บทที่ 1266 เลือกกินเสียแล้ว
ประกายแสงสีทองในดวงตาของคนแคระบนดอกบัวดำพลันเข้มข้นขึ้นทันที
องค์ท่านไม่ได้เกิดมาแล้วเป็นเทพเจ้า แม้ว่าเผ่าพันธุ์ขององค์ท่านจะมีเทพแท้จริง แต่เผ่าพันธุ์ขององค์ท่านก็ไม่ใช่ตระกูลเทพอย่างแท้จริง แต่เป็นเผ่าพันธุ์ที่วิวัฒนาการอย่างก้าวกระโดดขึ้นมา
นี่คือสิ่งที่ระบบเทพแห่งระบบดาวที่ 4 ได้กำหนดไว้
พลังงานต้นกำเนิดในการเติบโตของเทพเจ้า แม้จะสามารถดูดซับได้จากระบบดาว แต่เมื่อเทียบกับสิ่งนี้แล้วยังมีวิธีที่ดีกว่านั้น
นั่นคือการดูดซับจากศรัทธา
ดังนั้นหากเทพเจ้าองค์หนึ่งต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น องค์ท่านก็ต้องได้รับการบูชาจากผู้ศรัทธา ต้องมีเผ่าพันธุ์เลี้ยงดูและเซ่นสังเวย
นี่คือแก่นแท้ของการรุกรานโลกทั้งหลายของเทพเจ้า
เหล่าองค์ท่านต้องการทาสมากขึ้น จำเป็นต้องได้รับศรัทธาอย่างแรงกล้าจากสรรพชีวิตทั้งปวง!
เช่นเดียวกับผีเสื้อที่สวี่ชิงแย่งชิงสิงร่างเมื่อก่อนหน้านี้ องค์ท่านในฐานะที่เป็นผีเสื้อยมโลกเคราะห์นิรันดร์ ย่อมไม่มีทางมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับเผ่าธุ์วัวเกล็ดอย่างแน่นอน แต่การบูชาของเผ่าวัวเกล็ดคือรากฐานพลังบำเพ็ญขององค์ท่าน
กระทั่งว่าผู้ที่บูชาองค์ท่านก็ไม่ได้มีแค่เผ่าวัวเกล็ดบนดาวดวงที่สวี่ชิงไปดวงนั้นเท่านั้น บนดาวดวงอื่น ในโลกใบเล็กมากมายล้วนมีเผ่าพันธุ์ที่คล้ายกัน บูชากราบไหว้องค์ท่าน
หากองค์ท่านไม่เคยแตกดับ อีกทั้งมีโอกาสก้าวสู่ขอบเขตเทพแท้จริงในสักวันหนึ่งในอนาคต เช่นนั้นเผ่าพันธุ์ทั้งหมดที่บูชาองค์ท่านก็จะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล
รวมถึงเผ่าพันธุ์ทั้งหลายในเผ่าวัวเกล็ดก็สามารถวิวัฒนาการอย่างก้าวกระโดดกลายเป็นเผ่าพันธุ์เทพประเภทนี้ได้เช่นกัน ชื่อของเผ่าจะมีคำว่าเจิน(แท้จริง) เพิ่มขึ้นมา
เมื่อถึงเวลานั้นอาณาเขตของเผ่าพันธุ์เหล่านี้ก็จะขยายออกไปในที่ที่พวกมันอยู่ กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในแถบหนึ่ง
แต่พูดจากแก่นแท้แล้ว สิ่งมีชีวิตภายในเผ่าพันธุ์เหล่านี้ก็ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตธรรมดา ไม่ใช่เทพ
เพียงแต่พวกมันได้บูชาเทพแท้จริง ชื่อเผ่าพันธุ์มีคำว่าเจิน ดังนั้นจึงสามารถหลอมรวมพลังเทพได้ง่ายขึ้นและกลายเป็นสิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพ และได้รับการประทานวิญญาณจากเทพแท้จริง ใช้การนี้จุดเพลิงเทวะ เลื่อนขั้นสู่เทพเจ้า
เมื่อถึงเวลานั้นเทพเจ้าที่เกิดใหม่จะเป็นทั้งเทพบริวารของเทพเจ้าที่บูชา ขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติออกไปหาเผ่าพันธุ์บูชาใหม่เองเพื่อทำการดูดซับศรัทธา
สุดท้ายก็จะเหมือนรากไม้ที่มากขึ้นเรื่อยๆ เส้นสายแผ่ขยายออกไปทั่วทุกสารทิศ
