Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 332


บทที่ 332 เดินหน้า สู้ต่อ! (ต้น)

กองทัพเพลิงโลกันตร์

กองทหารลึกลับ เจ้าของตำนานที่กล่าวขานกันมากมายในแผ่นดินชิง! บัดนี้ พวกเขามิได้อยู่แค่ในตำนาน ทว่าออกมาปรากฏให้เห็นต่อหน้าต่อตา ทุกคนจับตามองไปที่กองกำลังทหารม้า! แม้แต่เยี่ยฉวนเอง เขายืนนิ่งมองตรงไปเบื้องหน้า ชายหนุ่มสามารถบอกกับตนเองได้ตั้งแต่วินาทีนั้นทันทีว่า ทหารม้ากลุ่มนี้กล้าแกร่งทรงพลัง……กล้าแกร่งยิ่งเสียกว่าสถานศึกษาฉางมู่แห่งดินแดนอันธการที่ประสบพบพานมาก่อนหน้า!

ขณะที่กลุ่มทหารม้าเคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกขณะ รังสีอำมหิตแปลกประหลาดแผ่ซ่านจนเห็นได้ถนัดชัดแก่ตา! กองกำลังที่ซึ่งไม่มีสิ่งใดมาหยุดยั้ง! พลังของพวกเขาประทับแนบแน่นในจิตใจของผู้คน! แข็งแกร่ง! ความแข็งแกร่งที่แท้จริง!

ขณะเดียวกัน ทหารแคว้นเจียงซึ่งจับจ้องมองอยู่นั้น สีหน้าของทุกคนเริ่มซีดสลดลงทุกที แววตาตื่นกลัวเผยให้เห็น เจียงจิ่วที่เหลือบมองพลันใจหายวูบหน้าถอดสี ด้วยอะไรคือสิ่งที่สำคัญสำหรับกองทัพ? คำตอบง่ายๆ นั่นคือขวัญกำลังใจและแรงผลักดัน! ถ้ากองทัพไร้ซึ่งขวัญกำลังใจและแรงผลักดันเสียแล้ว เสมือนความพ่ายแพ้มาเยือนตั้งแต่ยังไม่เริ่มต่อสู้ด้วยซ้ำ!

ในตอนนั้นเอง เยี่ยฉวนทะยานออกไป และพุ่งเข้าใส่กลุ่มทหารม้ากองทัพเพลิงโลกันตร์! ทันใดนั้น ทุกคนละสายตาจากตรงหน้า และหันมาให้ความสนใจกับพฤติการณ์ของเขา! เยี่ยฉวนคิดจะทำอะไรกันแน่? แต่ละคนเริ่มคิดหลายอย่างต่างๆ นานา! เจียงจิ่วยืนกำหมัดแน่น สายตาจ้องมองคนที่กำลังมุ่งหน้าออกไป ความรู้สึกสับสนในใจไม่น้อยเช่นกัน

ท่ามกลางสายตาของทหารและผู้คนมากมาย เยี่ยฉวนเร่งความเร็วสุดขีด มือข้างขวากำกระบี่หลิงซิ่วแน่นหนา จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้พลุ่งพล่าน! ขณะนั้น พลังจิตวิญญาณการต่อสู้ของเขากำลังปลดปล่อยสู่ภายนอก!

สู้ตาย! คือสิ่งเดียวที่อยู่ในความรู้สึกเวลานี้

สู้ตาย! เขาจะเอาชนะพวกมันได้หรือ? หรือจะเป็นฝ่ายแพ้? ไม่มีเวลาให้คิด!

ด้วยความที่ยังหนุ่มแน่น เขาจึงเป็นเพียงคนหัวร้อนที่คิดแต่จะลุยและสู้ตาย! ถ้าสู้ไม่ไหว ก็ยังหนีทัน……เยี่ยฉวนเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้แข็งกร้าวมากขึ้นทุกที ทหารม้ากองทัพเพลิงโลกันตร์เบื้องหน้าดูไม่มีทีท่าจะหยุดเช่นกัน พวกมันกลับเร่งความเร็วของฝีเท้าม้าขึ้นอีก!

