บทที่ 338 ขอโทษ!
ทัวป้าเหยียนงงจนพูดไม่ออก สายตาจ้องเขม็งคนตรงหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ถ้ามิใช่กำลังอยู่ในภาวะคับขันอย่างตอนนี้แล้วล่ะก็ เยี่ยฉวนคงโดนตบสักฉาดเป็นแน่! เขาเพี้ยนไปแล้วหรือไง? สถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ?
ทันใดนั้น สัญญาณบางอย่างบ่งชี้ว่ากองทัพเพลิงโลกันตร์เข้ามาแล้ว เยี่ยฉวนหันขวับที่มุมปากแฝงรอยยิ้ม พลันเขาประกบฝ่ามือเข้าหากันและผลักออกทางข้างทั้งซ้ายขวา ทันใดนั้น หีบใบหนึ่งออกมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ชั่วพริบตาถัดมา ร่างสีทองอร่ามสิบสองร่างปรากฏขึ้นต่อหน้าเยี่ยฉวนและทัวป้าเหยียน ส่งให้ทั่วทั้งลานอาบด้วยประกายส่องสว่างเจิดจ้า!
สิบสองมนุษย์ทองคำค่อยเปิดเปลือกตาซึ่งปิดอยู่ขึ้นช้าๆ พลันลำแสงสีทองพุ่งวาบออกจากดวงตาทุกคู่!
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! เมื่อลำแสงพุ่งวาบ พลันบังเกิดเสียงดังสนั่น พลม้าเพลิงโลกันตร์หลายคนที่อยู่ห่างไปกว่าสี่จั้งกระเด็นกระดอนไปคนละทิศทาง ขณะนั้นลำแสงสีทองเจิดจ้าสว่างวาบขึ้นในลานโล่งอีกครา
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! พลันสิบสองมนุษย์ทองคำพุ่งทะยายออกไป พลังปะทะรุนแรงส่งให้พลม้าเพลิงโลกันตร์อีกด้านแตกกระเจิงครั้งแล้วครั้งเล่า! เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าอย่างปัจจุบันทันด่วน ทำเอาหลี่มู่มองดูด้วยความตกตะลึง “สิบสองมนุษย์ทองคำ นี่มันอะไรกัน? ร้ายกาจเช่นนี้เชียวหรือ?!”
ทางด้านเยี่ยฉวนซึ่งบัดนี้รู้สึกเหมือนโลหิตกำลังไหลอยู่ภายใน ด้วยสุดยอดศิลาจิตวิญญาณที่สูญเสียไปในการเปิดใช้งานมนุษย์ทองคำถูกสูบไปแล้วนับล้านชิ้น! สูญเสียสุดยอดศิลาจิตวิญญาณซึ่งเขาสู้เก็บงำไว้ในเวลาเพียงพริบตาเดียว! เขาจะต้องหาทางเอาคืนมาให้จงได้!
เยี่ยฉวนสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด ก่อนผายมือออกไปพลันกระบี่หลิงซิ่วปรากฏ เผยรอยยิ้มดุดันบนริมฝีปาก “พวกเจ้าจับตาดูให้ดี!” เสียงคำรามเค้นไรฟันจากนั้นเขาคลายมือออก พลันกระบี่หลิงซิ่วสะบัดวูบไปในอากาศ จากนั้นเสี้ยววินาทีถัดมา ศีรษะของทหารแคว้นชูนับสิบขาดกระเด็นหล่นลงเกลื่อนพื้น เพียงแว่บเดียวที่กระบี่หลิงซิ่วตวัดออกทางซ้าย เกิดประกายสว่างวาบพร้อมกับโลหิตพุ่งเป็นสาย ทหารม้าอีกหลายสิบคนถูกสะบั้นร่างขาดครึ่งท่อนหล่นจากหลังม้าเป็นระนาว!
