Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 331


บทที่ 331 เจ้าเองหรือที่ทำร้ายพี่น้องข้า? (ปลาย)

ตู้ม! ทันใดนั้น ดาบเล่มใหญ่สั่นสะท้านพร้อมกับตัวคนถอยกรูดลากยาว ในขณะนั้น ปรากฏร่างของใครบางคนทะยานออกเบื้องหน้า เขาได้แต่หรี่ตาลงพร้อมกับผลักดาบใหญ่ฟันออกไปอย่างรุนแรง พลันรู้สึกได้ว่าแรงผลักดันแห่งดาบถูกบีบอัดด้วยพลังแปลกประหลาด!

เนื่องจากเยี่ยฉวนส่งกระบี่ออกปะทะกับดาบใหญ่ จึงถือเป็นการปะทะด้วยยุทธที่เรียบง่ายทว่าเต็มไปด้วยพลังบีบอัดแห่งกระบี่อย่างรุนแรง!

ตู้ม!

ทันทีที่ปะทะพลันบังเกิดเสียงปะทะดังเสียดแทง คนถือดาบใหญ่ลอยกระเด็นไกลกว่า 15 จั้ง ทันทีที่คนหยุดชะงักนิ่งกระบี่บินพุ่งวาบมาต่อหน้าต่อตา เขาจึงจำต้องยกดาบขึ้นสกัดกั้นการจู่โจมจากกระบี่ทันที

ตู้ม! ดาบเล่มใหญ่สั่นสะท้าน และคนถอยหลังกรูดห่างออกไปราว 15 จั้ง เป็นคำรบสอง! เมื่อร่างนั้นหยุดนิ่ง พลันสังเกตที่บริเวณง่ามนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เป็นรอยฉีกลึกถึงสองรอย ขณะนั้น โลหิตไหลซึมออกมาจากบาดแผล จากนั้น คนจึงเบนสายตาหันมองมาที่เยี่ยฉวนซึ่งหยุดอยู่ไม่ห่างไปนัก ทันใดนั้น เยี่ยฉวนหายวาบไปจากที่

หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!

หลังจากที่ความรู้สึกสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของพลังปะทะหนนี้ สีหน้าของชายถือดาบสลดวูบ บัดนี้ เขาตัดสินใจได้ทันทีว่าจะไม่ซ่อนเร้นพลังที่แท้จริงอีกต่อไป จึงฉวยดาบไว้ทั้งสองมือก่อนหมุนตัว ฉับพลันนั้น ปรากฏรังสีแห่งดาบพุ่งกระจายออกโดยรอบและแผ่กางท่วมท้นร่างเยี่ยฉวนที่พุ่งมาพร้อมกระบี่ ขณะที่ความเงียบครอบคลุมทั่วบริเวณ รังสีกระบี่ทะยานวาบทะลวงออกจากรังสีดาบที่แผ่ท่วมท้น……

ตู้ม! พลันรังสีดาบแหลกกระจัดกระจายทันที ทั้งพลังรุนแรงยังส่งร่างของคนถือดาบกระเด็นจากที่ ขณะคนผงะถอยหลังไปเพียงไม่กี่ก้าว กระบี่เล่มหนึ่งพุ่งพรวดเข้าถึงจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของมันเสียแล้ว กระบี่บิน! ตัวของเยี่ยฉวนนั้นยังอยู่ห่างไปไกลหลายจั้งก็จริง ทว่ากระบี่กลับทะยานถึงกึ่งกลางหว่างคิ้วของคนอย่างรวดเร็ว!

บัดนี้ ทักษะควบคุมกระบี่ของเขารุดหน้าไปไกลอย่างน่ากลัว ทันใดนั้น เยี่ยฉวนเดินตรงมาที่คนถือดาบใหญ่ “พี่น้องข้าไม่ใช่คนที่เจ้าจะมากลั่นแกล้งกันได้ง่ายๆ” สิ้นคำพูด เขาสะบัดมือออกครั้งหนึ่ง พลันกระบี่หลิงซิ่วเสียบทะลุจุดกลางระหว่างหัวคิ้วคนถือดาบ ฉึก! แรงดังกล่างทำให้โลหิตทะลักพรวดออกทางด้านหลังศีรษะของคน!

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนในที่นั้น โดยเฉพาะหลี่มู่ซึ่งบัดนี้แววตาเต็มไปด้วยความตื่นกลัว! เขารู้แล้วว่าเยี่ยฉวนเวลานี้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากนัก! คนผู้นั้นใช้เวลานานเท่าใด? หรือว่ามันมิใช่มนุษย์? สายตาของหลี่มู่ชำเลืองมองเยี่ยฉวน ด้วยเขาจำต้องยอมรับว่าตนเองรู้สึกหวาดกลัวมิใช่น้อย!