หนึ่งปะทะร้อย! ดูเหมือนไม่มีทางเป็นไปได้ ทว่าก็เป็นไปแล้ว! ทุกคนจับตาดูเยี่ยฉวนขณะที่เขาพุ่งตรงเข้าหากองทัพเพลิงโลกันตร์! เหตุการณ์ที่ปรากฏต่อหน้าต่อตา เมื่อสองฟากฝั่งที่กำลังพุ่งเข้าหากันใกล้เข้ามาทุกทีๆ! ระยะเก้าจั้ง……ห้าจั้ง……หนึ่งจั้ง……

พลันเยี่ยฉวนกระโจนพรวดขึ้นบนอากาศ เสี้ยววินาทีถัดมาเขาผลักกระบี่กระแทกใส่ทหารม้ากองทัพเพลิงโลกันตร์! หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!

จังหวะเดียวกันกับกระบี่ฟาดลงมา พลันบังเกิดเสียงแห่งกระบี่กังวานกึกก้อง! พร้อมกันนั้น ทหารม้าผลักออกทวนยาวขึ้นต้านอย่างแรง แรงผลักดันนั้นทั้งเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ปราศจากเล่ห์กล พลันทวนปะทะกับกระบี่!

ตู้ม! แรงปะทะส่งผลต่อพื้นดินเบื้องล่างสั่นไหวและทวนยาวในมือของทหารม้าเพลิงโลกันตร์แตกออกทันที เยี่ยฉวนได้จังหวะฟาดกระบี่กระหน่ำใส่อีกครั้ง ครานี้ มีเป้าหมายที่ศีรษะทหารม้าเบื้องล่าง!

ตู้ม! ร่างของทหารกระเด็นตกจากหลังม้า ทั้งยังลอยละลิ่วไปตกบนพื้นดินห่างไกลหลายจั้ง เสียงวัตถุตกกระแทกพื้นหนักหน่วงยิ่ง จากนั้นคนรีบขยับลุกพรวดทว่ากลับร่วงลงไปกองกับพื้นดังเดิม ในครานี้ ปรากฏโลหิตจำนวนมากไหลเล็ดออกมาจากหน้ากากที่สวมปิดบังใบหน้า ภายใต้เสื้อเกราะร่างกายของมันแหลกเหลวไปเช่นกัน! กระนั้นหมวกเหล็กที่สวมใส่ยังไม่ถึงกับแตกสลาย คงมีเพียงร่องรอยคมกระบี่ฝังลึกอยู่ด้านบน!

หลังจากที่เยี่ยฉวนสังหารทหารม้าเพลิงโลกันตร์คนนั้นแล้ว เขาไม่เริ่มเป็นฝ่ายเริ่มจู่โจมกลับกดปลายเท้าลงบนพื้นดันร่างให้ทะยานถอยหลังย้อนกลับอย่างรวดเร็ว ชั่วแว่บเดียว ท่ามกลางสายตาของทุกคน เยี่ยฉวนได้กลับไปอยู่บนกำแพงสูงแล้ว ความสงัดเงียบครอบคลุมทั่วบริเวณไปชั่วขณะ ต่อมา มีเสียงโห่ร้องอย่างตื่นตัวของทหารไค่หยางที่ประจำอยู่บนกำแพงดังกระหึ่ม “ผู้เยี่ยมยุทธ์แห่งแคว้นเยี่ยฉวน!”

“ผู้เยี่ยมยุทธ์แห่งแคว้นท่านเยี่ย……” เสียงทหารสอดประสานรับส่งกันเป็นทอดดังสนั่น เพียงชั่วไม่นานขวัญกำลังใจของทหารแคว้นเจียงจากเมื่อเริ่มแรกที่ราวกับวูบหายจมธรณีไปแล้ว กลับมาทะยานพุ่งสุดกู่อีกครั้ง! เจียงจิ่วชำเลืองมองเยี่ยฉวนที่ยืนข้าง แววตาสาดแสงเป็นประกาย!

