Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 428


บทที่ 428 ข้าเป็นคนอย่างนั้นหรือไง? (ปลาย)

……

โม่อวิ๋นฉีหันมามองคนตัวใหญ่สายตาเต็มไปด้วยความพิศวง ขณะที่ไป่เจ๋อกำหมัดแน่นสีหน้าขึงขัง “ตอนนี้ข้าบรรลุพลังสุดยอดผสานเทพ ทำให้สายเลือดสัตว์อสูรในกายถูกกระตุ้นให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขอเวลาเพียงครึ่งปี เมื่อถึงตอนนั้นข้าก็จะสังหารคนผนึกยุทธ์ได้ด้วยหมัดเพียงหมัดเดียว!” ……

……

“ครึ่งปีเชียวหรือ?” ……

..

อีกฝ่ายเมื่อได้ยินเข้าหันมาทำหน้าดูถูก โม่อวิ๋นฉีพูดเสียงแค่น “ทำไมไม่ขอเวลาสักสิบปีเสียเลย? ครึ่งปี! อีกครึ่งปี หัวขโมยพี่เยี่ยก็คงสังหารคนควบยุทธ์สะท้านภพได้แล้วละ!”

ไป่เจ๋อจึงหุบปากเงียบกริบ

โม่อวิ๋นฉีลุกขึ้นจากโต๊ะพลางหันมาพูดกับทุกคน “ข้าจะไปฝึกฝนพลัง!”

จากนั้นจึงหายออกจากประตูไป

ณ บริเวณหลังเทือกเขาฉางหลาน

เจียงจิ่วเดินนำคนสิบคนเข้ามาทางเบื้องหลังเยี่ยฉวน หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ก่อนเอ่ยขึ้นเบาๆ “ข้าและฮ่องเต้สตรีทัวป้าหาคนที่เจ้าต้องการได้แล้ว”

เยี่ยฉวนหันกลับมาพบกับคนสิบคนที่ยืนสงบเบื้องหน้า ห้าในสิบมาจากกองกำลังขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลาน ส่วนอีกห้าคนทัวป้าเหยียนเลือกมาจากองครักษ์จิ้นอู๋แห่งแคว้นหนิง ทุกคนล้วนแต่ฝีมือระดับพระกาฬ

คนทั้งสิบเป็นคนขั้นพลังสุดยอดผสานเทพ และมีศักยภาพในการต่อสู้ชั้นเลิศ

เมื่อเห็นคนตรงหน้า ห้าคนจากกองกำลังขุนศึกเต๋าฉางหลานแสดงคารวะทักทายพร้อมกัน “คารวะอาจารย์ใหญ่ขอรับ!”

ส่วนห้าคนจากองครักษ์จิ้นอู๋ก็แสดงคารวะต่อเยี่ยฉวนพร้อมด้วยการค้อมตัวเล็กน้อย ทว่าแฝงความเคารพศรัทธาอยู่ในสีหน้าอย่างชัดแจ้ง

ชายหนุ่มเดินตรงไปยังกลุ่มคนที่ยืนอยู่ต่อหน้า ขณะที่กระบี่หลิงซิ่วในมือปลดปล่อยแรงผลักดันออกมา คนสิบคนที่ยืนอยู่ต่อหน้าเยี่ยฉวนพากันร่นถอยไปอย่างรวดเร็ว ทว่าเพียงไม่นานขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานทั้งห้าคนผลักทวนที่ถืออยู่ดันพรวดลงไปที่พื้นดิน

หลังจากทวนพุ่งทะลุลงไปในดินแล้ว คนทั้งห้าจึงหยุดจากการถอยร่นจนสนิทแน่นิ่งลง ทว่าองครักษ์จิ้นอู๋ห้าคนยังคงถอยร่นต่อไปด้วยแรงผลักมหาศาลจากแรงผลักดันของเยี่ยฉวน พวกเขาถอยกรูดต่อไปจนกระทั่งกว่าเก้าจั้งจึงจะยันให้หยุดได้

ระหว่างองครักษ์จิ้นอู๋และขุนศึกเต๋าฉางหลานนับว่าชั้นฝีมือยังห่างกันพอควร

องครักษ์จิ้นอู๋ทั้งห้าต่างก็รู้สึกเช่นนั้น พวกเขามีสีหน้าหมองลงทันที เห็นได้ชัดว่าความพ่ายแพ้ต่อขุนศึกเต๋าในครั้งนี้ทำให้พวกเขาเกิดความละอายใจไม่น้อย!

