ตอนที่ 709 การปลุกจากยมโลก
นอกหอคอยรกร้างบูรพามีชาวเผ่าหมานมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนที่พวกเสวี่ยซามาถึงแล้วมองไปนั้น ชาวเผ่าหมานรอบๆ หอคอยมีไม่ต่ำกว่าหลายแสนคนแล้ว และยังมีเผ่าหมานอีกมากกำลังบินอยู่บนขอบฟ้ารอบๆ
ลมหายใจกับความฮึกเหิมของหลายแสนคนก่อขึ้นเป็นพลังเขย่าฟ้าสะเทือนดิน พลังนี้วนรอบหอคอยรกร้างบูรพาราวกับดาวล้อมเดือน และระเบิดเป็นความบ้าคลั่งจากตัวพวกเขาซึ่งเพียงพอจะสร้างความตื่นตกใจกับทุกเผ่าพันธุ์
ต้นกำเนิดความบ้าคลั่งนี้คือสายเลือดของพวกเขา และต้นกำเนิดที่เหนี่ยวนำให้สายเลือดให้บ้าคลั่งก็คือวงแสงสีโลหิตวงที่เก้าบนฟ้า
ภายในวงแสงนั้นแฝงไว้ด้วยความเข้าใจของซูหมิง เป็นความคิดชั่วร้าย กระทั่งความเข้าใจของเลี่ยซานซิวเทพหมานรุ่นหนึ่งยังสู้ไม่ไหวจนสลายหายไป
ความคิดชั่วร้ายนี้วนเวียนอยู่บนแดนหมาน ต่อให้เป็นภายในน้ำวนหมอกมรณะหยินด้านบนที่มีฟ้าครามกลับคืนมาแล้ว ตอนนี้เพราะวงแสงวงที่เก้า ก็ยังกระตุ้นให้เกิดเสียงคำรามด้วยความตื่นเต้นแว่วมา เสียงคำรามนั้นดังกึกก้อง ทั้งยังมีวัตถุชั่วร้ายเหมือนจะพุ่งออกมาจากหมอก วนเวียนอยู่ตรงขอบ ทว่ากลับควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่ให้เข้ามายังโลกหมาน
ตรงกลางหมอกม้วนตลบนั้น มีเสียงแก่ชราสามเสียงจากส่วนลึกกำลังคำรามอยู่
“เป็นกลิ่นอายพลังของเจ้าหนูนั่น ไม่ผิด เป็นกลิ่นอายของเขา…พลังของเทพหมานในรุ่นนี้!”
“ความคิดชั่วร้ายสีโลหิต จิตสังหารน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ข้าเหมือนเห็นว่าโลกสีโลหิตในความคิดชั่วร้ายนั้น เป็นโลกที่สวยงามยิ่งนัก…”
“ข้าชอบเจ้าหนูนี่ ข้าชอบคนที่มีความคิดชั่วร้ายแบบนี้ ถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนี้แต่แรก ตอนนั้นไม่น่าให้เผ่าเซียนบัดซบอุ้มเอาเขาไปเลย น่าจะเอามาอยู่แดนศักดิ์สิทธิ์มรณะหยิน เขาจะได้เป็นหนึ่งในบุตรศักดิ์สิทธิ์ของโลกมรณะหยินของเรา!”
ขณะเดียวกับที่สามเสียงนี้กำลังร้องลั่นอยู่ ก็มีดวงจิตที่แก่ชรากว่าพวกเขา อยู่ในส่วนลึกของหมอกมรณะหยินยิ่งกว่า และยังบ้าอำนาจอย่างยิ่ง พลันม้วนหมอกเข้ามากดทับจิตสัมผัสสามสายอย่างรุนแรง
“หุบปาก!”
