Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 334


บทที่ 334 หนึ่งคนต้านกองกำลังนับหมื่น! (ต้น)

ประหลาดใจหรือ? น่ากลัวต่างหาก! หลี่มู่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเยี่ยฉวนจะสำเร็จเป็นจ้าวกระบี่! หากเปรียบเทียบจ้าวกระบี่และผู้ฝึกกระบี่ชั้นยอด ระดับขั้นทั้งสองมีความแตกต่างกัน! ด้วยผู้ฝึกกระบี่ชั้นยอดเป็นที่ยอมรับนับถือในแผ่นดินชิง แต่สำหรับที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ คนคนนั้นถือว่ามีศักยภาพสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปเท่านั้น ในขณะที่จ้าวกระบี่นั้นแตกต่าง!

ความกล้าแกร่งของเยี่ยฉวนในระดับนี้สามารถขึ้นชื่อในทำเนียบยอดคนได้ บางทีอาจขึ้นชื่อติดอันดับหนึ่งในสิบได้ง่ายๆ!

หนึ่งในสิบแห่งทำเนียบยอดคนอันเป็นสิ่งที่สูงสุดเอื้อม!!!

หลี่มู่กำหมัดแน่นความรู้สึกของเขาเวลานี้ทั้งตกใจและฉุนเฉียว! เสียงพึมพำแผ่วเบาดังมาจากเจียงจื่อเก้อเบื้องหน้า “จ้าวกระบี่……”

นางเก็บเครื่องดนตรีผีผาทันทีจากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “ข้าจะยอมรับข้อเสนอละเว้นเจ้าในวันนี้!” คนฟังจึงชะงักนิ่ง “……” หญิงสาวหยุดนิดหนึ่ง ขณะมองตรงมาที่เยี่ยฉวน “จำไว้ว่าเจ้าเป็นหนี้ชีวิตข้าหนึ่งครั้ง! ในวันหน้าถ้าพบกันที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เจ้าต้องเป็นฝ่ายตอบแทนให้ข้า!”

โดยไม่รอฟังคำตอบ คนพูดหันหลังกลับไปทันทีทว่าขณะจะผ่านไปทางหลี่มู่ พลันหญิงสาวชะลอฝีเท้าหยุด สายตาเหลือบมองหลี่มู่ “จะว่าไปข้าเองรู้สึกอับอายไม่น้อยที่ทำอย่างนี้ แต่เอาเถอะข้าต้องขอโทษด้วย ส่วนค่าจ้างจะขอรับแค่สุดยอดศิลาจิตวิญญาณเก้าล้านชิ้น ส่งมาให้ข้าได้แล้ว!” พูดพลางแบฝ่ามือยื่นมาข้างหน้า

ราวกับสิ่งที่ได้ยินจะไปกระตุกต่อมโกรธเกรี้ยว หลี่มู่ตวาดเสียงห้วน “เจ้าละทิ้งหน้าที่ยังมีหน้ามาทวงค่าจ้างหรือ? นี่มันบัดซบอะไรกัน?” เจียงจื่อเก้อสีหน้าเคร่ง หัวคิ้วขมวดมุ่น “ข้าอุตส่าห์เดินทางมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไกลโพ้น รู้ไหมว่าข้าต้องยากลำบากขนาดไหน? ยังไงวันนี้เจ้าต้องจ่ายค่าจ้างให้ข้าบ้าง จะจ่ายหรือไม่จ่าย?”

ฝ่ายผู้ฟังมีท่าทางฉุนเฉียวหนักขึ้น “การเดินทางเจ้าใช้ค่ายกลพาหนะ ลำบากตรงไหน? ข้าจะพูดให้ฟังอีกครั้ง ถ้าต้องการศิลาจิตวิญญาณสิบล้านชิ้นเจ้าต้องฆ่ามัน ถ้าทำได้ข้าจะเป็นคนเอาไปกองไว้ให้แทบเท้าเจ้าเอง ไม่อย่างนั้น.”

