจ็บสาหัสอาการคงที่ ก่อนเยื้องย่างพาซิงหวนจื่อจากไป

เงาร่างเลือนหายชั่วพริบตา

หลายวันต่อมา แนวรบปีกซ้ายของวงแหวนที่ 5 มีข่าวบางอย่างแพร่สะพัดทั่วทิศเหมือนมรสุม กระจายทั่วทุกกองทัพ ทำให้ในใจผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วนปั่นป่วนรุนแรง

ธิดาเทพถูกจับแล้ว!

ผู้จับกุมคือกองเก็บกวาดแห่งกองทัพเกล็ดคำนึง กลุ่มของสวี่ชิง!

ตอนนี้กลุ่มของพวกเขามีกองทัพเกล็ดคำนึงคุ้มกันเต็มกำลัง จับตัวธิดาเทพ มุ่งหน้าไปยังค่ายแนวหน้าที่แม่ทัพใหญ่ประจำการตรงดาวยักษ์แดง

ข่าวนี้น่าทึ่งนัก ถ้าผู้จับได้เป็นเซียนชั้นล่างหรือผู้นำทัพ นั่นยังดี ไม่ทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญตรงแนวรบปีกซ้ายตื่นตระหนก

แต่กลับเป็น…กองเก็บกวาดจับได้!

เมื่อเป็นเช่นนี้ คลื่นลมที่เกิดขึ้นจึงมีขนาดมหึมา

ถึงอย่างไรชื่อเสียงของกองเก็บกวาดตรงแนวหน้าก็แย่มาก ตำแหน่งยิ่งต่ำกว่าผู้บำเพ็ญทหาร แต่ปัจจุบันกลับสร้างผลงานใหญ่เช่นนี้

ดังนั้นความยากเข้าใจกับคาดไม่ถึงจึงอัดแน่นในใจผู้บำเพ็ญแต่ละกองทัพ สิ่งที่ตามมาคือการสืบข่าวเกี่ยวกับกองเก็บกวาดกลุ่มนี้

ข่าวที่สืบมาจากกองทัพเกล็ดคำนึงสร้างความฮือฮาอีกครั้ง

“กลุ่มย่อยที่รวมตัวจากผู้ท่องเหินหรือ”

“ทั้งเป็นกลุ่มแรกและกลุ่มเดียวที่คุ้มกันการส่งมอบแก่นตั้งต้น ทะลวงผ่านกลางโม่บดเนื้อมาถึงแนวหน้า?”

“ระหว่างทางผ่านความเป็นตายมากมาย จากเดิมเกือบร้อยคน สุดท้ายเหลือเพียง 12 คน?”

“ซ้ำยังจับแท่นเทวะขั้นสูงสุดกลับมาทั้งเป็น?”

“หลังจากมาถึงแนวหน้าค่อยเป็นกองเก็บกวาด แต่กลับดึงดันเก็บศพบนสนามรบ?”

“เข้าร่วมสงคราม เชี่ยวชาญการเข่นฆ่ากว่าผู้บำเพ็ญทหารอย่างพวกเรา?”

“ถูกเรียกว่ากลุ่มส่งศพหรือ”

แต่ละเหตุการณ์ทำให้ผู้ฟังต่างเครียดขมึง มองความกร้าวแกร่งและน่ากลัวของกลุ่มย่อยนี้ออก

โดยเฉพาะยามทราบว่ากลุ่มย่อยนี้ ยอมบาดเจ็บสาหัสเกือบทั้งหมดเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ ทั้งสิ้นชีพอีก 7 คน ท่ามกลางความตกตะลึงและเครียดขมึง แต่ละกองทัพต่างรู้สึกนับถือ

ท่ามกลางกระแสความยกย่อง ข่าวอีกมากถูกขุดคุ้ยออกมา

“จากข่าวของสมาชิกกลุ่มโจวเจิ้งลี่ ยามจับกุมธิดาเทพ พวกเขายังเจอเทพแท้ระเบิดตัวเองด้วย!

“หัวหน้ากลุ่มของพวกเขา สวี่ชิง เห็นสมาชิกบาดเจ็บสาหัส ในใจเกิดจิตสังหารล้นฟ้า เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาแต่ละคนถือเป็นสหายร่วมรบซึ่งฝากชีวิตกันได้!”

“สวี่ชิงหัวหน้ากลุ่มของพวกเขา ตอนนั้นนัยน์ตาแดงก่ำ สีหน้าท่าทางเจ็บปวดทรมาน ลั่นวาจาว่าไม่ต้องการรางวัล สาบานว่าจะแก้แค้นให้เพื่อนร่วมกลุ่ม!”

“นี่คือคุณธรรมสูงส่ง ทั้งมีความรับผิดชอบ!”

“ต่อให้บาดเจ็บสาหัส สวี่ชิงยังพุ่งตัวผ่านดาวนับหมื่น ไม่เสียดายค่าตอบแทน ตามล่าธิดาเทพ สุดท้ายค่อยจับเป็นได้ หลั่งน้ำตาปลอบโยนผู้วายชนม์ ทำให้การเสียสละของเพื่อนร่วมกลุ่มมีคุณค่าและความหมาย!”

