№ 761 ยังต้องกลับมา
เฟิ่งจิ่วเห็นพวกนางออกไป ก็ลุกขึ้นมาบอกสองสัตว์อสูรว่า “ข้าจะไปดูอาจารย์พวกนั้นที่ได้รับบาดเจ็บเสียหน่อย พวกเจ้าเฝ้าไว้อย่าวิ่งเพ่นพ่าน”
ระหว่างพูดเธอหยิบยาอายุวัฒนะสามเม็ดออกมา แล้วโยนให้สองสัตว์อสูรตัวละเม็ด ที่เหลืออีกเม็ดโยนให้เสี่ยวเฮยที่นั่งหมอบตรงอาศรมอย่างซื่อสัตย์
“นายท่าน บาดแผลท่านยังไม่หายดี จะออกไปแล้วรึ ไม่รักษาตัวอีกหน่อยค่อยไปหรือขอรับ?” เหล่าไป๋กลืนยาอายุวัฒนะลงไป มองนางพลางเอ่ยถาม
“อาจารย์พวกนั้นสู้กับผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณและบาดเจ็บเพื่อช่วยข้า ลงจากเตียงไม่ได้นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ตอนนี้ดีมากแล้ว ข้าจะไม่เข้าไปดูเสียหน่อยได้อย่างไร?”
เธอโยนขนนกเคลือบหลากสีออกไป แล้วกระโดดเบาๆ ขึ้นนั่งด้านบน ไม่ได้ไปห้องแนะแนวแต่ไปยอดเขาหลักที่เจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนักอยู่เสียก่อน
ร่างหนึ่งสวมชุดสีฟ้านั่งบนขนนกเคลือบหลากสี สองขาห้อยลงกลางอากาศอย่างเป็นธรรมชาติ ลอยละลิ่วไปยังยอดเขาหลัก ภายในสำนักศึกษา นักเรียนพวกนั้นที่สังเกตเห็นร่างบนท้องฟ้ามีท่าทีสับสนและสงสัยในใจ
ภาพเมื่อสองสามวันก่อนหน้าสร้างความตกตะลึงไม่น้อยในหมู่นักเรียนสำนักศึกษา ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังไม่เคยเห็นการทุ่มเทกำลังต่อสู้หมดทั้งสำนักศึกษา และการรวมพวกอาจารย์ระดับหลอมแก่นพลังขึ้นไปไปช่วยนักเรียนคนหนึ่ง
พวกเขาลองสืบถามเพราะความสงสัย กลับรู้เพียงข้อมูลว่าเฟิ่งจิ่วเป็นคนแคว้นระดับเก้าและอื่นๆ แม้ตระกูลพวกเขาอยากจะตรวจสอบ ภายในเวลาสั้นๆ ก็ไม่อาจหาข้อมูลเกี่ยวกับเขาได้
แต่เพราะภาพเช่นนั้น ในใจพวกเขารู้อยู่รางๆ ว่าเฟิ่งจิ่วคนนี้มีที่มาไม่ธรรมดา
เนี่ยเถิงที่อยู่ที่ใดสักแห่งในสำนักพลังวิญญาณ เมื่อเห็นร่างที่นั่งขนนกเคลือบหลากสีบินผ่านไปบนท้องฟ้าไกลและมุ่งไปยังยอดเขาหลัก สายตาก็มองตามไปตลอด จนกระทั่งร่างนางหายไปจากสายตา
ดูท่าทางบาดแผลนางคงดีขึ้นแล้ว
เมื่อมาถึงยอดเขาหลัก เห็นว่านอกจากเจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนัก ยังมีคุณชายโม่เฉินคนนั้นอยู่ด้วย เฟิ่งจิ่วยิ้มเล็กน้อย “ท่านเจ้าสำนัก รองเจ้าสำนัก คุณชายโม่เฉิน วันนี้ข้าเข้ามาขอบคุณ และอยากเชิญท่านรองเจ้าสำนักไปเยี่ยมพวกอาจารย์ที่บาดเจ็บด้วยกันเสียหน่อย”
“เฟิ่งจิ่ว? แผลเจ้าดีขึ้นแล้วหรือ ทำไมพักผ่อนได้ไม่นานสองวันก็ลงจากเตียงมาเดินแล้ว?” รองเจ้าสำนักเห็นนางมา ก็รีบให้สัญญาณนางนั่งลง
“ขอรับ บาดแผลบนร่างหายดีประมาณหนึ่งแล้ว”
เธอนั่งลงตรงโต๊ะหินที่พวกเขานั่งอย่างไม่เกรงใจ เห็นโม่เฉินจ้องมองตั้งแต่เธอเข้ามาก็ยิ้มอย่างอดไม่ได้ “คุณชายโม่เฉิน อย่าสนใจข้าเกินไปนัก ข้ามีคนรักแล้ว”
โม่เฉินถลึงตามองนางแล้วละสายตาออกไป ยกน้ำชาขึ้นจิบ ไม่พูดไม่จา
เจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนักเห็นเช่นนี้ก็มองหน้ากันทันที เจ้าสำนักยิ้มเอ่ยว่า “เฟิ่งจิ่ว พวกอาจารย์มีอาจารย์สำนักยากับสำนักยาเซียนสองสามคนดูแลรักษา ตอนนี้ร่างกายฟื้นตัวได้ประมาณหนึ่งแล้ว มีเพียงคนบาดเจ็บค่อนข้างหนักสองสามคนยังลงจากเตียงไม่ได้ หากเจ้าอยากไปดู ให้รองเจ้าสำนักเข้าไปกับเจ้าสิ”
“ขอรับ” เธอลุกขึ้นมองไปยังรองเจ้าสำนัก “เช่นนั้นต้องรบกวนท่านรองเจ้าสำนักแล้ว”
“เหอะๆ ไม่รบกวนเลยๆ” รองเจ้าสำนักยิ้มกล่าว ลุกขึ้นออกไปพร้อมกับเธอ
รอจนพวกเขาออกไปแล้ว เจ้าสำนักถึงจะมองโม่เฉิน “เจ้ามั่นใจแล้วหรือว่าเป็นนาง? ต้องพานางกลับไปพบอาจารย์เจ้าหรือไม่? แต่ตามนิสัยของเฟิ่งจิ่ว หากจะพานางไปพบอาจารย์เจ้า เดาว่าคงยากหน่อย”
โม่เฉินส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก ข้ากลับไปหาอาจารย์ด้วยตนเองเป็นพอ นางไม่ต้องไป”
“ยังต้องกลับมาอีกหรือ?”
โม่เฉินเห็นร่างนั้นด้านนอกหายไปแล้ว จึงกล่าวด้วยเสียงเนิบๆ “ต้องกลับมาแน่นอน”
……………………