บทที่ 328 ข้ายังไม่อยากตายจริงๆ! (ต้น)
สู้ตาย!
สำหรับทหารแคว้นเจียง การต่อสู้ครั้งนี้อาจตัดสินชี้เป็นชี้ตาย!
สำหรับแคว้นเจียงการต่อสู้ครั้งนี้อาจตัดสินว่าแคว้นจะอยู่รอดหรือล่มสลาย!
ถ้าพ่ายแพ้ นั่นคือล่มสลาย!
องค์หญิงแม่ทัพยืนมองกองทัพทหารแคว้นชูที่กำลังดาหน้ากันเข้ามาจากบนกำแพงเมือง พลางกระชับทวนยาวไว้ในมือแน่นขึ้น สีหน้าของหญิงสาวเรียบเฉยจนยากจะคาดเดาความรู้สึก
ครู่ต่อมา ทัพทหารแคว้นชูซึ่งพร้อมโจมตีก็เข้ามาประชิดเชิงกำแพง เจียงจิ่วก้าวออกมายืนชิดขอบกำแพง จากนั้นจึงยกมือซ้ายขึ้นโบกให้สัญญาณ และเปล่งเสียงทรงอำนาจบัญชาการ “ยิงเกาทัณฑ์!” สิ้นเสียงสั่งการของแม่ทัพ ลูกศรจำนวนมากโถมกระหน่ำปานพายุจากบนกำแพงพุ่งใส่เป้าหมายที่อยู่เบื้องล่าง พลันนั้นเสียงร้องระงมด้วยความเจ็บปวดจากด้านล่างเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
ทว่าในเวลานั้น เสียงร้องดังจากบนกำแพงก็เกิดขึ้นในเวลาเกือบไล่เลี่ยกัน เจียงจิ่วหันหน้าขวับไปทางที่มาของเสียง จึงเห็นที่นั่นปรากฏร่างเงาประหลาดจำนวนหนึ่ง เงานั้นปรากฏขึ้นเพียงแว่บเดียวก่อนจะวูบหายไปอย่างรวดเร็ว ทว่าที่ใดที่มันปรากฏที่นั่นจะมีทหารแคว้นเจียงร่วงหล่นจากกำแพงลงไปข้างล่างแทบในทันที
ขุนศึกเต๋าแห่งดินแดนอันธการ! ทันทีที่เงาทะมึนของเหล่ามือสังหารปรากฏ ทหารบนกำแพงพลันเกิดความโกลาหลวุ่นวาย เมื่อเห็นอย่างถนัดว่าอะไรเป็นอะไร เจียงจิ่วคำรามลั่น “พวกเจ้าอย่ากลัว กองกำลังมัจจุราชจงเข้าไปจัดการ!”
“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!” ทหารระดับบัญชาการนายหนึ่งรีบทักท้วง “กองกำลังมัจจุราชมีหน้าที่ให้การอารักขาองค์หญิง พระองค์จะออกคำสั่งให้พวกเขาละทิ้งการอารักขามิได้พะย่ะค่ะ!” หญิงสาวหันขวับมาทางคนพูด แววตาโกรธเกรี้ยวปรากฏฉายชัดในดวงตาคู่งาม “เจ้าว่าชีวิตข้าสำคัญ แต่พวกทหารชีวิตเขาไม่สำคัญงั้นหรือ? ทหารกองกำลังมัจจุราชทุกคน ออกไป! เดี๋ยวนี้!”
ชั่วเสี้ยววินาทีถัดมา กลุ่มคนสวมชุดดำพร้อมอาวุธดาบทะยานขึ้นไปบนกำแพง และจากนั้นไม่นาน คนทั้งหมดทะยานมุ่งสู่กำแพงเมือง กองกำลังมัจจุราชแห่งแคว้นเจียง! กองทหารกลุ่มนี้ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี กองกำลังมัจจุราชมีหน้าที่หลักในการถวายอารักขาบรรดาเชื้อพระวงศ์แห่งแคว้นเจียง ถึงแม้จะไม่กล้าแกร่งเท่ามือสังหารแห่งดินแดนอันธการ แต่หาได้ด้อยกว่าไม่ ด้วยจำนวนที่มากกว่า บางทีอาจทำให้พวกเขาสามารถสยบมือสังหารเหล่านั้นได้เลยทีเดียว!