ความกล้าแกร่งของคนผู้นี้รุดหน้าไปมากเหลือเกิน! หากความก้าวหน้าของเขายังดำเนินไปเช่นนี้ ภายในสามปีหรือน้อยกว่านั้นเขาจะต้องก้าวถึงขั้นจ้าวกระบี่! เป็นคนที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้! เมื่อคิดเช่นนี้ ทำให้หลีมู่ตัดสินใจได้เด็ดขาดยิ่งขึ้น! เยี่ยฉวนต้องตาย

ชั่วขณะหนึ่งคำถามแว่บขึ้นมาในใจ การจบอย่างสันตินั้นหรือ? ไม่มีทางเป็นไปได้! จากนั้นเขาหันไปถามจ้าวทมิฬอีกด้านหนึ่ง “พร้อมแล้ว?” ฝ่ายนั้นพยักหน้าก่อนจะหายร่างไปอย่างเงียบเชียบ

อีกฟากหนึ่งเยี่ยฉวนเดินไปยังร่างไร้วิญญาณของคนซึ่งมีดาบใหญ่ตกอยู่ข้างกาย เขาโบกมือเบาๆ ก่อนที่ดาบเล่มหนาจะลอยขึ้นจากพื้นมาตกลงบนฝ่ามือ สุดยอดศาสตราวุธจิตวิญญาณขั้นประกายแสง! มีราคาไม่น่าจะต่ำกว่า 150 ล้านเหรียญทอง หรือสูงกว่านั้น! ชายหนุ่มเหยียดมุมปากเล็กน้อย นับว่ามีมูลค่าสูงไม่น้อยทีเดียว ถึงจะไม่ใช่กระบี่แต่เยี่ยฉวนคิดว่าเขาพอจะมีวิธีทำให้มันกลายเป็นกระบี่ประกายแสงได้!

ภายหลังจากเก็บงำของล้ำค่าชิ้นนั้นแล้ว เขาจึงโบกมืออีกครั้งซึ่งครานี้เป็นวงแหวนสัมภาระของร่างเบื้องหน้าปลิวมาตกในมือ ในวงแหวนมีเงินกว่าร้อยล้านเหรียญทอง สุดยอดศิลาจิตวิญญาณมากกว่าสองแสนชิ้น และสิ่งละอันพันละน้อยอื่นๆ แม้มูลค่าอาจไม่ได้มากมายนักแต่ก็ยังดี น่าจะขายได้สักสิบล้านเหรียญทองสิน่า!

จากนั้นก็จัดการเก็บวงแหวนสัมภาระเช่นเคย ก่อนจะหันไปมองกวาดรอบๆ บริเวณ แถวนี้ยังมีร่างของยอดยุทธ์อีกหลายคน ชายหนุ่มจึงคิดว่าน่าจะมีของล้ำอีกมากพอสมควร! แต่เมื่อมานึกอีกที ยามที่ตนตายคนที่สังหารเขาได้คงได้ทรัพย์สินสิ่งของล้ำค่าจำนวนมหาศาลไปด้วยเหมือนกัน! ในโลกที่แสนโหดร้าย การสังหารคนแล้วฉกฉวยทรัพย์สินถือเป็นทางลัดสู่หนทางแห่งความร่ำรวยทางหนึ่ง!

ดูเหมือนเยี่ยฉวนจะเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันไปทางหลีมู่หลินซึ่งยืนเงียบๆ อยู่อีกด้านหนึ่ง ซึ่งฝ่ายนั้นพอเห็นเยี่ยฉวนมองมาพลันหรี่ตาลง พลางกระชับมือข้างขวาที่ถือทวนยาวขยับกำแน่นขึ้นอย่างระแวงระวัง

เยี่ยฉวนเดินไปหยุดลงตรงหน้าหลีมู่หลิน ขณะที่อีกฝ่ายสายตามองนิ่งก่อนเอ่ยพูดว่า “ข้าจะถอนตัวและไม่กลับมาที่แคว้นเจียงอีกเลย!” เยี่ยฉวนหยุดชะงักในพลัน เปิดโอกาสให้หลีมู่หลินพูดต่ออีกว่า “ข้าจะยกของสิ่งนี้ให้เจ้า!” จากนั้นเขาได้ยื่นมือข้างหนึ่งมาข้างหน้า ต่อมาวงแหวนสัมภาระหล่นตุ้บลงต่อหน้าเยี่ยฉวน ซึ่งเมื่อก้มดูจึงเห็นว่าข้างในบรรจุเงินสองร้อยล้านเหรียญทอง!

