บทที่ 333 เดินหน้า สู้ต่อ! (ปลาย)
ร่างเงาเหล่านั้น……ไม่ต้องกล่าวก็รู้ว่าคือขุนศึกเต๋าแห่งดินแดนอันธการ! คนที่ประจำอยู่บนขอบกำแพงเมือง เมื่อเห็นดังนั้น เจียงจิ่วก้าวออกมาเบื้องหน้า “สู้ตาย!” ทันใดนั้น มีเสียงกระหึ่มขานรับของทหารจำนวนมากมายจากดังมาจากที่บนกำแพง “สู้ตาย!” ศึกใหญ่เริ่มขึ้นแล้ว! จากนั้น ลูกศรเกาทัณฑ์นับร้อยนับพันถูกรัวยิงประหนึ่งพายุ ยิ่งลูกศรยิงลงมามากเท่าใด ศพทหารที่เชิงกำแพงเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ถึงกระนั้น มีทหารแคว้นชูบางคนที่มีขั้นพลังทะยานสวรรค์สามารถฝ่าดงลูกศรขึ้นไปบนกำแพงได้สำเร็จ ซึ่งรวมถึงขุนศึกเต๋าแห่งดินแดนอันธการจำนวนหนึ่งด้วย
ซึ่งหลังจากที่พวกมันขึ้นไปบนกำแพงแล้ว แม้องครักษ์แห่งกองกำลังมัจจุราชก็มิอาจต้านทาน ดังนั้น ไม่ต้องพูดถึงทหารเลวธรรมดา!
ไม่มีทหารคนใดมีขั้นพลังทัดเทียมพวกมันเลยด้วยซ้ำ! เมื่อเห็นเช่นนั้น ไป่เจ๋อและจี้อันซื่อซึ่งยืนอยู่ข้างเยี่ยฉวนถลันพรวดออกไปทันที ขณะที่เยี่ยฉวนยังไม่เคลื่อนไหว ด้วยขณะนั้น เขากำลังประเมินพละกำลังของพลทหารม้าเพลิงโลกันตร์ที่อยู่ข้างล่าง ด้วยพวกมันไม่เคลื่อนออกจากและยังคงปักหลักนิ่งอยู่ที่เดิม!
ในเวลาเดียวกันปรากฏเงื่อมเงามากมายตรงไปยังหน้าประตูเมืองไค่หยาง พวกมันมีความว่องไวเป็นเลิศด้วยชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นก็มาถึงยังเชิงประตูเมืองแล้ว ทว่าก็เป็นเวลาเกือบพร้อมกันที่มีรังสีกระบี่พุ่งวาบใส่เงาที่หน้าประตู เป็นเหตุให้อีกหลายเงาที่เหลือพากันถอยร่นหลีกออกห่าง!
เยี่ยฉวนไม่รอช้า เขาทะยานลงไปยืนบังที่หน้าบานประตูเมืองที่ยังคงปิดสนิทนั้นทันที ที่นั่นเองเขาจึงพบว่าไม่ห่างออกไปเท่าใดนัก คนสามคนและทุกคนสวมผ้าคลุมดำ ทั้งสามไม่ออกปะทะกับเยี่ยฉวนในทันที พวกมันกลับขยับถอยหลังออกไปหลายก้าว! จากการสังเกตการณ์มาก่อนหน้านี้ ทุกคนต่างรู้ดีว่าเยี่ยฉวนหาใช่คนที่ใครจะสามารถต่อกรได้โดยง่าย ดังนั้น พวกมันจึงไม่เสี่ยงเอาชีวิตไปสังเวย
เยี่ยฉวนมองตรงหลี่มู่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล คนผู้นี้กัดฟันกรอดเค้นเสียงลอดไรฟันขณะเหลือบมองไปทางด้านข้าง “ได้เวลาแล้ว!” พลันขาดคำของหลี่มู่ สตรีนางหนึ่งออกมาจากกึ่งกลางของกลุ่มทหาร นางสวมใส่ชุดคลุมยาวสีดำขาว แต่งแต้มลวดลายดอกบ๊วยสีแดงเพลิงสามดอกที่ชายผ้าซึ่งยาวระไปกับพื้นดิน ในวงแขนมีเครื่องดนตรีที่ชื่อว่าผีผาสีเขียวมรกต