หากไม่มีคนกล้าก้าวออกไปเป็นคนแรก แคว้นเจียงอาจเรียกได้ว่าแพ้ตั้งแต่สงครามยังไม่เริ่ม ด้วยเป็นเพราะขวัญกำลังใจของทหารได้สลายหายสูญแทบไม่เหลือ เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเขาจะเอาแรงพลังที่ไหนไปสู้รบตบมือกับศัตรู? เคราะห์ดียิ่งนักที่เยี่ยฉวนตัดสินใจออกนำ!

ชายหนุ่มผู้นั้นใช้ภาษากายสื่อสารให้แก่ทหารแคว้นเจียงรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของตนเอง ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าที่แท้แล้วทหารกองทัพเพลิงโลกันตร์มิได้น่ากลัวอย่างที่คิด! ขณะนี้ จิตวิญญาณการต่อสู้ของทหารแคว้นเจียงซึ่งประจำการบนกำแพงกำลังทะยานถึงขีดสุด เห็นได้จากประกายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

เยี่ยฉวนกลับมีสีหน้าเคร่งขรึม ด้วยบัดนี้ตนเองได้รับรู้ความกล้าแกร่งของทหารม้ากลุ่มนั้นเป็นอย่างดีแล้ว ถ้าเมื่อครู่เขาไม่ได้ทักษะหนึ่งกระบี่ชี้ชะตามาช่วยไว้ บางทีจะสังหารพวกมันคงเป็นได้ยาก! ศักยภาพด้านความกล้าแกร่งของคนนั้นไม่เท่าไหร่ แต่สิ่งสำคัญคืออาวุธที่พวกมันใช้ล้วนเป็นอาวุธชั้นเลิศ หมวกเหล็กที่สวมใส่สามารถต้านทานแรงปะทะจากคมกระบี่! ทั้งที่กระบี่ของเยี่ยฉวนได้ชื่อว่ากระบี่แท้จริง! ขนาดเยี่ยฉวนยังต้องทุ่มสุดกำลังจึงสังหารทหารม้านั้นได้ ถ้าวันหนึ่งกองทัพเพลิงโลกันตร์บุกเข้าเมืองไค่หยาง ทหารแคว้นเจียงจะต้านทานไหวอย่างไรได้?

ไม่มีทางทำได้แน่นอน! มือข้างที่ถือกระบี่หลิงซิ่วของเยี่ยฉวนกำแน่นขึ้นอย่างพลั้งเผลอ ถึงแม้ว่าจะต้องเปิดเผยท่าไม้ตายจนหมดสิ้น เขาก็จะไม่ยอมให้ทหารแคว้นเจียงต้องเผชิญหน้ากับทหารม้ากองทัพเพลิงโลกันตร์!

ในขณะนั้น หลี่มู่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกำแพงเมืองส่งเสียงมาว่า “เยี่ยฉวน ยังไงเสียวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!” พูดจบคนก็เบนหน้าไปทางหนึ่งพลางออกคำสั่งทหารม้าแคว้นชู “พังประตูเมืองให้สำเร็จ เมื่อเข้าเมืองได้แล้วพวกเจ้าอยากทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น” อยากทำอะไรก็ได้! ด้วยคำพูดประโยคนั้นเพียงประโยคเดียว กองหารแคว้นชูต่างมีท่าทางกระตือรือร้นขึ้นอย่างทันตาเห็น!

คำพูดที่ฟังดูเหมือนการให้คำมั่นสัญญา ว่าเมื่อพวกเขาทำลายประตูเมืองและบุกเข้าไปในเมืองก็จะได้ในสิ่งที่ต้องการ! จากนั้นหลี่มู่หันไปทางเมืองไค่หยาง “บุก!” สิ้นเสียงดังกึกก้อง กองทัพแคว้นชูเริ่มเคลื่อนกำลังพลมุ่งสู่เมืองไค่หยางแลดูราวกับกระแสคลื่นโถมเข้าฝั่งเป็นระลอก ที่ท่ามกลางทัพทหารเหล่านั้นได้ปรากฏร่างเงาในชุดดำราวสามสิบคนปะปนอยู่อย่างกลมกลืน

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version