เยี่ยฉวนจึงยุติการปลดปล่อยแรงผลักดัน จากนั้นจึงหันไปพูดกับห้าคนองครักษ์จิ้นอู๋ “ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าอีกครั้ง ถ้ายังไม่ผ่านการทดสอบ พวกเจ้าจะถูกส่งกลับ”

และหันไปพูดกับเจียงจิ่วซึ่งยืนดูอยู่อีกด้านหนึ่ง “ท่านพาทั้งสิบคนไปส่งให้อาจารย์ลู่ช่วยฝึกฝนเพียงคนเดียวเท่านั้น!”

อีกฝ่ายพยักหน้า “ข้าจะจัดการให้!”

ชายหนุ่มดีดนิ้วขึ้นบนอากาศ พลันวงแหวนสัมภาระทะยานไปปรากฏออกต่อหน้าหญิงสาว “ภายในวงแหวนบรรจุสุดยอดสายแร่จิตวิญญาณ ข้าจะเก็บเอาไว้ที่สถานศึกษาฉางหลาน!”

เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้นเจียงจิ่วมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นฉับพลัน ใครต่างก็รู้กันว่าการที่มีสุดยอดสายแร่จิตวิญญาณอยู่ในสถานศึกษาฉางหลาน ย่อมเป็นประโยชน์ต่อทั้งฉางหลานเองและเมืองหลวงแคว้นเจียง ความจริงแล้วด้วยสุดยอดสายแร่จิตวิญญาณสามารถระงับความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นภายในแคว้นเจียงได้ แม้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็ตาม

ด้วยพลังชี่จิตวิญญาณหากมีในระดับที่พอเพียงแล้ว จะลดทอนความโหดเหี้ยมของผู้คนและผดุงคุณธรรมของทัพทหารได้เป็นอย่างดี

จากนั้นไม่นานเจียงจิ่วและคนทั้งสิบก็กลับออกไป

หลังจากที่คนอื่นกลับออกไปจนหมด เยี่ยฉวนยืนเหม่อมองไปยังท้องฟ้ากว้างไกล ภายในใจอยากไปให้ถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่เต็มที

ตอนนั้นเอง ใครบางคนทะยานลงมายืนทางเบื้องหลัง เยี่ยฉวนหันขวับมาพลันสีหน้าบ่งบอกว่าประหลาดใจพอควร

ใครคนนั้นคือเหลียนว่านลี่!

เหลียนว่านลี่เดินมาหาเยี่ยฉวน ขณะมือข้างหนึ่งลูบปอยผมข้างหูเล่นสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะกล่าวเสียงเบา “ทั้งสำนักมารโลหิตและสำนักเหอฮ่วนล้วนถูกเจ้าไล่ตะเพิดไปอย่างไม่เป็นท่า ตอนนี้คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์คงเข็ดขยาดไม่กล้าเข้ามาวุ่นวายที่แคว้นเจียงอีกแล้ว ที่อาณาจักรต้าอวิ๋นข้าสั่งสังหารยอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วกว่าสามร้อยคน ในนั้นรวมหกคนผนึกยุทธ์”

คนพูดหยุดกึก ก่อนจะหันมามองหน้าเยี่ยฉวนตรงๆ “นับได้ว่าตอนนี้แผ่นดินชิงกลับคืนสู่สถานการณ์ความสงบแล้ว! ทว่า ณ ปัจจุบันเหลือปัญหาอีกสองเรื่อง! เรื่องแรกสายแร่จิตวิญญาณแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของแผ่นดินชิง ด้วยถูกทำลายจนหมดสิ้น ถ้าพวกเราต้องการฟื้นฟูให้กลับมามีสภาพเดิมต้องอาศัยสายแร่จิตวิญญาณ ซึ่งมิใช่สุดยอดสายแร่จิตวิญญาณทว่าเป็นสายแร่จิตวิญญาณที่ดีกว่านั้น! ทว่าทั่วทั้งแผ่นดินชิงหาได้มีสายแร่จิตวิญญาณชนิดนั้นไม่!”

“หมายความพวกเราควรไปค้นหาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?” เสียงเยี่ยฉวนถาม

สตรีตรงข้ามพยักหน้า “เราต้องไปดินแดนศักดิ์ทธิ์! แน่นอน สิ่งที่ต้องทำก่อนอื่นในเวลานี้ไม่ใช่การไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่ต้องสกัดคนที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์และแผ่นดินฉางหลาน ทางข้าได้ยินว่าแผ่นดินฉางหลานกลายเป็นแผ่นดินร้างเสียแล้ว คนที่นั่นพากันมุ่งหน้ามายังแผ่นดินชิงของเรา นอกจากนั้นความขัดแย้งของกลุ่มกองกำลังหลากหลายที่มีอยู่ในโลกชิงฉางยิ่งทวีความรุนแรง ข้าว่าอีกหน่อยแม้แต่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนก็ยากที่จะสกัดกั้นไว้ได้”

“ทำไม?”

