Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 444


บทที่ 444 ไปแผ่นดินชิง จับเป็นเยี่ยฉวน! (ต้น)

……

ณ บ้านตระกูลหลิง……

……

ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังแอบทำลับๆ ล่อๆ หลบออกมาจากบ้าน เมื่อเหลียวซ้ายแลขวาแน่ใจว่าไม่มีใครเห็น เขาจึงโกยแน่บไปตามถนนอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามก่อนที่ชายหนุ่มจะเข้าไปยังตรอกแคบๆ ชายวัยกลางคนโผล่เข้ามาขวางทางเบื้องหน้า……

..

เมื่อเห็นชายวัยกลางคน พลันสีหน้าของชายหนุ่มหน้าแข็งขึงขึ้นทันใด ทว่าเพียงครู่เดียวจากนั้นจึงสีหน้ากลับเป็นปกติก่อนฝืนยิ้ม “ท่านพ่อ มีอะไรขอรับ?”

ที่แท้หนุ่มคนนี้คือหลิงฮั่น

ชายวัยกลางกล่าวคนดักคออย่างรู้เท่าทัน “เจ้ากำลังจะไปแผ่นดินชิงใช่หรือเปล่า?”

“แผ่นดินชิงงั้นหรือขอรับ?”

หลิงฮั่นตีหน้าซื่อ “ทำไมขอรับ? ข้าจะไปที่นั่นเพื่ออะไรเล่า?”

ชายวัยกลางคนมองหลิงฮั่นตรงๆ หากมิได้พูดว่าอะไร

ในที่สุดหลิงฮั่นเสหัวเราะกลบเกลื่อน “ท่านพ่อข้าแค่จะออกไปดื่มสุราแถวนี้จริงๆ ขอรับ!”

อีกฝ่ายส่ายหน้าเสียงถอนใจเฮือก “พ่อได้ยินเรื่องระหว่างเจ้ากับเยี่ยฉวนมาบ้างนิดหน่อย เขาทำให้เจ้าเรียกว่าเป็นพี่เป็นน้องได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ฉะนั้นคงมิใช่คนธรรมดาเป็นแน่ พ่อจะไม่ห้ามถ้าเจ้าจะถูกคอคนเช่นนี้”

“แต่!”

หลิงฮั่นทำเสียงฮึดฮัด “ท่านพ่อ บอกมาข้ามาตามตรงเถิด!”

ชายวัยกลางคนถอนใจก่อนกล่าวว่า “ลูกชายเจ้าก็รู้ว่าหมายจับอันนั้นเป็นของโลกชิงฉาง ถ้าเช่นนั้นย่อมแสดงว่าเขาเป็นศัตรูกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน! จะว่าเป็นศัตรูของโลกชิงฉางก็ยังได้! ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตระกูลหลิงของเราถือว่าไม่น้อยหน้าใคร แต่ถ้าต้องเป็นศัตรูของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน จะกลายเป็นว่าเราไม่รู้จักเจียมตัว”

ชายหนุ่มหุบปากเงียบ

เสียงชายวัยกลางคนพูดต่อไปอีกว่า “เวลานี้ภายในโลกชิงฉางมีแต่ความยุ่งเหยิง และสำนักผู้ตรวจการเขตแดนได้ถอนตัวออกจากทั้งแผ่นดินฉางหลานและแผ่นดินชิงแล้ว แสดงว่าพวกเขาละทิ้งแผ่นดินทั้งสองอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่เยี่ยฉวนเป็นเพียงกลุ่มคนหยิบมือที่คอยปกป้องแผ่นดินชิง เจ้าคิดหรือว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะปล่อยเขาไป?”

หลิงฮั่นยิ้มแหย “ท่านพ่อ เขาเป็นพี่น้องของข้านะขอรับ!”

ฝ่ายบิดาสวนคำทันที “ข้าก็เป็นพ่อของเจ้าเหมือนกัน! ลองคิดถึงตระกูลหลิงบ้าง ถ้าเจ้าทำให้พวกเราต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ เจ้ายังสบายใจอยู่ได้อีกหรือ?”

