บทที่ 380
เจรจายกเลิกสัญญาหมั้นหมาย 3
แน่นอน พอทราบว่าตนจะได้ออกไป ศัตรูที่เขาคิดจะแก้แค้นเป็นอันดับแรกก็คือกู้ซีจิ่ว!
ยามที่เงาร่างของกู้ซีจิ่วผุดขึ้นมาในสมองเขา นอกจากเขาจะแค้นเคืองแล้ว ส่วนนั้นก็ยังผงาดขึ้นมาอย่างน่าอับอาย…
จนถึงตอนนี้เขาก็ยังนึกไม่ถึงว่าตนจะมีความรู้สึกต่อนังเด็กคนนั้น
หลังจากออกไปได้เขาจะคิดหาทางให้ได้นางมา จากนั้นก็ทอดทิ้งนางอีกครั้ง ให้นางได้ลิ้มลองความร้ายกาจของเขา!
เว้นเสียแต่ว่านางจะคุกเขาอ้อนวอนขออภัย เขาอาจจะพิจารณารับนางไว้อย่างเป็นทางการ ให้นางเป็นเมียบ่าวคนหนึ่ง
เมื่อก่อนเขาไม่เคยมีความคิดเช่นนี้ต่อนางก็แล้วไป แต่ยามนี้ในเมื่อมีความคิดนี้แล้ว ย่อมต้องหาวิธีให้สมปรารถนา เขาเป็นองค์ชาย มีคนที่พร้อมรับใช้และลงมือเพื่อเขามากมาย ต้องการครอบครองสตรีนางหนึ่งย่อมง่ายดายยิ่งนัก…
ต่อให้ไม่ครอบครองใจของอีกฝ่าย แต่ได้ครอบครองตัวคนก่อนก็ไม่เลว
อันว่าสตรีนั้น เมื่อทอดกายให้ผู้ใดแล้วก็มีแต่ต้องแต่งให้แก่คนผู้นั้น…
เขาโอบกอดความหวังอันงดงามนี้ไว้แล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา ยามกะสี่[1]เขาก็ถูกพัศดีปลุกให้ตื่น พัศดีมอบอาหารหลากหลายชนิดให้เขาหนึ่งชุด บอกว่าจะปรนนิบัติเขาจนออกเดินทาง
เขานึกว่าจะถูกปล่อยตัวออกไปแล้ว เมื่อมองเห็นอาหารเหล่านั้นก็กลืนน้ำลายลงไป แล้วเอ่ยปฏิเสธอย่างยโสโอหัง
หลังจากออกไปแล้ว อะไรบ้างเล่าที่อยากกินแล้วจะไม่ได้กิน? เขาถึงไม่เห็นอาหารของคุกอยู่ในสายตา! ต่อให้เป็นอาหารรสเลิศก็ยังเป็นอาหารคุกอยู่ดี!
หลายวันมานี้พัศดีผู้นั้นถูกเขาชี้นิ้วสั่งอย่างทารุณยิ่งนัก ยามนี้ก็ไม่ได้ฝืนใจเขา ถามเพียงประโยคเดียวว่า “ท่านไม่กินจริงๆ หรือ?”
“ไม่กิน!”
“เอาเถอะ” พัศดีจึงสั่งให้คนเก็บอาหารออกไปทันที จากนั้นก็เชิญขุนนางผู้ประกาศราชโองการที่อยู่ด้านนอกเข้ามา…
ยามที่ประกาศราชโองการจบ องค์ชายหรงเหยียนก็อึ้งงันไปหมด
เขาไม่เชื่อและสงสัยว่าราชโองการฉบับนี้จะเป็นของปลอม!
แต่เมื่อฉวยมาอ่านดูนานสองนาน ก็ต้องสิ้นหวังเมื่อพบว่าราชโองการนี้เป็นของจริง เสด็จพ่อของเขาจะสังหารเขาจริงๆ!