เสียงนั้นแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายชั่วร้าย ขณะดังก้องกังวาน จิตสัมผัสสามสายนั้นพลันเงียบกริบ
“ข้ารู้สึกถึงระลอกคลื่นคุ้นเคยจากตัวเขา นั่นคือระลอกคลื่นที่โลกมรณะหยินของเราทำสัญญากับเลี่ยซานซิวในตอนนั้น! นั่นคือสัญญาการเรียกหาผู้พิทักษ์วิญญาณของเผ่าวิญญาณชั่วร้ายกับมารภูตผีของเผ่าหมีซื่อ
ตอนนี้ระลอกคลื่นยังไม่นับว่าเด่นชัดนัก พวกเจ้าสามคนจับตาดูไว้ตลอดเวลา รอจนระลอกคลื่นนี้เด่นชัดถึงระดับที่เรียกหาได้ก่อนค่อยพาเขามาหาข้าทันที ตอนเจ้าเลี่ยซานซิวจากไปก็เคยรับภารกิจใหญ่ของโลกมรณะหยินเรา เขาช่วยพวกเราตามหาเส้นทางสู่โลกแท้จริงที่ห้า ฉะนั้นพวกเราเลยต้องมีสองเผ่าพันธุ์ฟังคำสั่งตามระลอกคลื่นนั้นไปชั่วชีวิต
ทว่าตอนนั้นเลี่ยซานซิวไม่ได้บอกว่าคนที่กระตุ้นระลอกคลื่นนั้นเป็นคนเดียว แต่บอกว่าเกิดจากการรวมทั้งเผ่าหมาน นี่มันไม่สอดคล้องกันอยู่บ้าง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตั้งแต่โบราณมา หลังจากเลี่ยซานซิวจากไปก็มีเพียงเขาคนเดียวที่กระตุ้นระลอกคลื่นสัญญาแห่งการเรียกหา เช่นนั้น…..ก็เป็นเขานี่แหละ!”
หมอกม้วนตลบอย่างรุนแรงตามเสียงชายชรา ตรงส่วนลึกยิ่งมีน้ำวนอยู่สองจุดภายในหมอก น้ำวนสองจุดนี้หยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวและซ่อนตัวอยู่ในหมอก ตอนนี้ปรากฏวูบวาบตามการเคลื่อนตัวของหมอก เห็นรางๆ ว่าในน้ำวนหยุดนิ่งจุดหนึ่งในนั้นเหมือนมีหนึ่งแผ่นดินอยู่
ดินบนแผ่นดินนั้นเป็นสีดำ แม้แต่ท้องฟ้ายังดำทึบ มีเพียงสายฟ้าสีแดงผ่าลงมาเป็นบางครั้ง เลยส่องสะท้อนให้เห็นโลกนี้ชัดเจนขึ้นเล็กน้อย พอจะเห็นรางๆ ว่าบนแผ่นดินนั้นมีบุคคลสวมเกราะดำหนึ่งแสนคนนั่งขัดสมาธิอยู่
คนเหล่านี้กำลังหลับตาปานหลับใหลมาไม่รู้กี่ปี ส่วนสูงพวกเขาราวๆ สามจั้ง บนใบหน้าล้วนเป็นใบหน้าภูตผีชั่วร้าย เหมือนกับสวมหน้ากาก
หากซูหมิงอยู่ตรงนี้จะต้องรู้สึกอย่างชัดเจนแน่ว่ากลิ่นอายพลังจากตัวพวกเขา ก็คือกลิ่นอายพลังของเผ่าวิญญาณชั่วร้ายบนชั้นแปดหอคอยรกร้างบูรพา
น้ำวนอีกจุดหนึ่งในสองอันนี้ ก็มีแผ่นดินเช่นเดียวกัน ทว่าสีของแผ่นดินเป็นสีแดงฉาน ท้องฟ้าก็เช่นเดียวกัน แต่จะมีสายฟ้าสีดำผ่าลงมาเป็นบางครั้งทำให้พื้นดินมืดทึบ บนพื้นมีคนนั่งขัดสมาธิอยู่หนึ่งแสนคนเช่นกัน พวกเขาสวมเสื้อเกราะแดง ขณะหลับตาอยู่จะเห็นได้ว่าทุกคนล้วนซูบผอมดุจหนังหุ้มกระดูก และมีแสงสีแดงวนเวียนรอบตัว ดูแล้วพิลึกอย่างยิ่ง
พวกเขาก็คือเผ่าหมีซื่อ!