เจียงจื่อเก้อหรี่ตาลงเล็กน้อย “ไม่อย่างนั้นจะตีข้าหรือไง?” หญิงสาวก้าวเข้าไปยืนประจันหน้า สายตาคาดคั้นเขม้นมองหลี่มู่ “ฮึ คิดว่าตัวเองเก่งกล้าเป็นเพราะมีขั้นพลังสูงกว่าข้ายังงั้นหรือ? กล้าตีข้าสินะ!” อากัปกิริยาวาจานั้นยิ่งกระพือความร้อนแรงแห่งอารมณ์ หลี่มู่ยามนี้โกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงแทบกระอักออกมาเป็นโลหิต!

ตีเจียงจื่อเก้อ งั้นหรือ? ที่จริงเขาอยากทำแต่ทำไม่ได้! สตรีผู้นี้คือเจียงจื่อเก้อ ยอดฝีมืออันดับที่สิบเอ็ดแห่งทำเนียบยอดคน! แต่นั่นยังไม่ใช่สาระสำคัญ สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือนางเป็นคนของสำนักเทียนอิน สำนักที่มีพลังอำนาจแข็งแกร่งเหนือกว่าสถานศึกษาฉางมู่! ทำร้ายนางจะกลายเป็นต้นเหตุแห่งหายนะสิไม่ว่า!

หญิงสาวตรงหน้าเลิกคิ้วน้อยๆ “ฮึ ไม่เป็นไรถ้าเจ้าไม่อยากจ่ายค่าจ้าง ข้ากลับไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์เมื่อไร จะไปท้าประลองเป็นตายที่สถานศึกษาฉางมู่ของเจ้าก็แล้วกัน” พูดจบก็หันหลังขวับ

ท้าประลองเป็นตาย! ทันทีที่ได้ยินคำคำนี้ หลี่มู่หน้าถอดสี! ในสถานศึกษาฉางมู่หามีใครกล้าประฝีมือกับสตรีผู้นี้ไม่! ขืนให้นางโผล่ไปที่ฉางมู่พวกเขามีแต่จะเป็นฝ่ายถูกกลั่นแกล้ง! ที่ร้ายยิ่งกว่านั้น ถ้าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น จะกลายเป็นว่าสถานศึกษาฉางมู่ได้สร้างความขุ่นเคืองแก่สำนักเทียนอินเข้าให้แล้ว!

เมื่อคิดถึงตอนนี้พลันหลี่มู่ส่งนิ้วมือออกไป พริบตาต่อมาวงแหวนสัมภาระหนึ่งทะยานวาบออกไปต่อหน้าเจียงจื่อเก้อ ฝ่ายหญิงสาวหยุดชะงัก เหลือบตามองสิ่งที่ปรากฏออกครู่ต่อมาจึงจัดการเก็บสิ่งของเข้าที่ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้หลี่มู่ “ผู้อาวุโส ยินดีที่ได้ร่วมงาน!”

สายตาเหลือบมองไปทางเยี่ยฉวนแว่บหนึ่ง “ผู้ฝึกกระบี่ จำไว้เจ้าติดหนี้ข้าแล้วหนึ่งครั้ง อย่าลืมเสียล่ะ!” จากนั้นเพียงไม่นาน ร่างของนางก็เลือนลับจากสายตาไป เยี่ยฉวนส่ายหน้าพร้อมถอนใจเฮือก “ไม่เคยเห็นใครแบบนี้เลย!” หลังจากนั้น คนพูดก็หายวับไปทันที

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! กระบี่สามเล่มทะยานออกจากกาย เสี้ยววินาทีถัดมาศีรษะของขุนศึกเต๋าแห่งดินแดนอันธกาลที่อาศัยทีเผลอ ดอดขึ้นไปบนกำแพงเมืองก็กระเด็นตกลงไปที่พื้นเบื้องล่าง ในเมื่อเยี่ยฉวนตั้งใจที่จะเปิดเผยไม้ตายแล้ว เขาจึงไม่จำเป็นต้องซ่อนเร้นพลังที่แท้จริงอีกต่อไป!

เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของหลี่มู่แปรเปลี่ยนสิ้นเชิง รีบหันไปตะโกนสั่งลั่น “ฆ่ามัน! รวมพลังฆ่ามันให้ได้!”