“ทั้งโจวเจิ้งลี่ยังเล่าอดีตชวนตะลึงเกี่ยวกับหัวหน้ากลุ่มสวี่ชิงให้ผู้ซักถามฟังว่า…”

“สวี่ชิงมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ บุคลิกโดดเด่น ใจเปี่ยมวิถีเซียน เอื้อเฟื้อน่าเกรงขาม ทั้งเป็นอันดับ 1 ในบรรดาผู้ท่องเหินจากนครเซียนครั้งก่อน ทุกคนล้วนเห็นด้วย!”

“ทั้งได้การยอมรับจากวังเซียนแสงเหนือที่หลับใหลมาหลายปี!”

“นอกจากนี้ช่วงรับภารกิจรวบรวมทรัพยากร เขาอาศัยพลังบำเพ็ญระดับกึ่งเซียน คุมการจลาจลตรงคุกเทพเจ้า กำราบเทพแท้ซึ่งกำลังคืนชีพ!”

“ผลงานรบนานัปการ ไม่มีสิ่งใดไม่น่าทึ่ง เลือดเย็นไร้ปรานีกับศัตรู อ่อนโยนต่อเพื่อนร่วมกลุ่มดุจญาติมิตร!”

ข่าวช่วงท้ายยิ่งน่าทึ่ง

ทำให้เรื่องใหญ่สร้างความฮือฮานี้ยกระดับขึ้นอีกขั้น

ช่วงนี้ทั้งแนวหน้าเขตสงครามปีกซ้ายจึงรู้จักกลุ่มย่อยนี้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะหัวหน้ากลุ่มสวี่ชิง

หลังจากผู้บำเพ็ญเกือบทั้งหมดใช้วิธีของตนตรวจสอบความจริงแล้ว ไม่ว่าในใจคิดอย่างไร ทุกคนล้วนกล่าวประโยคเดียวกัน

“สวี่ชิงคนนี้เหมาะสมกับชื่ออริยะเซียน!”

ณ ค่ายกลส่งข้ามจักรวาลสำหรับมุ่งหน้าไปดาวยักษ์แดง ผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วนรวมตัวกัน พวกเขาอยากเห็นหน้าตาธิดาเทพ ทั้งอยากชมความสง่างามของกลุ่มย่อยนั้น

ค่ายกลส่งข้ามที่ถูกผู้บำเพ็ญแต่ละกองทัพล้อมรอบและจับตามอง ถ้ามองจากไกลๆ คล้ายตำหนักเซียนมหึมาลอยอยู่ระหว่างดวงดาว เด่นตระหง่านท่ามกลางความมืดมิดไร้ขอบเขต แผ่กลิ่นอายน่ายำเกรง

เสาหินผลึกวารีเหลือบแสงลึกลับพราวระยับ คล้ายเสาค้ำสวรรค์ ค้ำจุนเวิ้งฟ้ารอบค่ายกลส่งข้าม

ตอนนี้มันกำลังสั่นสะเทือน

นัยน์ตาเหล่าผู้บำเพ็ญโดยรอบฉายแววประหลาด

พวกเขารู้ว่ากองทัพเกล็ดคำนึงกำลังมา

ไม่นานแรงสะเทือนมากขึ้นเรื่อยๆ ห้วงมิติรอบค่ายกลเหมือนผืนทะเลสาบถูกก้อนหินโยนลงไป เกิดคลื่นเป็นชั้นๆ

เส้นแสงมากมายปรากฏทั่วฟ้าดารา ห้อตะบึงมาเหมือนดาวตก แฝงอานุภาพแหวกผ่านความมืดมิด พุ่งหาค่ายกลส่งข้ามอย่างแม่นยำ

ตัดสลับผสานรวมกับเบื้องบน ก่อตัวเป็นคลื่นวิญญาณเซียนมหึมา!

ในคลื่นวนแสงอัสนีวาววาบ เสียงดังกัมปนาทเหมือนฝูงม้าห้อตะบึง อึกทึกสนั่นหู

กระทั่งครู่ต่อมา เมื่อเสียงนี้ดังก้องจักรวาล ประกายแสงตรงค่ายกลเจิดจรัสถึงขีดสุด เงาร่างมากมายพลันปรากฏออกมาจากค่ายกล

มีมากนับหมื่น!

ทั้งหมดคือกองทัพเกล็ดคำนึง

พวกเขาสีหน้าเคร่งขรึม ชั่วพริบตายามปรากฏตัวก็ท่องเหินออกมาคุ้มกันรอบด้านทันที ขณะเดียวกันภายในค่ายกล ผู้บำเพ็ญสวมชุดกองเก็บกวาดซึ่งได้รับการคุ้มครองจากพวกเขา…

ในที่สุดก็สะท้อนเข้าสู่สายตาผู้คนที่มารวมตัวกันนอกค่ายกล!

มีทั้งหมด 12 คน!