ใบหน้าของนางมิใช่จัดว่าสวยเลอเลิศในทันทีพบเห็น ทว่าเมื่อพิจารณาให้ดีจึงจะเห็นว่านางเป็นหญิงงามมากอีกคนหนึ่ง หรืออย่างที่เรียกว่าสวยพิศมิใช่สวยผาด ผู้ที่กำลังเดินตรงไปทางเยี่ยฉวนด้วยฝีเท้าเชื่องช้า สายตาเพ่งมองคนเบื้องหน้าแววตาคิดพิจารณาในที จึงได้เห็นความประหลาดใจฉายอยู่ในดวงตาคู่งาม “นอกจากอันหลานซิ่ว ไม่คิดว่าในแผ่นดินชิงจะมียอดฝีมือคนอื่นอีก เจ้าทำให้ข้าแปลกใจไม่น้อย”
ขณะเดียวกัน เยี่ยฉวนก้าวออกไปตรงหน้าสตรีนั้นอย่างช้าๆ “แล้วยังไง? ถ้าวันนี้ข้าขอให้เจ้ากลับไปเสีย และข้าจะตอบแทนให้ในภายหลัง จะว่าอย่างไร?”
หญิงสาวยิ้มมุมปากพลางส่ายหน้า ขณะที่เท้ายังก้าวเดินในจังหวะสม่ำเสมอ “พวกนั้นให้ค่าจ้างสยบเจ้าเป็นสุดยอดศิลาจิตวิญญาณสิบล้านชิ้น แต่ถ้าสังหารเจ้าได้ ค่าจ้างจะพุ่งขึ้นเป็นห้าสิบล้านชิ้น ขอถามบ้าง เจ้าจะช่วยให้ข้าได้ห้าสิบล้านเหรียญทองได้ไหม?
ชายหนุ่มปล่อยหัวเราะ “ถ้างั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว!” สิ้นเสียงคนพูดพลันร่างคนหายวาบ หญิงสาวเห็นแล้วก็บิดมุมปากเล็กน้อย ก่อนขยับนิ้วเรียวงามวางลงบนเครื่องดนตรีและกรีดปลายนิ้วลงบนเส้นสายที่ขึงตึงทันที
บึม!
เสียงดังจากเครื่องดนตรีผีผาระเบิดปานฟ้าผ่า จากนั้น ทหารนับร้อยที่อยู่ในบริเวณใกล้กับหญิงสาวที่มาของเสียง พลันปรากฏหยาดโลหิตทะลักออกจากนัยน์ตา จมูก ปากและช่องหู ไม่นานนัก ทหารเหล่านั้นก็ล้มฟาดลงไปกับพื้น เยี่ยฉวนจึงดีดตัวทะยานกลับไปทางประตูเมืองทันที ทว่าเมื่อเขาขึ้นไปถึงที่ พลันสังเกตเห็นว่ามีโลหิตไหลออกมาจากมุมปากเล็กน้อย อีกทั้งกระบี่หลิงซิ่วที่ถืออยู่ในมือสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ชายหนุ่มทอดสายตามายังสตรีหน้าใหม่ บนใบหน้าของนาง ริมฝีปากยังปรากฏรอยแย้มเยื้อนแผ่วเบาประหนึ่งสายลมในวสันตฤดู “ข้าแนะนำตัวก่อนก็แล้วกัน เจียงจื่อเก้อแห่งสำนักเทียนอิน ท่ามกลางสรรพกำลังและสรรพาวุธหลากหลาย บทเพลงผีผากลับสยบเพียงรอยยิ้มปรากฏ! ข้าเป็นอันดับที่สิบเอ็ดแห่งทำเนียบยอดคน และกำลังจะขึ้นไปเป็นอันดับสิบในไม่ช้า”
ทันใดนั้น สตรีเหยียดยิ้มน้อยๆ ขณะต่อมา นางกรีดนิ้วลงบนสายเครื่องดนตรี พลันท่วงทำนองประหลาดระเบิดออกมา! ท่วงทำนองจากเส้นสาย ซึ่งมิปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรม! ถึงกระนั้นพื้ นดินเบื้องหน้าปริแยกแตกร้าวเป็นทางยาววิ่งตรงเข้าหาเยี่ยฉวน
ชายหนุ่มจับตามองสีหน้าเรียบเฉย เขาเอียงศีรษะไปด้านข้างเล็กน้อย พลางยกกระบี่ขึ้นพร้อมผลักออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ปลายกระบี่คมกริบปรากฏแสงส่องประกายเจิดจ้า!