ตระกูลเจินอี้ก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน
พวกเขาไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่ศรัทธาต่อเทพแท้จริงในเผ่าพันธุ์ของพวกเขาเพียงกลุ่มเดียว แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น เมื่อได้รับคำว่า เจินแล้ว อาณาเขตขั้วอำนาจขยายออกไปเกินกว่าฝุ่นดาวที่อยู่ ในยุคที่รุ่งโรจน์เคยแผ่ขยายออกไปหลายจักรวาล
แต่เผ่าพันธุ์เทพเช่นนี้ดูเหมือนรุ่งโรจน์ แต่ในความเป็นจริงแล้วในระบบดาวที่ 4 ก็เป็นเพียงเผ่าพันธุ์เทพระดับต่ำที่สุดเท่านั้น
หากอยากจะก้าวไปอีกขั้น…จำต้องให้เผ่าพันธุ์ทั้งเผ่า ภายใต้การหมุนไปของเวลา ภายใต้การตกตะกอนของเวลา สายเลือดเปลี่ยนไป กลายเป็นเทพเจ้าทั้งหมด เช่นนั้นจึงจะถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์เทพอย่างแท้จริง
ทั่วทั้งแดนดาราที่ 4 เผ่าพันธุ์เทพส่วนใหญ่ล้วนเป็น 2 ประเภทนี้
และประเภทหลังหากสามารถพัฒนาต่อไปได้ ทำให้จำนวนเทพแท้จริงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จวบจนกระทั่งมีระดับผู้นำเทพปรากฏขึ้น และรวบรวมเผ่าพันธุ์ที่บูชาทั้งหมดให้กลายเป็นเผ่าพันธุ์เดียว!
เช่นนั้น…ตำแหน่งของเผ่าพันธุ์นี้ก็จะก้าวกระโดดอีกครั้ง
กลายเป็นเผ่าพันธุ์จักรพรรดิ!
กระบวนการนี้ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง ในเวลาเนิ่นนานนับไม่ถ้วนก็มีเพียงไม่กี่เผ่าพันธุ์เท่านั้น
ดังนั้น ตอนนี้ ภายในโลกใบนี้ คนแคระคนนั้นในฐานะที่เป็นเทพเจ้าจากการฝึกฝน องค์ท่านหลังจากที่เดาได้ว่าสวี่ชิงก็คือผู้ที่จักรพรรดิเทพหลีจูประกาศจับ ในดวงตาขององค์ท่านก็มีประกายแสงสีทองส่องประกายอย่างเจิดจ้า ในใจมีระลอกคลื่นอารมณ์รุนแรง กำลังซัดโหมในจิตใจ
องค์ท่านรู้ดีว่า นี่คงจะเป็นชะตาและวาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของตัวเองแล้ว!
ในเมื่อการตบรางวัลของจักรพรรดิเทพหลีจูช่างน่าตื่นตะลึงนัก
พบร่องรอยก็จะได้รับพลังงานต้นกำเนิด 100 ส่วน
หากสามารถจับเป็นได้…ประทานอาวุธผู้นำเทพ!
ดังนั้นในเสี้ยวพริบตาต่อมา คนแคระก็ยกมือขึ้นทันที สะบัดไปในท้องฟ้า ขณะเดียวกันปากก็ส่งเสียงเทพกึกก้องลั่นฟ้า “เหล่าเทพบริวารทั้งหลาย ภารกิจในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงแล้ว ลงมือกำราบผู้บำเพ็ญคนนี้ให้กับข้าเดี๋ยวนี้!”
ทันทีที่คำพูดนี้ดังออกมา ฟ้าดินเปลี่ยนสี
บนพื้นดิน เทพเจ้าที่เข้าร่วมในการฟันต้นไม้และผ่าภูเขาทั้งหมดต่างก็เงยหน้าขึ้น แล้วพุ่งออกไปทันที ตรงไปหาสวี่ชิง
บนท้องฟ้า รอบๆ ก้อนเนื้อขนาดมหึมา เทพเจ้าระดับแท่นเทวะเหล่านั้นที่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้น ร่างเทพต่างสะท้านเฮือก มองไปยังสวี่ชิง แต่ร่างกายเหล่าองค์ท่านกลับไม่อาจขยับได้
เทพแท้จริงไม่ยินยอม!