เยี่ยฉวนรู้สึกข้องใจต่อเรื่องที่ได้ยิน “แม้แต่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนยังสกัดกั้นไม่ได้เชียวหรือ?”

เหลียนว่านลี่พยักหน้าช้าๆ “เท่าที่ข้ารู้ ทางสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาเหมือนกัน มีสัตว์อสูรตนหนึ่งกำลังก่อเรื่องวุ่นวาย”

จากนั้นคนพูดหันหน้ามามองเยี่ยฉวน ขณะเอ่ยถามขึ้นมาเสียเฉยๆ “เจ้ารู้ไหมว่าสัตว์อสูรตัวนั้นชื่อว่าอะไร?”

เยี่ยฉวนสั่นศีรษะ ถามกลับอย่างจนปัญญา “ข้าจะรู้ได้ยัง?”

“ชื่อเยี่ยฉวน!”

สตรีตรงหน้าเอ่ยช้าๆ ชัดๆ ขณะสายตาจับจ้องเยี่ยฉวนอย่างแน่วนิ่ง “สัตว์อสูรมีชื่อเยี่ยฉวน!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเยี่ยฉวนผงะหงายด้วยความตกตะลึง เหตุใดสัตว์อสูรจึงใช้ชื่อว่าเยี่ยฉวน? อะไรกันวะ?

หญิงสาวตรงหน้ายังคงจับตามองเยี่ยฉวนเงียบๆ ไม่มีใครรู้ว่านางกำลังคิดอะไร

ชายหนุ่มขยับอ้าปาก ทว่าขณะนั้นเองดูเหมือนเขาจะนึกอะไรออกสักอย่าง พลันสีหน้าเปลี่ยนวูบทันตาเห็น!

“เยี่ยฉวน!”

สัตว์อสูรนั่น……! เป็นสิ่งที่อยู่บนชั้นสองงั้นหรือ?

จู่ๆ เหงื่อกาฬก็ผุดออกจนเต็มหน้าผาก! ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้! เหตุการณ์ครั้งนี้มิใช่เหตุบังเอิญแน่!

แต่เขายังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเหตุใดบางสิ่งบนชั้นสองจึงต้องปะทะกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน แล้วเหตุใดจึงต้องออกนามเยี่ยฉวนเพื่อใช้ในการต่อสู้?

เพราะจะทำให้เกิดปัญหากับเขาได้!

ทันใดนั้นสตรีสวมชุดเกราะออกมาปรากฏตรงเบื้องหน้าเหลียนว่านลี่ คนที่เพิ่งเข้ามารีบย่อเข่าข้างหนึ่งทรุดลงกับพื้น “ฝ่าบาท สายของเรารายงานมาแล้วว่า อีกไม่เกินสองวันยอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะถึงเทือกเขาหว่านชิวเพคะ!”

เหลียนว่านลี่หันกลับมาที่เยี่ยฉวน “แผ่นดินชิงต้องรับภาระหนักแน่ พวกเราจะปล่อยคนเหล่านั้นทะลักเข้ามายังแผ่นดินชิงอีกไม่ได้แล้ว มิเช่นนั้นผู้คนที่นี่จะต้องล้มตายกันหมด”

ในเวลาเดียวกันคนพูดชี้มือไปที่เส้นขอบฟ้าแสนไกล “นำกำลังของเจ้าไปยังเทือกเขาหว่านชิว เราต้องช่วยปกป้องพลเรือน โลกชิงฉางและสิ่งมีชีวิตนับล้านจากที่นั่น!”

ขณะนั้นเยี่ยฉวนยืนเฉยไม่พูดอะไร

เหลียนว่านลี่ดึงมือเรียวงามกลับและหันมาพูดกับอีกฝ่าย “คนพวกนั้นมาจากแผ่นดินฉางหลาน และเข้ามาปล้นสะดมทรัพย์สินมีค่า จนได้เงินได้ทองร่ำรวยกันถ้วนหน้า”

เยี่ยฉวนหันมาถามทันควัน “เมื่อกี้เจ้าบอกว่าจะช่วยปกป้องพลเมือง แผ่นดินชิง และสิ่งมีชีวิตหลายล้านใช่ไหม?”

สตรีอีกฝ่ายพยักหน้างงๆ

ชายหนุ่มจึงพูดเสียงเคร่งจริงจัง “ช่วยผู้คน ปกป้องแผ่นดินชิงและชีวิตหลายล้านชีวิต……ข้า แหงละ ต้องช่วยเจ้าเต็มที่!”

เหลียนว่านลี่แย้งขึ้นราวกับรู้ทัน “ไม่ใช่ว่าเจ้าหวังความร่ำรวยของพวกมันหรอกนะ?”

เยี่ยฉวนขมวดคิ้ว สีหน้าโกรธๆ “ข้าเป็นคนอย่างนั้นหรือไง?”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version