Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 4


บทที่ 4 จะต้องมีทุ่งดอกไม้สักแห่งที่เป็นของพวกเรา

“ท่าทางมู่หลีจะดูแลได้ไม่เลวเลยทีเดียว” หลานเยี่ยกำลังกลบดินในทุ่งดอกไม้นั้นอย่างพิถีพิถันเอาใจใส่

สามปีที่แล้วหลานเยี่ยพบที่ดินล้ำค่าผืนหนึ่งตรงบริเวณชายขอบเมืองหลวง พื้นที่บริเวณนี้มีทุ่งดอกไม้อยู่ส่วนหนึ่ง เต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดเติบโตอยู่ในนั้น ข้างหน้าทุ่งดอกไม้เป็นแม่น้ำไร้ชื่อสายหนึ่ง แม่น้ำไม่ได้กว้างเท่าไรนัก แม้ในตอนนั้นหลานเยี่ยจะเสนอให้ตั้งชื่อว่าแม่น้ำ ‘เฟิงเยี่ย [1] ‘ เพราะป่าต้นเฟิง [2] แห่งนั้น แต่กลับถูกหลานเฟิงโต้แย้งตีกลับอย่างไรเยื่อใย จนถึงตอนนี้หลานเยี่ยยังคงสับสนกับปฏิกิริยาของหลานเฟิงในตอนนั้น

ด้านหลังทุ่งดอกไม้เป็นที่ตั้งของป่าต้นเฟิง ตรงกลางระหว่างป่าต้นเฟิงและทุ่งดอกไม้มีบ้านหลังเล็กตั้งอยู่ แต่ถูกทิ้งร้างเอาไว้นานแล้ว หลานเยี่ยชอบที่แห่งนี้เป็นอย่างมาก ในปีนั้นเมื่อมีเวลาว่างเมื่อใดก็จะต้องมาที่นี่อยู่ร่ำไป

สุดท้ายทุ่งดอกไม้ก็ถูกกรุยทางจนสวยมากกว่าเดิม เมื่อดอกจื่อหลัวหลาน [3] ดอกชีเซ่อจิ่น [4] ดอกเฟิงซิ่นจื่อ [5] ดอกอู้วั่งหวั่ว [6] ดอกซีอู้ [7] ดอกฝูซังฮวา [8] และดอกเยี่ยไหลเซียง [9] อยู่ผสมรวมกันไม่เพียงแค่ความงดงามน่าเชยชมยามกลางวัน ยามกลางคืนก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอม

มุมเล็กๆ ของทุ่งดอกไม้ยังมีดอกอีหมี่ [10] ที่หลานเยี่ยระมัดระวังปกป้อง ในขณะเดียวกันหลานเยี่ยก็นำหินคงอุณหภูมิที่มู่หลีหามาฝังเอาไว้ที่ใต้พื้นทุ่งดอกไม้ เพื่อให้ดอกไม้ทุกดอกสามารถรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมกับตัวมันเอง ทำให้ทั้งตลอดสี่ฤดูเป็นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ

บ้านหลังเล็กด้านหน้าป่าเฟิงได้รับการซ่อมแซมเสียใหม่ หลานเยี่ยเป็นคนตั้งชื่อว่า ‘หอเย่ว์เยี่ย (หอจันทร์แรม) ‘ ด้วยตนเอง บริเวณรอบด้านของบ้านหลังน้อยมีราวไม้กั้นเป็นคอกเอาไว้เป็นลานเล็กๆ มีกระต่ายแสนน่ารักหลายตัวกระโดดไปมาอยู่ในสวน

ในตอนนั้นที่มาป่าเฟิงไม่ได้ ‘แดงเหมือนดอกไม้เดือนสอง’ เช่นนี้ คราวนี้มาถึงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงพอดี ใบไม้สีแดงสดดั่งเปลวไฟทำให้หลานเยี่ยไม่อาจถอนสายตาได้เป็นเวลานาน ในขณะที่สมาธิแตกซ่าน พลังวิญญาณสีฟ้าอ่อนรอบกายหลานเยี่ยก็เริ่มพุ่งพล่าน

“นายน้อย สมควรกลับแล้วขอรับ พวกอวี่มั่วน่าจะรอนานแล้ว” มือของหลานเฟิงวางไว้บนไหล่ของหลานเยี่ย พลังวิญญาณของทั้งสองคนสอดผสาน หลานเยี่ยได้สติกลับมา

“หลานเฟิง เจ้ารู้หรือไม่ ที่จริงแล้วความตั้งใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้าไม่ใช่ทำเรื่องใหญ่โตออกหน้าออกตา แต่เป็นการหาสักผู้หนึ่ง ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ไปตลอด”