ต่อให้สีหน้าซีดเผือด ท่าทางอ่อนแอ แต่พวกเขากลับทำให้รู้สึกฮึกเหิม แผ่ปราณพิฆาตออกมาตามสัญชาตญาณ

ชวนจับตามอง

ผู้ดึงดูดสายตาที่สุดคือ…ผู้นำของคนเหล่านี้!

นั่นคือชายหนุ่มคนหนึ่ง รูปร่างสง่าผ่าเผย ผมยาวทั้งศีรษะพลิ้วไหว หน้าตาเรียกได้ว่างดงาม ทำให้ผู้บำเพ็ญหญิงส่วนใหญ่หมองมัวได้ ท่าทางเยือกเย็น แววตาเหลือบแสงชวนประหวั่น

ในมือเขาหิ้วเทพเจ้าซึ่งหายใจรวยรินองค์หนึ่ง

ถ้าพิจารณาตามความงามของเผ่ามนุษย์ เทพองค์นี้ก็เรียกได้ว่างดงาม ท่าทางลึกลับเช่นนั้นดึงดูดสายตาอย่างยิ่ง ทว่าผิวหนังแห้งเหี่ยวอยู่บ้าง ราศีหม่นหมองมาก

ท่าทางเหมือนกำลังหมดแรง…

นั่นคือธิดาเทพซิงโหมว!

ตัวองค์ท่านแผ่คลื่นแก่นตั้งต้นออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึมผ่านฝ่ามือที่บีบลำคอไว้ไม่หยุด

ระหว่างนี้องค์ท่านซึ่งหมดสติ ตัวสั่นเทา สีหน้าบิดเบี้ยว เปี่ยมด้วยความเจ็บปวด

ภาพนี้สะท้อนเข้าสู่สายตาผู้รวมตัวอยู่นอกค่ายกลส่งข้าม คลื่นปั่นป่วนที่ตามมายิ่งเพิ่มขึ้น

“นั่นคือสวี่ชิงหรือ”

“เขากำลัง…รวบรวมแก่นตั้งต้น?”

“ท่าทางเหมือน…เก็บเกี่ยวมาตลอดทาง? เหี้ยมนัก!”

“นี่…สมเป็นกองเก็บกวาด!”

ส่วนใหญ่ผู้ชมจากแต่ละฝ่ายล้วนสีหน้าพิกล แต่จำต้องบอกว่าท่าทางเหี้ยมโหดของสวี่ชิงยามเก็บเกี่ยวพลางก้าวเดิน ฝังลึกลงสมองทุกคนแล้ว

“คนผู้นี้ล่วงเกินไม่ได้ง่ายๆ!”

“กลุ่มของพวกเขาไม่ธรรมดาดังคาด!”

ตอนนี้ความรู้สึกกับสายตาทุกคน กระทบการรับรู้ของโจวเจิ้งลี่ที่ตามมาด้านหลังสวี่ชิง

แม้ว่าเขาตาบอด แต่ด้านหนึ่งด้วยได้รับการช่วยเหลือทันเวลา ด้านหนึ่งด้วยมีแก่นตั้งต้นจากธิดาเทพ ทำให้เขารวบรวมบัญญัติตนขึ้นมาใหม่ได้

เนื่องจากเจอทุกขลาภ บัญญัติเขาเลยพัฒนาขึ้นอีกขั้น

ตอนนี้เมื่อสืบสัมผัสทั่วทิศ มุมปากโจวเจิ้งลี่ค่อยเผยรอยยิ้ม

‘ดูท่าว่าข่าวที่ข้าเผยแพร่ก่อนหน้านี้คงได้ผลดี เท่านี้ก็ไม่มีคนกล้าเสี่ยงชิงผลงานแล้ว ขณะเดียวกันท่าทางของนายน้อยยังช่วยเสริมด้วย!’

‘ถ้าเป็นเช่นนี้ รางวัลที่เบื้องบนมอบให้ย่อมไม่น้อยแน่ ถึงขั้นว่าอาจมากขึ้น…’

‘อย่างไรก็เป็นสงคราม ทุกฝ่ายย่อมต้องการสร้างแบบอย่าง’

‘ส่วนนายน้อยก็เหมาะสมอย่างยิ่ง!’

โจวเจิ้งลี่พอใจ มองสวี่ชิงที่อยู่ข้างหน้า ทั้งมองธิดาเทพซึ่งถูกสวี่ชิงบีบคอมาตลอดทาง

‘ต้องบอกว่าความคิดนายน้อยน่าทึ่งนัก…’

‘การเก็บเกี่ยวต่อหน้าสายตามวลชนของเขา ทั้งได้รับแก่นตั้งต้น ทั้งบอกทุกคนโดยอ้อมว่า…นี่คือเชลยศึกของเขา!’

‘เมื่อเป็นเช่นนี้ แผนสร้างชื่อให้เขาของข้าจึงได้ผลลัพธ์สมบูรณ์แบบเช่นนี้’

‘น่าเสียดาย ถ้าไม่ห่วงว่าอาจเกินจริงจนส่งผลตรงข้าม ข้ายังคิดป่าวประกาศว่าผู้นำเซียนให้ความสำคัญ ราชาเซียนคาดหวังด้วย…’

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version