ตอนที่ 195-1
ตบะหมื่นปีแลกกับความปลอดภัยของเจ้า!
“องครักษ์เขี้ยวมังกร กลับมารวมกลุ่ม!”
เสียงของมู่ชิงเกอสะท้อนกังวานไปมาในสุสานเทวะที่กำลังจะพังทลาย
องครักษ์เขี้ยวมังกรที่กำลังต่อสู้อยู่รีบรวมตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว รวมตัวกันเข้ามาที่ข้างกายของมู่ชิงเกอ การกระทำนี้ก็ถูกพวกปีศาจเฒ่าขั้นกักเก็บมองเป็น การดิ้นรนก่อนตาย ไม่ได้มีท่าทีจะไปหักห้าม
“คุณชาย!”
“คุณชาย—–!”
องครักษ์เขี้ยวมังกรทั้งสามร้อยคน บนตัวของแต่ละคนก็ล้วนแต่เต็มไปด้วยบาดแผล แต่ทำทางก็ยังคงขึงขังห้าวหาญดุจเดิม
กระบี่ยักษ์สีเลือดบนหัวของพวกเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนเบาลง กลับกันกลับกลายเป็นดูสมจริงมากยิ่งขึ้น
ครืน ครืน—–!
บนท้องฟ้าพลันสะท้อนมาด้วยเสียงสายฟ้าอันน่าหวาดหวั่น เงาร่างของคนที่กำลังปะทะในจุดสุดท้ายในที่สุดก็แยกออกจากกัน เส้นแส้งสายหนึ่งพุ่งตกมาทางมู่ชิงเกอ พอแสงจ้าหายไปก็เผยให้เห็นเงาร่างของเจียงหลี
เจียงหลีในตอนนี้ก็ไม่สามารถควบคุมร่างปีศาจของตนได้แล้ว กลับคืนสู่ร่างมนุษย์
ถึงแม้พอมองไปจะดูเหมือนว่านางไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่มู่ชิงเกอก็ยังสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความอ่อนล้าจากไอพลังของนาง
เกรงว่าหากยังปะทะต่อไป เจียงหลีก็ยากที่จะหนีพ้นชะตากรรมเช่นเดียวกันกับเฉินปี้เฉิง!
“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” มู่ชิงเกอกล่าวว่าเลียงกดตํ่า
เจียงหลีเม้มปากส่ายหน้า นัยน์ตาที่ทอประกายสีทองก็ฉายแววกังวลใจ
นางกับมู่ชิงเกอยืนตระหง่านอยู่เคียงข้างกัน ส่วนอสรพิษยักษ์ที่นางใช้เกล็ดเสกสร้างออกมาก็ยืนคุ้มกันพวกนางอยู่ด้านหลัง พวกองครักษเขี้ยวมังกรยืนคุ้มกัน อยู่ด้านหน้า ยืนประจันหน้ากับพวกยอดยุทธ์ขั้นกักเก็บ ยอดยุทธ์ขั้นสีม่วง และยังมีหลานเฟยเยว่ไท่สื่อเกาที่ยังมีชีวิตอยู่
ศิษย์ตระกูลหลานที่ระดับพลังไม่ถึงขั้นสีม่วงพวกนั้นก็ตายตกกันไปหมด แน่นอนคนของแคว้นลี่และแคว้นอวี๋พวกนั้น ก็ได้เหลืออยู่แค่เพียงไม่กี่คนที่นอนหายใจรวยรินอยู่
การสู้รบครั้งนี้ก็ถือมีการบาดเจ็บล้มตายที่หนักหนานัก
ถ้าหากจะต้องเปรียบเทียบกันจริงๆ ก็เหมือนกับว่าขุมกำลังทั้งสามที่ต้องการเอาชีวิตของมู่ชิงเกอจะบาดเจ็บล้มตายมากกว่าอยู่ส่วนหนึ่ง ฝ่ายพวกเขามียอดยุทธ์ขั้นกักเก็บตายไปคนหนึ่ง ทั้งยังสูญเสียระดับสีม่วงไปเกือบครึ่ง หลานเฟยเยว่กลายเป็นเสียโฉมอีกครั้ง ไท่สื่อเกาก็กลายเป็นบาดเจ็บสาหัส ส่วนมู่ชิงเกอฝั่งนี้เล่า? หยินเฉินได้รับบาดเจ็บสาหัส หยวนหยวนยังพอมีสภาพที่ดีอยู่ เฉินปี้เฉิงบาดเจ็บหนักและถูกจับ จ้าวหนานซิงกับฟ่งอวี๋เฟยก็เช่นกันถูกจับตัวเอาไว้ เจียงหลีถึงแม้จะไม่ได้บาดเจ็บสาหัส แต่ก็คาดว่าจะไม่มีแรงไปรับมือกับผู้แข็งแกร่งขั้นกักเก็บอีก
“เจ้าวางแผนว่าจะทำอย่างไร?” เจียงหลีกล่าวเสียงเบาไปทางมู่ชิงเกอ
มู่ชิงเกอยิ้มร้ายกาจออกมา รอยยิ้มนั่นก็ทำเอาใบหน้างามลํ้าของนางกลายเป็นยั่วเย้าดึงดูดผู้คนขึ้น “เจียงหลี เจ้ากลัวตายหรือไม่?”
เจียงชะงักไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาหันมองมาทางนาง ราวกับว่าจะเข้าใจความหมายของนาง
“กลัว ทำไมจะไม่กลัวเล่า? แต่ข้าก็ยังกลัวการตายอย่างไร้เกียรติเสียมากกว่า!” เจียงหลีตอบกลับด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มนั้นก็ดูสดใสบริสุทธิ์ยิ่งนัก ไม่มีท่าทางเจ็บแค้นแม้แต่น้อย
รอยยิ้มนี้ก็ทำให้มู่ชิงเกอกลืนประโยคที่ว่า ‘เจ้ากล่าวโทษข้าหรือไม่’ ลงไป
“มู่ชิงเกอ ความตายยอยู่ตรงหน้ายังจะคิดดิ้นรนอะไรอีก? ฮ่าๆๆๆๆๆ ข้าขอบอกเจ้า วันนี้ต่อให้เป็นเทพเซียนหรือพระโพธิสัตว์ที่ไหนก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงโชคชะตาที่จะต้องตายของเจ้าได้! ไม่ใช่เพียงเจ้าแต่ขอแค่เป็นคนที่ช่วยเหลือเจ้า ก็ล้วนแต่ต้องตายไปเพราะเจ้า!” หลานเฟยเยว่กล่าวสาปแช่งขึ้นอย่างชิงชัง
“ช่างน่าเสียดายนักที่ไม่มีโอกาสได้ตบปากโสโครกปากนั้น” เจียงหลีมองไปทางหลานเฟยเยว่เอ่ยขึ้นยิ้มหยัน
“ฮ่าๆๆๆ—–!” มู่ชิงเกอแหงนหน้าหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของนางก็ดังสะท้อนไปมาบนท้องฟ้าของสุสานเทวะไม่หยุด ไม่ได้มีความเกรงกลัวที่ความตายกำลังจ่ออยู่ตรงหน้า ไม่ได้มีท่าทางหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
ที่มอบให้ผู้คนกลับเป็นความกลิ่นไอแห่งความยึดมั่น และไม่แยแส เป็นความรู้สึกไม่แยแสต่อชะตาฟ้าดินพวกนั้น
นางตะโกนขึ้นเสียงดังไปทางองครักษ์เขี้ยวมังกร “บอกข้า พวกเจ้ากลัวตายหรือไม่—-!”
“ต่อสู้เพื่อคุณชาย พวกเราไม่กลัว ไม่กลัว ไม่กลัว!”
เสียงร้องคำรามอันพร้อมเพรียงก็เหมือนกับได้ผ่านการฝึกฝนมาเป็นร้อยครั้งพันครั้ง ทั้งพร้อมเพรียงและมีพลัง
ความขึงขังนี้ก็ทำให้ดาบยักษ์ที่หลอมรวมมาจากจิตใจของพวกเขายิ่งมีไอพลังที่น่าเกรงขามยิ่งขึ้น
“ดี!” มู่ชิงเกอร้องตะโกนขึ้นเสียงหนึ่ง นางแย้มยิ้มพลาง กล่าวว่า “วันนี้พวกเราก็จะร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ต่อให้ตายพวกเราก็จะตายไปที่ตำหนักยมบาลร่วมกัน!”
“ตกตายพร้อมกัน บุกนรกร่วมกัน!”
“ตกตายพร้อมกัน บุกนรกร่วมกัน!”
“ตกตายพร้อมกัน บุกนรกร่วมกัน!”