ราวกับยังมิสาแก่ใจ เมื่อเยี่ยฉวนเผยฝ่ามือออกทั้งสองข้างพลันกระบี่คู่ลมกรดพิฆาตทะยานขึ้นสู่อากาศทันที จากนั้นทั้งสองฟากในรัศมี 15 จั้ง ร่างไร้วิญญาณของทหารตายเกลื่อนกลาดทั่วไป รอยบาดแผลที่จุดกึ่งกลางหว่างคิ้วไหลอาบด้วยโลหิต สังหารหมู่! เวลานั้น กองทัพม้าแคว้นชูที่ล้อมกรอบเยี่ยฉวนเมื่อแรก ตอนนี้พากันล่าถอยอย่างเสียกระบวน แววตาของมันยามนี้แฝงความหวาดกลัวฉายชัด
เยี่ยฉวนเบนหน้าไปทางหลี่มู่ซึ่งลอยตัวอยู่กลางอากาศ พลางแสยะยิ้ม “แจ๋วเลยไหมเล่า?” คนไม่พูดเปล่า ขณะประกบสองนิ้วมือตีไปทางขวาอย่างแรง ฉัวะ! แสงสว่างพุ่งวาบออกไปไกลราว 18 จั้ง–ฉับ! ทหารแคว้นชูหลายสิบคนถูกแทงทะลุกึ่งกลางระหว่างคิ้วในคราวเดียว! โลหิตสาดกระจายไหลนองไปทั้งผืนดิน!
หลี่มู่จ้องเขม็งเยี่ยฉวนจากที่บนอากาศ สายตาเต็มไปด้วยความอาฆาตชิงชัง มือกำหมัดแน่น ซึ่งขณะนั้นเยี่ยฉวนเผยฝ่ามือต่อมากระบี่หลิงซิ่วทะยานลงมาวางสงบนิ่ง ก่อนที่คนจะเบนหน้าไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งไม่ห่างไปนักขณะนั้นกองทัพเพลิงโลกันตร์ค่อยๆ เข้ามาสมทบกับกองทหารซึ่งบัดนี้กำลังล้อมสิบสองมนุษย์ทองคำ แต่ไม่มีทีท่าว่าจะบุกจู่โจมแต่อย่างใด ด้วยประจักษ์ชัดถึงสมรรถนะในการปะทะที่น่าหวาดกลัวของสิบสองมนุษย์ทองคำ!
ต่อมาทหารสองฟากเริ่มขยับบีบวงล้อมให้แคบเข้า! ขณะที่กองทัพเพลิงโลกันตร์ละความสนใจไปทางอื่น ทำให้ทางนี้เยี่ยฉวนจึงเป็นอิสระจากวงล้อม! สังหารหมู่! ในเวลาเพียงไม่ถึงครึ่งหนึ่งถ้วยชา เขาสังหารนายทหารระดับบัญชาการของกองทัพแคว้นชูตายไปหลายคน! จนเวลานี้กองทัพแคว้นชูเริ่มเกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย!
จากนั้นเพียงไม่นาน จู่ๆ ปรากฏเสียงสัญญาณแตรดังกังวานขึ้นจากที่ไกลสุดขอบฟ้า ทันทีที่พลม้ากองทัพเพลิงโลกันตร์ได้ยินเสียงให้สัญญาณนั้น พวกมันหยุดนิ่งครู่ต่อมาก็เริ่มทะยอยถอยออกจากบริเวณสนามรบ
ถอนกำลัง!
หลี่มู่เมื่อเห็นเช่นนั้นพลันสีหน้าเปลี่ยนวูบ เขาหันขวับมองไปทางต้นเสียงซึ่งไกลออกไป “เดี๋ยวก่อน!” เสียงแตรหยุดชะงัก ขณะเดียวกันทหารแห่งกองทัพเพลิงโลกันตร์ก็หยุดลงด้วยเช่นเดียวกัน คนที่ลอยตัวบนอากาศหันกลับมาทางเยี่ยฉวน รังสีอำมหิตยังแผ่ซ่านออกมาจากกายของหลี่มู่อย่างต่อเนื่อง
เยี่ยฉวนเบนหน้ามองไปทางคนเช่นเดียวกัน พลางเหยียดยิ้มมุมปากออกเล็กน้อย “จะจู่โจมแล้วล่ะสิ? ได้เลย ข้ากับเจ้ามาประลองกัน” ทว่าฝ่ายนั้นได้แต่มองและนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ในที่สุดเขาบิดมุมปากเล็กน้อย “วันนี้ถ้าไม่สังหารเจ้าข้าคงตายตาไม่หลับ! สถานศึกษาฉางมู่ก็คงไม่กลับมาสงบเหมือนกัน!” ว่าแล้วหลี่มู่ตวัดฝ่ามือผลักออกไปยังเยี่ยฉวนทางเบื้องล่าง
เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามเปิดฉากจู่โจม เยี่ยฉวนสีหน้าเปลี่ยนวูบซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่ทัวป้าเหยียนผู้ยืนอยู่ด้านข้างและนิ่งเงียบมาตลอด พลันเบี่ยงกายออกมาขวางเบื้องหน้าเยี่ยฉวนพร้อมผลักฝ่ามือออกไปทางด้านข้างทันที เสี้ยววินาทีต่อมาปรากฏแผงโล่แห่งปราการสายฟ้า ขยายกางกั้นข้างหน้าทัวป้าเหยียนและเยี่ยฉวน!