ขณะนั้น เจียงจิ่วขยับเข้าไปยืนชิดขอบกำแพงและมองไปยังเบื้องล่าง ไม่ไกลนักชายถือทวนยาวกำลังพุ่งมาที่ประตูเมือง หลีมู่หลิน ผู้เป็นอันดับหนึ่งแห่งทำเนียบผู้เยี่ยมยุทธ์ในแผ่นดินชิง! และด้วยหลีมู่หลินเป็นผู้มีความว่องไวปราดเปรียวอย่างหาตัวจับยาก จึงสามารถหลบหลีกลูกศรที่พุ่งออกมาจากบนกำแพงได้ง่ายดาย
เมื่อเห็นชัดเจนว่าคนผู้นั้นมุ่งหน้าตรงมาทางประตูเมือง เจียงจิ่วสีหน้าแปรเปลี่ยนสิ้นเชิง ถ้าประตูเมืองถูกทำลาย เท่ากับทหารแคว้นเจียงขาดปราการป้องกัน ยิ่งจะทำให้ยากต่อการต้านทานกำลังทัพแคว้นชู ขณะนั้นหลีมู่หลินหยุดชะงักกระทันหัน ก่อนจะตวัดแขนข้างขวาพร้อมผลักออกทวนยาวกระแทกไปข้างหน้า
เคร้ง! ทันใดนั้น มีดบินปริศนาเล่มหนึ่งทะยานจากทิศทางใดไม่ปรากฏ พุ่งเข้ามาปะทะกับส่วนปลายทวนอย่างจัง จึงเบี่ยงเบนทิศทางของทวนไว้ได้ซ้ำเกิดประกายไฟแล่บ! หลีมู่หลินควงมือข้างขวาและผลักออกเบื้องหน้า ขณะเดียวกัน ทวนเกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ตู้ม! แรงปะทะทำให้มีดบินสะบัดกระเด็นห่างออกไป จากนั้น หลีมู่หลินเงยหน้าขึ้นไปมองบนกำแพงจนได้พบกับคนผู้หนึ่งกำลังมองลงมาจากบนนั้น
โม่อวิ๋นฉี! เขายืนสงบนิ่งอยู่บนกำแพง สายตาทอดมองมาที่หลีมู่หลิน สีหน้าราบเรียบไม่แสดงอารมณ์ ในมือจับมีดบิน อาวุธซึ่งมีความยาวเพียงสามนิ้วทว่ารังสีเจิดจรัสส่องประกายเยือกเย็น คนที่อยู่เชิงกำแพงเบนสายตาและขยับเคลื่อนตัวไปข้างหน้า เมื่อคนก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว มีดบินเล่มหนึ่งตวัดวาบเห็นเพียงลำแสงวาบดุจฟาแล่บจากบนกำแพง ขณะเดียวกัน แสงสว่างเย็นยะเยือกพุ่งออกขวางทางเบื้องหน้าของหลีมู่หลิน เขาเป็นผู้มีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว ทันทีที่มีดบินทะยานออก หลีมู่หลินก็ผลักทวนออกมาข้างหน้ารอรับพลังปะทะ
ตู้ม! มีดบินกระเด็นไปอีกทาง! หลังจากที่จัดการมีดบินแล้ว หลีมู่หลินพลันกระโดดพรวดตรงไปทางประตูเมืองทันที ในตอนนั้น กองทหารแหวกตรงกลางให้ทางคนผ่านเข้ามา หลีมู่หลินจึงเร่งฝีเท้าและรวบรวมแรงผลักดันภายในกาย!