สายลมโชยอ่อนพัดพาดผ่าน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ลอยผ่านจมูก ทั้งสองคนยืนอยู่กลางทุ่งดอกไม้อย่างนิ่งงัน สบตามองอีกฝ่าย ต่างคนต่างมีเรื่องให้ครุ่นคิด

∗∗∗

“ในที่สุดพวกเจ้าสองคนก็กลับมาเสียที นี่กำลังจะเริ่มแล้ว” อวี่มั่วเห็นทั้งสองคนกลับมาก็เอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ วันนี้คนที่ฝากชื่อเอาไว้กับหอต้วนอวิ๋นทุกเดือนจะได้มาพบหน้ากัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มาฝากข้อมูลเอาไว้ก่อนหน้านี้ก็ดี หรือว่ามากรอกข้อมูลในวันงานก็ดี วันนี้ทุกคนล้วนมีโอกาสได้เข้าร่วมงาน งานวันนี้ถือว่าเป็นงานยักษ์ของงานใหญ่อีกทีก็ว่าได้

ชั้นหนึ่งเต็มไปด้วยคนที่เข้าร่วมงาน ที่นี่ไม่มีความแตกต่างของสถานะทุกคนล้วนมีศักดิ์เท่าเทียมกัน อวี่ซีนำบ่าวรับใช้หลายคนมาช่วยกันจดชื่อแขกที่อยู่ในงาน

“จำเป็นต้องเขียนชื่อจริงหรือไม่” ชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มบนใบหน้าถามอวี่ซีที่อยู่ข้างๆ

“ไม่จำเป็นเจ้าค่ะ ขอแค่ถึงเวลาเรียกชื่อ คุณชายมีชื่อให้เรียกก็พอเจ้าค่ะ”

หลานเยี่ยและหลานเฟิงเข้าไปนั่งในห้องรับรองชั้นสองพร้อมกับเทียนซี อวี่มั่ว และมู่หลี ตรงนั้นสามารถมองดูสถานการณ์ที่ชั้นหนึ่งได้ จู่ๆ หลานเยี่ยก็สังเกตเห็นเงาคนร่างหนึ่งด้านล่าง ความรู้สึกคุ้นเคยพุ่งพรวดขึ้นมาในทันใดทำให้หลานเยี่ยนิ่งอึ้งไป

“หลานเยี่ย จะลงชื่อหรือไม่” อวี่มั่วทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ดึงให้หลานเยี่ยหลุดจากภวังค์ หลานเยี่ยหันหน้ากลับมาเจอใบหน้าของอวี่มั่ว และหลานเฟิงที่รอบกายแผ่กระจายไอเย็นออกมาอยู่ด้านหลังอวี่มั่ว

“ก็ดี ลงชื่อเถิด จำไว้ว่าต้องใช้ชื่อจริงนะ” อวี่มั่วพูดเย้า หลานเยี่ยที่อยู่อีกด้านกลับตั้งใจมองหลานเฟิงอย่างหาเรื่อง ใบหน้าเคลือบรอยยิ้มทะเล้น หลานเฟิงไม่มีปฏิกิริยาอะไร กลับเป็นอวี่มั่วที่รีบหนีออกห่างจาก ‘สนามรบ’ นี้

…………………….

1 เฟิงเยี่ย (枫叶) หมายถึง ใบเมเปิ้ล พ้องเสียงกับชื่อของหลานเฟิงและหลานเยี่ย

2 ต้นเฟิง (枫树) หมายถึง ต้นเมเปิ้ล

3 ดอกจื่อหลัวหลาน (紫罗兰) หมายถึง แอฟริกันไวโอเล็ต (African violets)

4 ดอกชีเซ่อจิ่น (七色堇) หมายถึง ดอกเดซี่เจ็ดสี

5 ดอกเฟิงซิ่นจื่อ (风信子) หมายถึง ดอกผักตบชวา

6 ดอกอู้วั่งหวั่ว (勿忘我) หมายถึง ดอกฟอร์เก็ตมีน็อต (Forget me not)

7 ดอกซีอู้ (夕雾) หมายถึง ดอกโธรตวอร์ต (Throatwort)

8 ดอกฝูงซังฮวา (扶桑花) หมายถึง ดอกชบา

9 ดอกเยี่ยไหลเซียง (夜来香花) หมายถึง ดอกราตรี

10 ดอกอีหมี่ (依米花) คือดอกไม้ที่ไม่อาจยืนยันได้ว่ามีอยู่จริง ว่ากันว่าดอกไม้ชนิดนี้จะขึ้นอยู่ในพื้นที่ทะเลทราย มีสี่ถึงห้ากลีบ มีหลายสีในดอกเดียว ใช้เวลาในการเจริญเติบโตช้า เมื่อออกดอกก็บานอยู่ได้เพียงไม่นาน ภาษาดอกไม้ของดอกอีหมี่คือ รักหรืออัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version