ฉับ!
ร่างกายสั่นสะท้านรุนแรง ใต้ฝ่าเท้าพื้นดินแตกแยกออกจากกันทีละน้อยและไม่ช้านานได้แผ่กระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น บนผนังกำแพงด้านหลังทั้งฝั่งซ้ายและขวาเริ่มปรากฏรอยปริแตกร้าวราน
ในตอนนั้น เจียงจื่อเก้อค่อยย่างเท้าก้าวออกไปข้างหน้า ท่วงท่าสง่างามดุจนางพญาขณะที่ยังร่ายทำนองเพลงผ่านเครื่องสายที่ปลายนิ้วเรียวกรายผ่าน ทันทีทันใดนั้นเอง เสียงคมกริบบาดลึกจากเครื่องผีผาดังสะท้านไปทั้งบริเวณ อันที่จริงฟังดูน่าไพเราะไม่น้อย แต่สำหรับเยี่ยฉวนมันคือเงื้อมมือมัจจุราชที่กำลังมุ่งเข้าเขมือบ!
เขาตระหนักดีว่าเวลานี้ได้พานพบผู้ยอดยุทธ์แท้จริง! ตอนนั้นเองที่เขาตัดสินใจว่าจะไม่ออมพลังอีกต่อไป จึงก้าวเท้าพร้อมผลักกระบี่พุ่งออกไปข้างหน้า ตู้ม! สายของเครื่องผีผาขาดสะบั้นทันที! เยี่ยฉวนก้าวเท้าออกอีกก้าว พร้อมผลักกระบี่ออกอีกคำรบหนึ่ง พลังเคลื่อนไหวถาโถมรุนแรงปานคลื่นยักษ์สึนามิซึ่งไร้ปราการกีดขวาง!
ฉัวะ! ทันทีที่กระบี่เสือกพรวดออกเบื้องหน้า เสียงฉีกอากาศดังสนั่นทั้งคมกริบทั้งเสียดแทง ยังผลให้มือทั้งมือสั่นสะท้านไปชั่วขณะ บัดนี้ เขาได้ทำลายพลังเสียงแห่งท่วงทำนองลงแล้ว! ขณะนั้น เจียงจื่อเก้อได้เห็นสิ่งที่เกิดกับตา นางถึงกับตกตะลึงนิ่งขึงงงงัน หลี่มู่ซึ่งอยู่ในระยะไกลเองก็ตกตะลึงไปชั่วครู่เช่นกัน
จ้าวกระบี่?
บัดนี้ หลี่มู่รู้สึกสับสนยิ่งนัก สายตาคนที่มองตรงมาที่เยี่ยฉวนนั้นว่างเปล่าอย่างไม่อาจหาคำมาอธิบาย! พลังปะทะแห่งกระบี่อย่างนี้บ่งชี้ชัดว่าเป็นระดับของจ้าวกระบี่……ยิ่งกว่านั้น พลังปะทะยังเคลือบแฝงด้วยความน่าพิศวงไม่น้อย! จ้าวกระบี่?! คิดได้ดังนั้น พลันมือของคนเกิดอาการสั่นอย่างไม่อาจควบคุม เขามองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา “ที่แท้เจ้าสำเร็จเป็นจ้าวกระบี่แล้วจริงๆ……”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะรับง่ายๆ พูดด้วยสุ้มเสียงจริงจัง “ข้าตั้งใจว่าจะเก็บไว้ทำให้เจ้าประหลาดใจเล่น แปลกใจไหมล่ะ? คาดไม่ถึงสินะ? ฮ่าฮ่า……”
“อ๊อก!” พลันหลี่มู่กระอักโลหิต พรูออกมาทางปาก