แต่ตอนนี้คนแคระไม่สนใจเรื่องพวกนี้แล้ว แม้ว่าการช่วยเหลือเทพแท้จริงของเผ่ายังคงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง แต่เมื่อเทียบกับสิ่งนี้แล้ว…หากพิชิตภารกิจที่จักรพรรดิเทพหลีจูประกาศตั้งรางวัลไว้ ได้รับอาวุธผู้นำเทพ เช่นนั้นตัวเองด้วยคุณงามความชอบนี้ บรรลุระดับเทพแท้จริง ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!
อีกทั้งเทพแท้จริงของเผ่าเดิมก็เป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่แล้ว และยังมีเหล่าเทพเจ้าระดับแท่นเทวะช่วยแบ่งเบา สถานการณ์ยังคงได้เปรียบ เช่นนั้น รอเมื่อตนทำการจับกุมตัวสำเร็จค่อยไปช่วยก็ยังไม่สาย
นึกถึงตรงนี้ ร่างของคนแคระก็ไหววูบ ก้าวลงไปจากดอกบัวสีดำ จูงซากร่างโบราณ 360 ศพมาด้วย ปะทุพลังระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุด พุ่งมาหาสวี่ชิง
ทุกที่ที่ผ่าน รอบๆ แฝงไว้ด้วยความเน่าเปื่อย บิดเบือนทุกสิ่ง ส่วนซากร่างเหล่านั้นที่อยู่ข้างหลังต่างก็อ้าปาก คำรามส่งเสียงแปลกประหลาดออกมา ยิ่งมีลมศพพัดกระจายไปทั่วทุกสารทิศ
นี่คือพลังแห่งอำนาจขององค์ท่าน
พลังแห่งความเน่าเปื่อย สายลมแห่งความตาย และ…วาจาพรากชีวี
รวมกันไว้ด้วยกัน ก่อเป็นบทเพลงส่งวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัว ดังวนเวียนไปในฟ้าดิน
ท่วงทำนองราววัตถุจริง พุ่งตรงไปหาสวี่ชิง!
ประกายแสงเย็นเยือกในดวงตาสวี่ชิงฉายวาบ เขารู้ดีว่าตัวเองอยู่ในระบบดาวที่ 4 คิดไม่อยากให้ตัวตนเปิดเผยทำได้เพียงอาศัยโชคเท่านั้น ดังนั้นในส่วนลึกของจิตใจ ก็ได้เตรียมพร้อมที่ตัวตนจะเปิดเผยเอาไว้นานแล้ว
“ตัวตนเปิดเผยที่นี่ดีกว่าการถูกตรวจพบข้างนอก แต่จุดสำคัญของการต่อสู้ครั้งนี้คือการจากไป”
สวี่ชิงหรี่ตา ร่างเพียงไหววูบ ก็รางเลือนในทันที
รอบๆ ตัวเขาพลันเกิดความปั่นป่วนของเวลาขึ้นทันที ราวกับว่าเวลาไหลบ่า ถูกแยกออกจากโลกนี้ เกิดความบิดเบี้ยวที่คล้ายกับรอบๆ ตัวคนแคระ ทำให้บทเพลงส่งวิญญาณที่ดังมา เสียงเกิดเพี้ยนขึ้นมา
ในขณะที่ใช้วิธีนี้มาทำลายวิชาเทพ ในเวลาที่บิดเบี้ยว เหล็กแหลมเล่มหนึ่งก็ทะลุความว่างเปล่าออกมา ส่องประกายพลังวิญญาณเซียนไปในฟ้าดิน มาพร้อมด้วยเสียงกระดิ่งก้องกังวานเป็นระยะๆ
ทันทีที่เสียงนั้นดังออกมา ฟ้าดินก็เงียบสงัดลงทันที วิชาทั้งหมดต่างหยุดลง