ฆ่ามัน! เวลานั้นเขาไม่คำนึงถึงเรื่องอื่นใดแล้วทั้งสิ้น! เยี่ยฉวนเป็นจ้าวกระบี่! สำหรับตัวเขาและสถานศึกษาฉางมู่ เรื่องนี้เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงต่อหน้าต่อตา! จะปล่อยให้เยี่ยฉวนมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกไม่ได้ ถ้าคนผู้นั้นไปถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความที่เป็นยอดฝีมือที่มีความกล้าแกร่ง ย่อมต้องมีกองกำลังมากมายอยากได้เขามาร่วมด้วย ถ้าเซียนกระบี่คนเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะต้านทางฉางมู่และดินแดนอันธกาล หากมีจ้าวกระบี่เพิ่มมาอีกคน เช่นนี้ก็เหลือเฟือ!

ถ้าเป็นสมัยก่อนเขาอาจมีความกังวลเรื่องเยี่ยฉวน ทว่าตอนนี้ความกังวลหมดสิ้นไปแต่เปลี่ยนเป็นความกลัวเข้ามาแทนที่ ฝีมือของเยี่ยฉวนรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว! เมื่อสิ้นเสียงของหลี่มู่ ทหารแคว้นชูที่รออยู่ในบริเวณพากันเคลื่อนทัพมุ่งหน้าออกไปทันที ทหารม้าเคลื่อนทัพบุกพร้อมกัน!

เยี่ยฉวนหัวคิ้วขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าทัพทหารม้ากำลังบุกตรงเข้ามา ประตูเมืองยังไม่ถูกทำลายเหตุใดทหารม้าจึงกล้าบุก? ทันใดนั้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ประตูเมืองไค่หยางพังลงมาอย่างฉับพลัน! ไม่มีทีท่ามาก่อน! คนที่ประจำการอยู่บนกำแพงต่างตกตะลึงนิ่งงัน!

ประตูพังลงไปได้อย่างไร? เจียงจิ่วหันขวับไปจึงเห็นเด่นชัดว่าเป็นหลี่มู่กำลังยืนชิดกับกำแพง! ขณะที่หลี่มู่มีท่าทางสงบนิ่ง แววตาเยือกเย็นโหดเหี้ยมฉายชัดแจ้ง เป็นฝีมือเขานั่นเอง! เยี่ยฉวนเบนหน้าไปทางหลี่มู่ สีหน้าบ่งชัดว่าคาดไม่ถึงว่าหลี่มู่จะกล้าออกโรงด้วยตนเอง!

หลี่มู่ขณะนี้เขาเป็นยอดยุทธ์มีขั้นพลังเหนือกว่าผนึกยุทธ์! เขายอมเสี่ยง! หรือเพราะความระแวงจนกระทั่งทำอะไรโดยหุนหันพลันแล่น! บัดนี้ ทหารม้าเกราะเหล็กแสนนายกำลังทะยานสู่เป้าหมายเบื้องหน้า ทั้งดูเหมือนพลังเคลื่อนที่มหาศาลของกองทัพทหาร อาจถล่มเมืองไค่หยางจนราบเป็นหน้ากลองได้ชั่วพริบตา!

พลันเยี่ยฉวนกระโดดผลุงจากบนกำแพงและลงไปยืนจังก้าขวางหน้าประตูเมือง ขณะนั้น ความรู้สึกรับรู้ได้ถึงกองทัพทหารซึ่งกำลังพุ่งตรงมา เยี่ยฉวนเกือบหยุดหายใจไปชั่วขณะ ด้วยลำพังเขาคนเดียวคงไม่มีทางต้านกองกำลังนับหมื่นไหว! หากนี่เป็นสถานการณ์ปกติ เขาสามารถหลบหลีกได้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย!

แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่อาจหลีกหนี! คนที่อยู่ข้างหลังไม่ว่าจะเป็น เจียงจิ่ว โม่อวิ๋นฉี ไป๋เจ๋อ สถานศึกษาฉางหลาน ไหนจะพลเมืองแคว้นเจียงอีกนับแสน……คนเหล่านี้เป็นภาระหน้าที่ที่เขาแบกรับไว้เต็มสองบ่า!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version