สองร้อยล้าน! อีกฝ่ายมองตรงมา “ข้ามานี่ก็เพราะหวังในเงินรางวัล แต่แท้จริงพวกเรามิใช่ศัตรูคู่อาฆาตที่จะต้องเข่นฆ่ากัน เงินที่อยู่ในนั้นให้ถือว่าความแค้นระหว่างเราจบสิ้นกันตรงนี้ ตกลงไหม?” เยี่ยฉวนถามกลับทันที “ทำไม?” หลีมู่หลินว่า “เจ้าอาจคิดว่าเงินแค่นี้ไม่มีความหมาย แต่ข้าคิดว่าหากกลับไปเสียตอนนี้บางทีอาจจะยังไม่สายเกินไป เอาเถอะแล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน”

เยี่ยฉวนจัดการโยนวงแหวนสัมภาระเก็บเข้าที่ “ไปเสีย!” ความจริงถ้าหลีมู่หลินหนีไปเข้ากับขบวนทัพของแคว้นชู เยี่ยฉวนก็คงไม่สามารถตามไปสังหารเขาได้อยู่ดี เพราะอย่างไรเสีย ลำพังเยี่ยฉวนไม่อาจสู้กับทหารนับแสนนั่นได้ แต่หลีมู่หลินขอยุติความแค้นเคืองครั้งนี้ เขาไม่ต้องการให้คนผู้นั้นตามมาล้างแค้นตัวเขาหรือครอบครัวต้องเดือดร้อนในภายหลัง

การเจรจาของหลีมู่หลินครานี้ ถือว่าความแค้นเคืองระหว่างกันเป็นอันยุติ ก่อนที่คนจะหันหลังกลับยังมิวายทอดสายตามองไปทางเยี่ยฉวนอีกครั้ง ท่าทางชั่งใจอยู่สักครู่ก่อนที่จะละสายตาออกไป ขณะนั้น เสียงพูดเย้ยหยันดังแว่วมาจากหลี่มู่ขณะที่เขาเดินผ่านคนผู้นี้ “นี่หรือผู้สืบทอดตระกูลอันดับหนึ่งแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ยอมแพ้ง่ายๆ เสียแล้วหรือ?”

หลีมู่หลินชะงักกึกหันไปมองคนพูด “ยอมแพ้? ใช่ ข้ายอมรับความพ่ายแพ้ เพราะรู้ว่ายังไงเสียก็คงไม่สามารถสังหารมันได้ การที่คนเรารู้จักประมาณฝีมือของตัวเองไม่ใช่เรื่องเสียหาย!”

เมื่อเสียงคนพูดจบนั้นเอง ทวนยาวในมือสั่นพลิ้วและวนเป็นวงแหวน ทันทีที่เห็นเช่นนั้นพลันหลี่มู่หน้าเผือดซีดแววตาตื่นกลัว! จิตแห่งการบรรลุ! แม้แต่หลีมู่หลินเองก็ตกตะลึงด้วยเช่นกัน ครู่ต่อมาเมื่อรู้สึกตัวคนจึงเปล่งเสียงหัวเราะลั่นด้วยความยินดี “เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว……ฮ่าฮ่า……เยี่ยฉวน คราวหน้าถ้าพวกเรามีโอกาสพบกันที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะขอท้าประลองกับเจ้า” จากนั้นคนพูดก็หายวาบและปรากฏออกอีกครั้งในระยะไกล

หลีมู่หลิน!

เยี่ยฉวนนิ่งเงียบไปเป็นครู่ ภายในใจตระหนักรู้ถึงความมีตัวตนของยอดฝีมือมากมายในยุทธภพ! คราวหน้าเมื่อพบกัน……บางทีคนผู้นั้นอาจไม่ใช่หลีมู่หลินคนเดิมอีกต่อไปก็เป็นได้!!

ทันใดนั้น ร่างกายของเยี่ยฉวนมีอาการสั่นน้อยๆ ขณะนั้นคนในลานเริ่มหันมามองด้วยความตกใจ ทันใดนั้น ทุกคนกลับหันขวับไปอีกทาง ในที่ไกลออกไปที่สุดขอบฟ้า ทหารม้ากลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้าตรงมาอย่างเห็นได้ชัด ทหารม้าซึ่งมีเปลวไฟสีดำพรึ่บเป็นทางขณะที่ฝีเท้าม้าย่ำผ่าน! กองทัพเพลิงโลกันตร์!

ภาพที่ปรากฏแก่ตาทุกคนซึ่งประจำที่บนกำแพงเมือง ทำเอาทหารแคว้นเจียงต่างหน้าเผือดซีดด้วยความตื่นตระหนก ด้วยใครเล่าที่จะสู้กับกองทัพเพลิงโลกันตร์?!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version