คนแคระที่พุ่งมาหาสวี่ชิงด้วยจิตสังหารยิ่งตื่นตกใจ องค์ท่านรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ากลิ่นอายเทพภายในร่าง ขาดการเชื่อมโยงกับตัวเอง
และเหล็กแหลมเล่มนั้น ก็ใช้ความเร็วอันน่าตกใจ พุ่งเข้ามาหาองค์ท่าน
วิกฤตชีวิตเป็นตายอันรุนแรงปะทุขึ้นในใจขององค์ท่าน
ในช่วงวิกฤต คนแคระพลันกัดลิ้นของตัวเองอย่างรุนแรงและพ่นมันออกมา
ลิ้นท่อนนั้นลอยอวลไปด้วยโลหิตเทพสีทอง ทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้น ก็เติบโตขึ้นอย่างแปลกประหลาด เพียงชั่วพริบตาก็กลายเป็นก้อนเนื้อขนาดมหึมา
ราวกับว่ส่งเสียงตอบรับกันอย่างลึกลับกับก้อนเนื้อที่เทพแท้จริงของเผ่าที่อยู่ท้องฟ้า
ในเสี้ยวพริบตาต่อมา ทั้ง 2 ก็เชื่อมต่อกันอย่างไร้รูปร่าง
พลังเทพแท้จริงกลุ่มหนึ่งถูกยืมมา ปะทุอยู่ในนั้น
ทำให้ก้อนเนื้อที่แปรเปลี่ยนมาจากลิ้นราวกับดวงตา พลันลืมตื่นขึ้นมา
ใช้สายตาห่อหุ้มเหล็กแหลมที่พุ่งประชิดใกล้เข้ามาไปในนั้น ก่อเป็นพลังสกัดกั้น
ในขณะเดียวกันก็ตกลงไปบนบริเวณเวลาที่บิดเบี้ยวของสวี่ชิง ทำให้การบิดเบี้ยวตรงนั้นกลับคืนสู่ปกติ เงาร่างของสวี่ชิงถูกบีบให้ปรากฏออกมา
ในขณะเดียวกัน กลิ่นอายเทพในร่างของคนแคระก็ฟื้นฟูกลับมา จิตสังหารในดวงตารุนแรง ไพ่ตายปะทุขึ้นในทันที ซากร่างแห้งเหี่ยว 360 ซากที่อยู่ข้างหลังองค์ท่านต่างก็ลุกไหม้ ก่อนจะสลายไป
และความว่างเปล่าใต้เท้าของสวี่ชิงก็พลันแตกออกเป็นรอยแยกสีทองหลายสิบทาง!
เทวรูป 3 ตาที่ก่อขึ้นจากเลือดเนื้อแห้งเหี่ยวทั้ง 36 ร่าง ก้าวออกมาจากรอยแยกพร้อมกับแสงสีทอง เหล่าองค์ท่านแปรเปลี่ยนมาจากซากร่างแห้งเหี่ยว 360 ศพของคนแคระ
ในตอนนี้เมื่อปรากฏขึ้น ทันที่ที่ปลายเท้าสัมผัสกับความเปล่า รอบด้านทั่วทุกสารทิศเกิดเสียงก้องกังวานจากกระจกที่แตกละเอียด
จากนั้นดวงตาที่ 3 บนหน้าผากของเหล่าองค์ท่านก็ลืมขึ้น แสงเทพสีทองหม่นราวกับน้ำตกไหลทะลักมา ปกคลุมสวี่ชิงเอาไว้ทันที
ทุกที่ที่ผ่าน ทุกสิ่งล้วนแข็งตัวกลายเป็นอำพัน
ชุดคลุมดำของสวี่ชิงปลิวสะบัด ก่อนที่แสงเทพจะมาถึงตัวเขา มือขวาของเขาก็ยกขึ้น กดไปข้างหน้า
ทันใดนั้นธรรมนูญมิติหลอมรวม ผสานกับเวลาที่หลงเหลืออยู่รอบๆ ก่อตัวเป็นธรรมนูญกาลอวกาศ เกิดเป็นพายุแห่งกาลอวกาศปั่นป่วนอลหม่าน
พายุนี้เพียงเสี้ยวพริบตาเดียวทรงพลังสะท้านฟ้าสะเทือนดิน พุ่งไปยังคนแคระที่อยู่ด้านบนและแสงเทพที่อยู่ด้านล่าง โหมกวาดไปพร้อมกัน
ภายในพายุจะเห็นตราประทับวิญญาณเซียนนับไม่ถ้วนหอบม้วนเข้าไป
ปะทุขึ้นในทันที!