ร่างกายเขาแข็งค้างล้มลงกองกับพื้นทันที ขุนนางผู้นั้นเห็นแก่ที่เขากำลังจะตาย จึงบอกความจริงส่วนหนึ่งแก่เขา
กล่าวว่ามีคนทำให้ข่าวรั่วไหลก่อนเวลา เป็นผลให้ผู้อื่นสังเกตเห็นความผิดปกติ ทำให้คุณหนูกู้ไปโวยวายกับองค์จักรพรรดิ แล้วคุณหนูกู้ยังมีทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายคอยหนุนหลังอยู่ ดังนั้นจักรพรรดิซวนจึงอับจนหนหาง ทำได้เพียงจัดการอย่างเป็นธรรม…
เมื่อทราบความจริงแล้ว องค์ชายหรงเหยียนก็ยิ่งเกลียดแค้นชิงชังกู้ซีจิ่วจนถึงกระดูก!
แต่มาถึงยามนี้ เขาก็ไร้กำลังจะพลิกสถานการณ์แล้ว
ขุนนางที่มาประกาศราชโองการถอนหายใจ สั่งการให้คนเปลี่ยนชุดประหารให้เขา
เหตุผลอาจเป็นเพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นองค์ชาย ชุดประหารนี้จึงแตกต่างกับชุดประหารอื่นๆ ทำมาจากผ้าแพรต่วน ด้านบนมีลวดลายบางอย่างรางๆ ถ้าไม่สังเกตให้ละเอียดจะมองไม่เห็น เมื่อสวมใส่แล้วสบายยิ่งนัก
เพียงแต่ในยามนี้องค์ชายหรงเหยียนไม่เหลียวแลสิ่งเหล่านี้แล้ว และไม่สนใจสิ่งเหล่านี้เลย
ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เขาก็ถูกคุมตัวไปที่ลานประหารแล้ว ผ่านไปครึ่งปี ในที่สุดเขาก็ได้พบกู้เทียนฉิงอีกครั้ง…
เห็นได้ชัดว่าครึ่งปีที่ผ่านมาชีวิตความเป็นอยู่ของกู้เทียนฉิงไม่ได้ดีไปกว่าเขา ร่างกายผ่ายผอมจนกระดูกแทบจะโปนออกมา แต่ดวงตากลับลุกวาวด้วยความเดียดแค้นชิงชัง
ทั้งสองคุกเข่าเคียงกันอยู่ตรงนั้น ในที่สุดกู้เทียนฉิงก็เปล่งเสียงแหบพร่า “ลูกของพวกเราไม่อยู่แล้ว…”
หรงเหยียนไม่สนใจนาง ชีวิตเขากำลังจะจบสิ้นแล้ว ไหนเลยจะยังสนใจลูกที่ไม่ได้ออกมาดูโลกคนนั้น
“ข้าจะล้างแค้น! ข้าตายกลายเป็นผีก็จะล้างแค้น!” นัยน์ตากู้เทียนฉิงแดงฉานดุจโลหิต “ข้าจะไม่ละเว้นกู้ซีจิ่วไปเด็ดขาด!” น้ำเสียงที่แหบแห้งเย็นยะเยือกนั้นทำให้หรงเหยียนที่ได้ยินหนาวสะท้าน
“หากเกิดใหม่ได้อีกครั้ง ข้าก็จะไม่ละเว้น!” หรงเหยียนเอ่ยออกมาเช่นกัน ความพยาบาทในอกซัดโหมดุจคลื่น!
ตามปกติแล้วการประหารนักโทษของอาณาจักรเฟยซิงมีอยู่สองช่วงเวลา
หนึ่งคือยามเที่ยง ยามนั้นไอหยางเข้มข้นที่สุด…
…………………………
[1] ยามกะสี่ ในช่วงเวลากลางคืนจะมีการแบ่งภาระหน้าที่การทำงานกันเป็นกะ ยามกะสี่คือช่วงเวลาระหว่าง 01:00 น. – 03:00 น.