เสียงร้องเรียกที่พร้อมเพรียงกันและไอพลังขององครักษ์เขี้ยวมังกรก็พลันพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า
ต่อให้พวกที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาจะเป็นขุนเขาอย่างปีศาจเฒ่าขั้นกักเก็บที่ยากจะก้าวข้ามไปได้ แต่พวกเขาก็ยังเชื่อมั่นสุดหัวใจว่าคุณชายของพวกเขาไม่ว่ายังไงก็จะสามารถพาพวกเขาก้าวข้ามอุปสรรคขวากหนามทั้งหมดเหมือนกับตอนก่อนๆ ไปได้
ต่อให้ตายก็จะต้องทำให้ศัตรูรู้สึกเกรงกลัว!
ห้ามทำให้ชื่อเสียงขององครักษ์เขี้ยวมังกรกับมู่ชิงเกอเสื่อมเสีย!
มู่ชิงเกอกำทวนหลิงหลง หลับตาทั้งสองพร้อมกับเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ และในตอนที่ดวงตาที่ปิดสนิททั้งสองข้างเปิดออก ณ ตอนนั้น ประกายแสงอันดุดันก็พลันสาดส่องออกมา “ฆ่า—–!”
“ฆ่า—–!”
“ฆ่า—–!”
“ฆ่า—–!”
เหล่าองครักษ์เขี้ยวมังกรร้องคำรามออกมาจากจิตวิญญาณ ก่อนจะพุ่งทะยานกันเข้าไปหายอดยุทธ์ขั้นกักเก็บอย่างไม่เกรงกลัว
เลือดในใจของเจียงหลีก็พลันถูกมู่ชิงเกอกระตุ้นให้ฮึกเหิมขึ้น นางไม่ได้กล่าวมากความแม้แต่ประโยคเดียว แต่เป็นนำพางูยักษ์พุ่งทะยานไปทางยอดยุทธ์ขั้นกักเก็บที่เหลือ
ส่วนมู่ชิงเกอน่ะหรือ?
ในนัยน์ตาของนางมีประกายสายฟ้าไหววูบ ประกายสายฟ้าที่บางราวกับเส้นขีดเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นรอบนอกกายนาง ไหลส่งไปทางทวนหลิงหลง
ทวนหลิงหลงสีเงินก็ค่อยๆ กลายเป็นสีนํ้าเงินเข้ม
มู่ชิงเกอพริบตาก็พุ่งออกไป ปลายทวนวาดชี้ไปทางปีศาจเฒ่าของตระกูลหลาน
“มู่ชิงเกอเจ้าไม่สนใจชีวิตของพวกเขารึ?” เห็นมู่ชิงเกอพุ่งทะยานมาที่ทิศที่ตนอยู่ ไท่สื่อเกาก็เอ่ยขึ้นมาท่าทางหวาดกลัว
แต่จ้าวหนานซิงกลับเงยหน้าขึ้น หัวเราะเสียงดังลั่นขึ้น “ในเมื่อล้วนแต่ต้องตาย ชิงเกอจะไปยอมให้เจ้าข่มขู่ได้อย่างไร?” พอกล่าวจบเขาก็หันไปกล่าวกับมู่ชิงเกอ “มู่ชิงเกอ เจ้าก็เป็นคุณชายของแคว้นฉิน เป็นยอดอัจฉริยะผู้สูงส่งของพวกข้าเหล่าแคว้นลำดับสาม อย่าได้แสดงความอ่อนแอต่อสุนัขเฒ่าพวกนี้เป็นอันขาด!”