แรงผลักดันแห่งทวน! ไม่นานต่อมาเขาเริ่มผลักออกแรงผลักดันขั้นขีดสุด! เพราะครั้งนี้หลีมู่หลินหมายมั่นจะทำลายประตูเมืองในครั้งเดียวด้วยพลังปะทะ! เวลานั้น โม่อวิ๋นฉีมองลงมาจากบนกำแพง มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียม พลันกระโจนเข้าหาคนด้านล่างอย่างไม่ลังเลพร้อมด้วยไม้เท้าเหล็กอันใหญ่ในมือ
อีกฝ่ายมิได้ใส่ใจในทีแรกด้วยมั่นใจว่ามีความว่องไวเหนือกว่า ทั้งแน่ใจว่าจะสามารถพังประตูเมืองได้ก่อนโม่อวิ๋นฉีจะเข้าถึงตัว อย่างไรก็ตาม เขาประมาณความเร็วของคนอย่างโม่อวิ๋นฉีพลาดไป ด้วยที่คนทะยานจากกำแพงสูง เมื่อลงมาเขาเร่งความเร็วขั้นสุดทันที
เมื่อหลีมู่หลินรับรู้ได้ถึงกระแสพลังแห่งความเร็วของอีกฝ่าย จึงสีหน้าวูบเปลี่ยนสิ้นเชิง ทวนยาวในมือแต่เดิมมุ่งเป้าหมายประตูเมือง พลันเปลี่ยนทิศทางกระทันหันและขยับออกข้างหน้าเพื่อยับยั้ง
ปัง! เสียงปะทะดังสนั่นจากนั้นร่างของหลีมู่หลินผงะถอยไปกว่า 9 จั้ง! เมื่อคนหยุดนิ่งลง ทันใดนั้น มีดบินเล่มหนึ่งตวัดวาบเข้ามาขณะที่เขาไม่ทันตั้งตัว! ว่องไวยิ่งนัก! เขาเบนหลบมีดบินพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย ขณะนั้น มีดบินตวัดเฉี่ยวปลายจมูกก่อนจะกระเด็นไป พลันหลีมู่หลินหันขวับพร้อมกระแทกทวนออกไป ทั้งยาวทั้งเฉียบคมด้วยรังสีเย็นเยือกประหนึ่งร่างมังกรก็ปาน!
ลำทวนกระแทกเข้าหาไม้เท้าเหล็กที่พุ่งตรงมาต่อหน้า ทั้งทวนและไม้เท้าสั่นสะท้านหนักไม่แพ้กัน พลันโม่อวิ๋นฉีเป็นฝ่ายผงะถอยหลังไกลออกไปราว 15 จั้ง! เมื่อเขาหยุดนิ่งลงกับที่จึงเห็นได้ว่าพื้นดินใต้เท้าแตกแยกออกจากกันอย่างน่ากลัว อีกทั้งฝ่ามือที่บริเวณง่ามนิ้วระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้เป็นรอยแตก โลหิตไหลทะลักจากบาดแผลและไม่ช้าก็รินไหลเป็นทางตามความยาวของไม้เท้าเหล็ก
หลีมู่หลินหยุดนิ่งทอดสายตามองแน่วตรงมาที่โม่อวิ๋นฉี จากนั้น เขาจิกนิ้วเท้าลงกับพื้นเบาๆ ก่อนจะผลักร่างพุ่งตรงมา ตอนนั้นเอง บังเกิดเสียงดังเสียดแทงสะท้านก้องไปทั่วบริเวณลาน คนหยุดชะงักทันทีที่ปลายทวนพลาดจากเป้าหมาย! เขาเพ่งมองไปตรงหน้าจึงพบว่าบัดนี้โม่อวิ๋นฉีถอยไปตั้งหลักที่ประตูเมืองแล้ว!
รวดเร็วเหลือเกิน! หลีมู่หลินมองด้วยแววตาครุ่นคิด ด้วยสำเหนียกทันทีว่าโม่อวิ๋นฉีนั้นว่องไวกว่าที่ตนคิดไว้มาก!
หลังเห็นอีกฝ่ายยังไม่มีท่าทีตอบโต้ โม่อวิ๋นฉีพลันกวาดตาไปทางกำแพง ซึ่งบัดนี้ ปรากฏว่ามีบันไดทอดจากพื้นดินยันกับผนังกำแพงหลายแห่ง อีกทั้งทหารแคว้นชูกำลังทยอยไต่ขึ้นไปตามบันไดที่ทอดยาวกันอย่างมากมายนับไม่ถ้วน!