เสียงที่สะท้านฟ้าดิน ในเสี้ยวขณะนี้ทำให้โลกดังก้องกังวาน
แสงเทพพังทลาย เทวรูป 36 องค์ต่างระเบิดออกพร้อมกัน หมอกสีดำข้นหนืดซัดโหมไปทั่วทุกสารทิศ ส่วนคนแคระที่อยู่ด้านบน สีหน้าองค์ท่านเปลี่ยนไป ล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
แต่เพียงเสี้ยวพริบตา ร่างจริงของสวี่ชิงก็มาปรากฏตัวขึ้นด้านหลังองค์ท่านอย่างเงียบเชียบ ยกมือขึ้นแล้วกดลงไปบนกระหม่อมของเทพเจ้าคนแคระนี้
ในขณะเดียวกัน ห่างไปไม่ไกล เหล็กแหลมที่ถูกสายตาของก้อนเนื้อตรึงไว้ก็พลันส่องประกายขึ้นในตอนนี้เช่นกัน กระดิ่งส่งเสียงดังก้อง และสลัดหลุดพ้นออกมา แปรเปลี่ยนเป็นรอยยาว พุ่งทะลุความว่างเปล่ามา
แทงทะลุผ่านหัวใจของคนแคระในทันที มาปรากฏขึ้นข้างสวี่ชิง
แต่สวี่ชิงกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย
เทพเจ้าคนแคระที่อยู่ตรงหน้าเขา ตอนนี้ขณะที่ร่างสั่นสะท้าน ก็กลายเป็นดอกบัวสีดำ
ดอกบัวสีดำแตกสลายราวกับตายแทนได้
ในที่ไกล เงาร่างของเทพเจ้าคนแคระก็รวมตัวกันจากความว่างเปล่า ในดวงตาของเขาฉายหวาดกลัวออกมา แต่ก็ไม่ได้ประหลาดใจอะไรมากนัก
องค์ท่านรู้ดีว่าผู้ที่สามารถทำให้จักรพรรดิเทพหลีจูประกาศจับ สามารถหลบหลีกจากการตรวจสอบของจิตเทพแท้จริงได้ ย่อมไม่ใช่คนอ่อนแอ
“แต่ที่นี่คืออาณาจักรเทพของเทพแท้จริงเผ่าพันธุ์ข้า!”
ระหว่างที่คนแคระพูด เหนือศีรษะของสวี่ชิงก็มีก้อนเนื้อที่ลุกไหม้ 9 ก้อนปรากฏขึ้น รวมตัวเป็นกรงขังและกดทับลงมาหาเขา
ขณะเดียวกันเทพเจ้าทั้งหมดที่อยู่ด้านล่างก็มาถึงแล้ว ต่างสำแดงวิชาเทพ โจมตีไปยังสวี่ชิง
แต่ในขณะที่เทพเจ้าทั้งหลายลงมือ ในเสี้ยวพริบตาที่ก้อนเนื้อทั้ง 9 ที่ลุกไหม้และร่วงลงมาเป็นกรงขัง
ร่างกายของสวี่ชิงก็พลันสลายไป กลายเป็นผีเสื้อสีเลือดนับพันนับหมื่นตัว บินไปทั่วทุกสารทิศ
บนปีกของผีเสื้อสีแดงแปลกประหลาดเหล่านี้เต็มไปด้วยลวดลายคล้ายรูม่านตา ทุกครั้งที่กระพือปีก ก็จะมีวิชาเทพวิชาหนึ่งถูกดูดเข้าไปในส่วนลึกของรูม่านตา
สิ่งที่แปลกประหลาดยิ่งกว่านั้นก็คือ ในเสี้ยวพริบตาที่สวี่ชิงแปลงเป็นผีเสื้อนับพันนับหมื่น ในบรรดาเทพเจ้าที่โจมตีเข้าจากด้านล่าง ในดวงตาของเทพเจ้าเกือบครึ่ง มีหนอนผีเสื้อสีเลือดแรกเกิดยั้วเยี้ยะไหลทะลักออกมา
แต่ว่าภายในเวลาที่หัวใจเต้นเพียง 3 ครั้ง เทพเจ้าเหล่านี้ท่ามกลางเสียงร้องครวญครางโหยหวนก็กลายเป็นรังหนอนขยุกขยิก แล้วมีผีเสื้อสีเลือดจำนวนมากกว่าเดิมบินออกมา!