“คุณชายจะต้องชนะ—–!” ฟ่งอวี๋เฟยตะโกนขึ้นเสียงดัง
“พวกเจ้ารนหาที่ตายรึ!” เฮยมู่ฟาดมือโจมตีไปทางจ้าวหนานซิงกับฟ่งอวี๋เฟย
พลังฝ่ามืออันดุดันพริบตากระแทกไปยังอกของจ้าวหนานซิงกับฟ่งอวี๋เฟย ทั้งสองคนกระอักเลือดล้มลงกับพื้น ลมหายใจรวยริน
เฉินปี้เฉิงพอเห็นฉากภาพนี้ก็พลันร้องคำรามขึ้นเสียงดัง พริบตาระเบิดพลังออกมา ชันกายขึ้นมาจากพื้นก่อนจะพุ่งเข้าหาหลานกังที่อยู่ใกล้ที่สุด ราวกับว่าวันนี้เขาจะต้องกัดหลานกังให้ตกตาย
มู่ชิงเกอพอเคลื่อนไหวปีศาจเฒ่าขั้นกักเก็บอีกคนหนึ่งก็เร่งรีบปล่อยการโจมตีออกไป มู่ชิงเกอพลันควักกระจกทองแดงสะบัดออกไป การโจมตีนั้นพอกระทบที่ตัวกระจก มันก็สะท้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว โจมตีกลับไปทางปีศาจเฒ่าที่ลงมือ
และในคราวเดียวกัน กระทองแดงใบนั้นก็พลันแตกสลายกลายเป็นเศษผง
ตอนนั้นเอง มู่ชิงเกอก็ได้ร่อนลงมาที่พื้นแล้ว ทวนหลิงหลงพุ่งแทงไปทางปีศาจเฒ่าหลานกัง
ปีศาจเฒ่าหลานกังวาดมือปัดไปทางมู่ชิงเกอ สบถขึ้นเสียงชั่วช้า “หึ กระจากบานนั้นของเจ้าก็แตกไปแล้ว ข้าจะลองดูซิว่าเจ้ายังสามารถต่อต้านอะไรได้อีก” มู่ชิงเกอก็เหมือนกับว่าจะไม่ได้สนใจในส่วนนี้ก็ไม่ปาน ยังคงโจมตีไปทางเขาต่อไป
แต่ว่า ในตอนที่นางจะพุ่งไปถึงตรงหน้าของปีศาจเฒ่าหลานกัง ร่างกายอยู่ๆ ก็หมุนออกไป ท้ายทวนพุ่งเอียงออก เกี่ยวเอาจ้าวหนานซิงกับเฟิงอวี๋เฟยเหวี่ยงออกไปจากจุดปะทะ
เพียงแต่พอเป็นเช่นนี้ ด้านหลังก็เลยกลายเป็นไร้การป้องกัน ถูกปีศาจเฒ่าหลานกังฟาดตีเข้าใส่ไปฝ่ามือหนึ่ง พุ่งถลาไปด้านหน้า
“เจ้าถึงกับยอมรับฝ่ามือข้าฝ่ามือหนึ่ง เพื่อต้องการช่วยเศษสวะไม่ได้ความสองตัวนั้นรึ?” ปีศาจเฒ่าหลานกังก็มองออกถึงจุดประสงค์ของมู่ชิงเกอ อดไม่ได้ที่ร้องกล่าวขึ้นอย่างแปลกใจ
มู่ชิงเกอชันกายขึ้นมาจากบนพื้น กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
นางยิ้มเย็นพลางกล่าวว่า “นี่เป็นจุดแตกต่างของคนกับเดรัจฉาน”
ต่อให้ต้องตาย นางก็ไม่มีทางยอมให้จ้าวหนานซิงกับฟ่งอวี๋เฟยด้องตายด้วยสถานะของเชลยศึก
พอได้ฟังเสียงเหน็บแนมของมู่ชิงเกอ ดวงตาทั้งสองข้างของปีศาจเฒ่าหลานกังก็พลันเบิกกว้างขึ้น ก่อนจะร้องคำรามออกไป “น่าตายนัก!”
มู่ชิงเกอใช้เคล็ดวิชาของทวนหลิงหลงออกไปอย่างรวดเร็ว ประกายสายฟ้านับไม่ถ้วนเกี่ยวรัดกันไปมา พลังการโจมตีเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่า “อ๊าก—-! นี่คือสิ่งใดกัน? ทำไมถึงได้มีพลังแห่งสายฟ้า! เจ้าทำไมถึงมีพลังแห่งสายฟ้า?” ระหว่างการต่อสู้ หลานกังก็ร้องเสียงตื่นตระหนกออกมา
แต่ว่ามู่ชิงเกอก็ไม่ได้คลายความสงสัยให้เขาแต่อย่างใด ซือมั่วบอกนางเอาไว้ว่าอย่าได้เปิดเผยความสามารถพิเศษธาตุสายฟ้าออกไปง่ายๆ ต่อให้นางจะพัฒนาไป ไกล ระดับการฝึกฝนสูงขึ้นแล้ว ก็ห้ามไม่ให้นางใช้ความสามารถพิเศษธาตุสายฟ้าต่อกรกับศัตรู
แต่ว่าวันนี้พอต้องมาเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งที่นางไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน นางก็จำเป็นจะต้องใช้ไพ่ตายขั้นสุดท้ายนี้