เมื่อพลังฝ่ามือของหลี่มู่พุ่งวาบ จึงเกิดลำแสงตรงเข้าทำลายปราการโล่ซึ่งกางกั้นนั้นทันที อย่างไรก็ตาม ขณะที่หลี่มู่ผลักออกพลังฝ่ามือ รังสีสว่างพลันวูบหายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งเป็นจังหวะที่ฝ่ามือผลักส่งออกมาพอดี–
ตู้ม! สิ้นเสียงระเบิดจากพลังปะทะ ปราการโล่เบื้องหน้าทัวป้าเหยียนพลันแตกกระจาย ครู่ต่อมาทั้งหญิงสาวและเยี่ยฉวนกระเด็นออกจากที่ไปไกลนับสิบจั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งสองหล่นกระแทกพื้นดินเต็มแรง ยังผลให้ปรากฏรอยแตกร้าวที่พื้นดินในรัศมีรอบกายไกลเกือบครึ่งลี้ทันที!
เยี่ยฉวนนอนพังพาบอยู่บนพื้น โลหิตซึมจากมุมปากไหลลงเป็นทาง เวลานั้นความปวดร้าวระบมราวกับร่างจะแตกออกเป็นเสี่ยง ดูเหมือนเขาพลันนึกถึงบางอย่างขึ้นได้ จึงรีบผุดลุกขึ้นและปรี่เข้าไปประคองทัวป้าเหยียนไว้ในอ้อมแขน เห็นที่มุมปากของฝ่ายหญิงมีรอยโลหิตไหลอาบ นอกจากนั้นทั้งจมูก ตา และหูก็มีโลหิตออกมาด้วยเช่นกัน!
เยี่ยฉวนเห็นเช่นนั้น เขาถึงกับตกตะลึง! หญิงสาวชำเลืองมองอีกฝ่ายนัยน์ตาหรี่ปรือ ทำท่าอ้าปากจะพูดทว่าเพียงแค่เผยอริมฝีปากโลหิตก็ไหลพรูออกมา และดูท่าว่าจะยังไม่หยุดง่ายๆ ชายหนุ่มจึงพลันกระชับวงแขนที่ประคองทัวป้าเหยียนแน่นเข้า ขณะเดียวกันก็ใช้มืออีกข้างลูบคราบโลหิตที่มุมปากของอีกฝ่าย ถามเสียงสั่น “เจ้าทำไมโง่แบบนี้? คนผู้นั้นเป็นถึงสุดยอดผนึกยุทธ์!”