ชายหนุ่มผู้เป็นบุตรก้มหน้านิ่งงันไปพักใหญ่ กระทั่งในที่สุดจึงเงยหน้าขึ้นมองสบตาบิดา “ท่านพ่อ ท่านคิดดูสิเยี่ยฉวนมีเรื่องบาดหมางกับดินแดนอันธการและสถานศึกษาฉางมู่แต่เขาก็รอดมาได้ ท่านว่าคนเช่นนี้เป็นคนธรรมดาหรือขอรับ? อีกอย่างเท่าที่ข้ารู้ เขาบรรลุขั้นราชันย์กระบี่แล้วด้วย! ราชันย์กระบี่ขณะที่อายุไม่ถึง 20 ขวบเต็ม แม้แต่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ คนเช่นนี้จะหาได้ที่ไหนเล่าขอรับ?”

ชายวัยกลางคนเป็นฝ่ายนิ่งอั้นพูดไม่ออก

หลิงฮั่นกล่าวต่อไป “ท่านพ่อข้าเป็นคนตระกูลหลิงและเป็นสิ่งที่ข้าไม่เคยลืม ข้ากำลังพูดถึงความรู้สึกรักพี่รักน้อง แต่ท่านกลับคิดถึงแต่ผลประโยชน์ ถ้าเช่นนั้นข้าจะพูดกับท่านในแง่ผลประโยชน์บ้าง แม้ว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะพุ่งเป้าไปที่เยี่ยฉวน แต่จากมุมมองของข้านั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าเขามีความพิเศษกว่าคนทั่วไป มิเช่นนั้นสำนักผู้ตรวจการเขตแดนคงกำจัดเขาไปแล้วแต่นี่กลับออกหมายจับ!”

จากนั้นคนพูดเหลือบสายตามาทางชายวัยกลางคนขณะพูดว่า “นอกจากนี้เยี่ยฉวนเป็นราชันย์กระบี่แล้ว คนที่เป็นราชันย์กระบี่อนาคตต่อไปจะปกติธรรมดาได้หรือขอรับ?

ชายวัยกลางคนหันมามองบุตรชาย “เจ้าพยายามจะบอกอะไรก็พูดมา!”

หลิงฮั่นกล่าวเสียงขรึม “ข้าจะขับตัวเองออกจากตระกูลหลิงและไม่ขอเป็นคนในตระกูลอีกต่อไป ข้าจำเป็นต้องไปแผ่นดินชิงเพื่อช่วยเหลือเขา ถึงทุกสิ่งที่ข้าทำจะไม่เกี่ยวข้องตระกูลก็ตามแต่หัวใจของข้ายังเป็นคนตระกูลหลิงอยู่วันยังค่ำ และถ้าทั้งข้าและเยี่ยฉวนมีชีวิตอยู่ต่อไป คงเป็นเรื่องน่ายินดีไม่น้อยถ้าเราได้เป็นมิตรกับเซียนกระบี่ หรือแม้แต่มหาเซียนกระบี่!”

ชายวัยกลางคนแย้งด้วยน้ำเสียงขรึมปานกัน “ถ้าเจ้าไม่รอดชีวิตจะว่าอย่างไร?”

ชายหนุ่มบุตรชายเหยียดมุมปากยิ้มน้อยๆ “ถ้าเช่นนั้นจะมีแต่ข้าที่ต้องสังเวยชีวิต ตระกูลหลิงจะไม่ต้องถูกใครทำร้าย!”

“พูดจาไร้สาระ!”

ผู้เป็นบิดาตวาดเสียงดังด้วยฤทธิ์โทสะ “เจ้าหมายความว่ายังไง? เจ้า……”

“ข้าอนุญาต!”

เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายชราปรากฏตัวออกมา ตามด้วยคนสองคนด้านหลังชัดเจนชัดว่าเป็นบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดของตระกูลหลิง

ชายชราคนหน้าก็คือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตระกูลหลิง ลักษณะแสดงถึงความมีอภิสิทธิ์มากมายล้นเหลือ!

เขาทอดสายตามองตรงใบหน้าหลิงฮั่น “ถ้าเจ้าออกไปจากที่นี่ ข้าจะขับชื่อของเจ้าออกจากตระกูลหลิงทันที ถ้าเจ้าเกิดปัญหาในภายหน้าจะมาร้องขอความช่วยเหลือจากตระกูลของเราไม่ได้อีก เจ้าคงไม่รู้สึกเสียใจทีหลังหรอกนะ?”