นี่คือวิชาเทพที่เป็นของผีเสื้อยมโลกเคราะห์นิรันดร์ที่สวี่ชิงได้ลอกเลียนมาจากเทพเจ้าผีเสื้อทางนั้น!
เพียงแต่จากการสำแดงวิชาของสวี่ชิง ขอบเขตและความน่าสะพรึงกลัวของมันก็เหนือกว่าเทพเจ้าผีเสื้อตนนั้นมหาศาลนัก
ตอนนี้ผีเสื้อสีแดงทั่วท้องฟ้าโบยบิน ครึ่งหนึ่งพุ่งเข้าไปในก้อนเนื้อที่ลุกไหม้ทั้ง 9 ก้อน อีกครึ่งหนึ่งก็กระจายไปรอบๆ เหล่าเทพเจ้าที่อยู่ด้านล่าง
เหล่าเทพเจ้าเหล่านั้นที่เป็นเพียงแค่ขอบเขตเพลิงเทวะ ตอนนี้ต่างหวาดกลัวแตกตื่นไปทั่ว พยายามหลบเลี่ยง แต่เงาร่างของสวี่ชิงปรากฏตัวขึ้นอย่างแปลกประหลาด ลอยกลับหัวอยู่ที่ด้านหลังของเทพธิดาองค์หนึ่ง
นิ้วมือขวาทั้ง 5 ของเขาได้เสียบลึกเข้าไปในกระดูกสันหลังของเทพเจ้าองค์นี้ มือซ้ายบีบกลุ่มแสงความทรงจำที่ดึงมาจากพลังต้นกำเนิดเทพขององค์ท่าน
แล้วบีบมันแหลกละเอียด
ขณะเดียวกันเขาก็สูดมันเข้าไปทันที
ใต้ผิวหนังสีน้ำเงินของเทพธิดาองค์นี้เกิดรอยดำคล้ายใยแมงมุม พลังงานต้นกำเนิดอันน้อยนิดภายในร่าง ถูกดูดซับจนหมดสิ้นในทันที
หลังจากไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของสวี่ชิง ร่างขององค์ท่านก็สั่นสะท้าน กลายเป็นซากศพแห้งเหี่ยว
“พลังงานต้นกำเนิดปนเปื้อนเกินไป ทั้งยังปริมาณน้อยนัก”
หลังจากที่ได้ลิ้มรสพลังงานต้นกำเนิดของธิดาเทพซิงโหมวแล้ว พลังงานต้นกำเนิดอื่นๆ…สวี่ชิงก็ไม่เห็นค่าแล้ว
เลือกกินเสียแล้ว…
ดังนั้นเขาจึงสะบัดมือ เหวี่ยงซากศพแห้งเหี่ยวในมือทิ้งไป ขณะเดียวกัน กลางอากาศก็มีซากศพแห้งเหี่ยวร่วงลงมาหลายสิบร่าง
นั่นคือสวี่ชิงที่ปรากฏออกมาจากผีเสื้อสีแดงแต่ละตัว…แต่ละตัว!
พวกเขาทยอยปรากฏตัวกลางอากาศ หลังจากที่ต่างดูดซับพลังงานต้นกำเนิดแล้ว ก็รวมตัวกัน แปรเปลี่ยนเป็นร่างจริงของสวี่ชิงที่ยืนอยู่กลางอากาศ
มองไปรอบๆ สวี่ชิงใบหน้าไร้อารมณ์ ยกมือขึ้นคว้าไปยังความว่างเปล่าข้างๆ ดึงเทพเจ้าที่ทั้งร่างมีโครงสร้างเป็นผลึกที่ซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นออกมา
ไม่รอให้เทพเจ้าองค์นี้พูดอะไร สวี่ชิงก็บีบแหลกในคราเดียว กลายเป็นเศษผลึกที่ปลิวไปในอากาศ
และเศษผลึกทุกชิ้น ตอนนี้ต่างสะท้อนใบหน้าที่หวาดกลัวของเทพเจ้าองค์อื่นๆ ออกมา
ในใบหน้าเหล่านั้นยังรวมถึงคนแคระที่อยู่กลางอากาศซึ่งมีสีหน้าที่ดูไม่ได้เอาเสียเลยอยู่ด้วย
“ในตอนนี้เปิดค่ายกลส่งข้าม ปล่อยให้ข้าไปก็ยังทันอยู่” สวี่ชิงเอ่ยราบเรียบ
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