ทัวป้าเหยียนได้แต่มองหน้าเยี่ยฉวน ขณะนั้น โลหิตยังไหลออกมาเรื่อยๆ กระทั่งเสื้อผ้าส่วนบนอาบด้วยโลหิตแดงฉาน! อีกทั้งรังสีแห่งสัญญาณชีพเริ่มอ่อนโรยลงทุกขณะ ขั้นสุดยอดผนึกยุทธ์ใช้พลังฝ่ามือน่ากลัวเช่นนี้ได้อย่างไร? ชายหนุ่มกระชับร่างในวงแขนแน่นขึ้นอีก รู้สึกตนเองเริ่มสั่นน้อยๆ
นางจับตามองเยี่ยฉวนซึ่งได้รับบาดเจ็บหนัก พลันแววตามีประกายบางอย่างฉายวาบ หญิงสาวค่อยๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นหมายสัมผัสใบหน้าของเยี่ยฉวน ทว่ายังมิทันเอื้อมถึงแขนก็ตกวูบไปข้างลำตัว ตอนนั้นเอง ที่เจียงจิ่ว โม่อวิ๋นฉี และคนอื่นทะยอยวิ่งตามกันเข้ามาถึงที่ เมื่อเห็นชัดว่าเยี่ยฉวนกำลังประคองทัวป้าเหยียนที่นอนอยู่บนพื้นทุกคนหยุดชะงักนิ่งงัน
ฝ่ายหลี่มู่หลังจากที่ออกปะทะครั้งนี้ เขามิได้พยายามเข้าซ้ำอีกคราทว่ากลับกวาดตามองไปรอบบริเวณท่าทางระแวงระวัง ด้วยยังไม่ลืมภาพของเซียนกระบี่ในชุดขาวล้วนสะอาดสะอ้าน! ตัวของเขาเองนั้นเตรียมพร้อมแล้วที่จะตัวเผชิญกับความตายนับตั้งแต่วินาทีแรกที่ตัดสินใจออกปะทะ ทว่าเอาเข้าจริง หลังจากที่ลงมือ ความรู้สึกตระหนกกลับพุ่งวาบเข้าเกาะกุมจิตใจ
ทว่าจวบจนบัดนี้ เซียนกระบี่ก็ยังไม่ปรากฏกาย! ผ่านไปเกือบหนึ่งถ้วยชา ยังไร้วี่แววเซียนกระบี่! หลี่มู่เริ่มคลายความกังวล พลันค่อยเปล่งเสียงหัวเราะราวคนบ้า “ไม่ออกมา! ฮ่าฮ่า……ไม่ออกมาสินะ!” พูดจบก็หันขวับไปทางเยี่ยฉวน ยามนี้หน้าตาคนบิดเบี้ยวเหยเกน่าเกลียด “ถึงคราวต้องปิดฉากความผยองของเจ้าเสียที อาจารย์เซียนกระบี่คงไม่ออกมาช่วยอีกแล้ว……ข้าและพวกต้องถูกตราหน้าเพราะเจ้ามามากแล้ว!”
ในขณะนั้น เยี่ยฉวนค่อยๆ บรรจงวางร่างของทัวป้าเหยียนให้นอนราบกับพื้น ก่อนใช้นิ้วเช็ดคราบโลหิตที่มุมปากของหญิงสาวให้อย่างเบามือ “ขอโทษนะ……”
จากนั้นชายหนุ่มพยุงกายลุกขึ้น และเดินตรงไปทางหลี่มู่ที่ยืนอยู่อีกด้านไกลออกไป ขณะนั้นทัวป้าเหยียนมองตามหลัง นางทำท่ายกมือขึ้นทว่ามือข้างนั้นกลับตกลงไปที่เดิมอย่างอ่อนแรง จากนั้นคนค่อยปิดเปลือกตาลงช้าๆ……
เยี่ยฉวนเดินไปหยุดยืนเบื้องหน้าหลี่มู่ มือทั้งสองกำหมัด สีหน้าเยือกเย็นอย่างประหลาด อีกฝ่ายแสยะมุมปาก สีหน้าเหี้ยมเกรียม “อยากฆ่าข้าหรือไง?” ชายหนุ่มยกมือข้างขวาและทาบฝ่ามือลงบนอกเสื้อ “ออกมาสังหารคนผู้นี้ และข้าจะออกค้นหากฎแห่งเต๋าอีกข้อ ข้าขอปลดปล่อยท่านออกจากหอคอยเดี๋ยวนี้!”
ความเงียบงันครอบงำชั่วขณะ พลันจู่ๆ ร่างกายของเยี่ยฉวนบังเกิดสั่นเทิ้มเป็นเจ้าเข้า ครู่ต่อมาเขากระพือเปลือกตาเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในกระบอกตาทั้งสองข้างซึ่งที่เคยเป็นลูกนัยน์ตาจริงๆ! กลายเป็นลูกนัยน์ตาสีฟ้าเข้ม!