ตั้งแต่โบราณมา นักรบของสองเผ่านี้หลับใหลอยู่ที่นี่มาโดยตลอด รอคอยคนที่จะมาปลุกตื่นพวกเขา ช่วงที่แสงโลหิตกระจายเป็นวงกว้างบนแผ่นดินหมานตามจิตใจแน่วแน่ของซูหมิงนั้น นักรบสองแสนคนภายในน้ำวนสองจุดดวงตาสั่นไหวพร้อมกันเหมือนจะลืมตา
เพียงแต่ว่าการเรียกหาตามสัญญานี้อ่อนแอยิ่งนัก ฉะนั้นพอดวงตาสั่นไหวแล้วก็ปิดตาลงอีกครั้ง
ภายในฟ้าดินเผ่าหมาน ขณะวงแสงหอคอยรกร้างบูรพากระจายออก ท่ามกลางการคารวะด้วยความฮึกเหิมของชาวเผ่าหมานหลายแสนคนกระทั่งมากกว่านั้น ตรงใจกลางชั้นหนึ่งหอคอยรกร้างบูรพามีแสงทองขยับวูบวาบ ก่อนค่อยๆ เผยเป็นร่างเงาของซูหมิง
ในตัวเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายชั่วร้าย การตระหนักรู้ที่ให้ใจไม่เงียบสงบกับความปรารถนาในฤดูใบไม้ร่วงทำให้พอเขาลงมาจากชั้นเก้าแล้ว ก็เกิดการแปรเปลี่ยนครั้งใหญ่ในร่างกาย
การแปรเปลี่ยนนี้ไม่มีคนอื่นมารบกวน ไม่มีอะไรมาชี้นำ นี่คือความเข้าใจของตัวเขาเองที่เกิดขึ้นในจิตสำนึก
“สีของฤดูใบไม้ร่วง…” ซูหมิงเลียริมฝีปาก ดวงตาเป็นประกายพิลึกชั่วร้าย ก่อนเดินไปอยู่ตรงหน้ากระบี่สังหารอย่างช้าๆ พอเข้ามาใกล้ กระบี่สังหารตัวสั่นในทันที เหมือนกับรู้สึกถึงความผิดปกติของซูหมิง รู้สึกว่าเขาต่างจากก่อนหน้านี้ราวกับคนละคน
นั่นคือความคิดชั่วร้ายที่อยู่เหนือกว่ากระบี่สังหารไปไกลมาก ทำให้มันตัวสั่นและร้องอย่างน่าเวทนา
“ขอถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย จะคารวะข้าหรือไม่!”
กระบี่สังหารในมือซูหมิงสั่นไหวอย่างรุนแรง ขณะขยับแสงสีทองก็มีสีครามลอยขึ้นมา ก่อนกลายเป็นคนเล็กสีคราม คนเล็กนี้ดูอ่อนแออย่างยิ่ง หลังจากออกมาแล้วมันก็มองซูหมิงด้วยความหวาดกลัว มันรู้สึกอย่างชัดเจนว่าแม้ซูหมิงจะดูไม่ได้แกร่งอะไรมากนัก ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายพลังที่มันต้องตัวสั่น กลิ่นอายพลังนี้คล้ายกับว่าบุคคลตรงหน้าปลุกอะไรบางอย่างให้ตื่นขึ้นมาแล้ว….
“กระบี่เจ้าสังหาร เจ้าน่าจะชอบการสังหาร ทว่าการสังหารทุกอย่างล้วนเพื่อความตาย การสังหารทุกอย่างต้องคารวะความตาย แต่ข้า…คือตัวแทนแห่งความตาย” ซูหมิงกล่าวช้าๆ วินาทีนี้วิญญาณเขาเหมือนยกระดับขึ้น ทำให้กลิ่นอายพลังที่ทำให้กระบี่สังหารตัวสั่นรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ในเวลาเดียวกันกลางฟ้ากระจ่างดาว ตรงใจกลางที่มีแผ่นดินนับไม่ถ้วนโอบล้อม ณ จุดที่กายเนื้อซูหมิงอยู่ พลันมีกลิ่นอายมรณะปะทุมาจากกายเนื้อเขา แรงปะทุนี้ทำให้เข็มแหลมจำนวนมากที่ปักลึกบนกายยกขึ้นเล็กน้อยพร้อมกัน ราวกับระงับแรงปะทุจากในตัวเขาไม่ไหว
ผู้แข็งแกร่งเผ่าเซียนทั้งหมดพากันตื่นตะลึง สายรุ้งยาวจำนวนมากห้อเหยียดผ่านอาคมเคลื่อนย้ายมายังกายเนื้อซูหมิงพร้อมกัน
“การปลุกจากยมโลก…..นี่มันการปลุกจากยมโลก!” ชายชราผมขาวเดินหนึ่งก้าวเข้าไปในอาคมเคลื่อนย้ายด้วยสีหน้าหวาดกลัว