หลิงฮั่นสั่นศีรษะปฏิเสธ “ไม่เปลี่ยนใจขอรับ!”

ชายชราพยักหน้า “ถ้างั้นก็ไปได้!”

สิ้นเสียงคนพูดหลิงฮั่นหันหลังและวิ่งออกไปทันที ทว่าชายวัยกลางคนสีหน้าวิตกทุกข์ร้อนพยายามจะตามไปขัดขวางบุตรชาย แต่ถูกชายชรายับยั้งไว้เสียก่อน

ชายวัยกลางคนหันมามองอีกฝ่าย “ผู้อาวุโส เป็นเพราะเขาไม่ได้เป็นลูกชายของท่านนี่!”

ผู้อาวุโสสูงสุดส่ายหน้าน้อยๆ “เจ้าก็รู้จักอารมณ์ของคนหนุ่ม ถึงวันนี้เจ้าไม่ยอมให้เขาไป เขาคงจะไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจอยู่ดี อีกอย่างคำพูดของเขาใช่ว่าจะไม่สมเหตุสมผลเสียเมื่อไร ทั้งที่มีความขัดแย้งกับดินแดนอันธการและสถานศึกษาฉางมู่……ทว่าเยี่ยฉวนกลับยังไม่ตาย แสดงว่าเขาเป็นคนพิเศษและควรค่าแก่การทำความรู้จักคุ้นเคยด้วย”

ชายวัยกลางคนสั่นหน้าอย่างไม่เป็นด้วย “แต่คราวนี้เป็นสำนักผู้ตรวจการเขตแดน……ไม่เหมือนกันนะขอรับ!”

“ทำไมสำนักผู้ตรวจการเขตแดนจึงไม่สังหารเขาเสียเอง?” ผู้อาวุโสสูงสุดย้อนถามคนตรงหน้า “เพราะเขามีฝีมือที่ไม่ธรรมดาใช่หรือไม่?……ถ้าอย่างนั้น เหตุใดตระกูลหลิงจึงไม่ลองเปิดรับบ้าง? ถ้ามิตรภาพของเขาและหลิงฮั่นยังดำรงอยู่ ต่อไปเมื่อเยี่ยฉวนเป็นมหากระบี่หรือขั้นที่สูงกว่านั้น ย่อมส่งผลดีต่อตระกูลหลิงของข้ามิใช่หรือ?”

อีกฝ่ายนิ่งฟังอย่างใช้ความคิด หลังจากเงียบงันไปครู่ใหญ่คนฟังสั่นศีรษะพร้อมกันเสียงทอดถอนใจ “แต่เขาเป็นลูกชายของข้า!”

ชายชราผู้อาวุโสสูงสุดพูดเสียงแผ่วลง “แต่เขาเป็นคนตระกูลหลิงด้วย จึงมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องที่เป็นผลโยชน์ของตระกูลเรา นอกจากนั้นจิตใจของเขามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว เจ้าก็รั้งเขาไว้ไม่ได้!”

อีกฝ่ายจึงหันมองไปทางสุดปลายตรอกแคบ เสียงรำพึงกับตนเองอย่างแผ่วเบา “เขาโตแล้วจริงๆ……”

.

ที่หน้าประตูเมืองลู่ป้านจวงยืนเหมือนกำลังรออะไรสักอย่าง เคียงข้างคือหลิงฮั่น กานอู๋เว่ย หลินอวิ่นเซียนและ

คนอื่นๆ……

ทั้งหมดมีเจ็ดคน อันที่จริงสมาชิกของกองกำลังจอมโจรรวมเยี่ยฉวนด้วยมีทั้งสิ้นเก้าคน ทว่าตอนนี้มีเพียงเจ็ดคนย่อมแสดงว่ามีบางคนหายไป!

หลิงฮั่นซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถามกับลู่ป้านจวง “พี่สาว ติดต่อเหยี่ยลี่ได้หรือยัง?”

หญิงสาวตอบเสียงขรึม “คอยอีกสักครึ่งก้านธูปก็แล้วกัน ถ้าเขาไม่มาพวกเราจะออกเดินทางกันเลย”

หลิงฮั่นพยักหน้าเห็นดีด้วย “ตกลง!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version