บทที่ 448 หอคอยแห่งเรือนจำ ออกมา!
……
เหลียนว่านลี่ถือดาบโค้งชิงหลงไว้ด้วยมือขวา ปลายดาบจิ้มลงบนพื้นดิน เสียงของมังกรร้องอย่างอ่อนระโหยดังแว่วจากคมดาบ……
……
หญิงสาวยังยืนอยู่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน และยังไม่เคลื่อนย้ายไปทางไหน!……
..
คนที่ยืนประจันหน้ากับเหลียนว่านลี่เป็นชายชราผู้หนึ่ง เส้นผมขาวทั้งศีรษะ ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยยับย่น ดวงตากล้าแกร่งดุจพญาอินทรี แววตาคมกริบดังตาเหยี่ยว ทว่าไม่ไกลกันนักมีชายชราอีกคนสวมชุดดำกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ความที่คนแต่งกายสีดำล้วนจึงเห็นเหตุให้ไม่สามารถมองเห็นได้ถนัดชัดตา หากไม่ได้สัมผัสถึงลมหายใจก็ไม่มีทางรู้การมาถึงของเขา!
พลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!
ยอดฝีมือระดับนี้อย่าว่าแต่ในแผ่นดินชิงเลย แม้ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ยังรั้งอันดับต้นๆ!
ชายชราผมขาวจ้องเขม็งก่อนจะพูดกับเหลียนว่านลี่ “ทุกคนรู้จักแต่ชื่อของอันหลานซิ่งว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินชิง แท้ที่จริงยังมีเจ้าที่มีฝีมือไม่ด้อยกว่านางเลยเพียงแต่เจ้าไม่ยอมเปิดเผยหลบซ่อนเสียมิดชิด ถ้าพวกข้าทั้งสองไม่ร่วมกันจู่โจมคงยากที่จะตัดแขนของเจ้าทิ้งอย่างนี้!”
สตรีจ้องกลับแทบไม่กระพริบตา เหยียดมุมปากยิ้มเล็กน้อย “ข้าก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพจะแห่กันมาตั้งสองคน! ดูท่าพวกเจ้าออกจะขี้ขลาดอยู่ไม่น้อย!”
ฝ่ายตรงข้าจึงว่า “แม้เจ้าหนุ่มนั่นสำเร็จเป็นราชันย์กระบี่ด้วยวัยน้อยนิด สำหรับตระกูลซือถูเรื่องนี้แค่ขี้ปะติ๋วพวกเราไม่นึกหวาดกลัว ถึงอย่างไรกันไว้ดีกว่าแก้ กำจัดมันออกไปจากยุทธภพก็น่าจะดีกว่า”
ตระกูลซือถู!
เหลียนว่านลี่จับตามองคนผมขาวครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเบนสายตาไปทางชายชุดดำซึ่งอยู่ข้างเคียง “ส่วนเจ้าคงมาจากดินแดนอันธกาล ความสามารถในการซ่อนลมหายใจของเจ้านับว่าไม่เลว! ข้ายังคิดว่าดินแดนอันธกาลหายสูญไปอย่างสิ้นเชิงแล้วเสียอีก นี่กลายเป็นว่าพวกเจ้ากำลังจ้องหาโอกาสที่จะแก้แค้นเยี่ยฉวนอยู่นั่นเอง!”
ชายชุดดำกลับพูดว่า “นายหญิง ข้ารู้ว่าฝีมือเจ้าไม่อ่อนด้อย พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะเป็นศัตรูกับเจ้าเป้าหมายของเราอยู่ที่เยี่ยฉวนเพียงคนเดียว ถ้าเจ้าหลีกทางให้เราข้าก็จะไม่ขัดขวาง แต่ถ้าเจ้าอยากแส่หาเรื่อง จะหาว่าข้าหยาบคายทีหลังไม่ได้!”
เป้าหมายคือเยี่ยฉวนเท่านั้น!
สตรีหันไปมองเยี่ยฉวนแว่บหนึ่งจึงพูดเปรยๆ ว่า “ถ้าข้ารู้ว่าเจ้ามีศัตรูมากอย่างนี้ ข้าคงไม่ร่วมมือกับเจ้าแน่! นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของข้าเลยนะนี่!”
จากนั้นนางจึงหันกลับไปพูดกับชายชุดดำและชายชราผมขาว “มีคำกล่าวที่ว่า เมื่อเป็นผัวเมียกันแล้วย่อมหมายถึงต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปจนวันตาย ข้ากับเขา……อ้อ ข้ากับเขาเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ได้เป็น……”
คนพูดชะงักปาก ดูเหมือนนางจะออกอาการเขินและสับสนอย่างไม่รู้สาเหตุ ก่อนที่จะทะยานออกไปอย่างรวดเร็วตรงเข้าหาคนสองคนพร้อมด้วยดาบโค้งชิงหลง
ชายชราผมขาวเห็นดังนั้น จึงเขม้นตามอง “ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วนะ!”
ว่าแล้วคนพูดจึงสะบัดชายแขนเสื้อออกไปครั้งหนึ่ง
ตู้ม!
พื้นที่ในบริเวณสั่นไหวก่อนยกตัวขึ้นและไหลบ่าดุจระลอกคลื่นเข้าท่วมเหลียนว่านลี่ทันที
ทว่าครู่ต่อมาพื้นดินที่เป็นระลอกคลื่นซึ่งยก่ตัวขึ้น พลันแตกสลายด้วยพลังดาบโค้งชิงหลง ทั้งที่ดาบยังมิทันปะทะกันโดยตรง ทว่าริ้วพลังแห่งดาบชี่ซึ่งพุ่งออกไป พลันตวัดใส่คนชราผมขาวลงตรงๆ!
อีกฝ่ายท่าทีสงบเยือกเย็นประดุจน้ำแข็ง เมื่อดาบพลังชี่ตวัดลงเหนือศีรษะเขายกแขนพร้อมกางฝ่ามือออกเล็กน้อยก่อนจะโบกขึ้นและลง ทันใดนั้นช่องอากาศเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนเป็นลูกคลื่นไหวยวบ พลันดาบพลังชี่ของเหลียนว่านลี่เมื่อกระทบช่องอากาศจึงบิดม้วนและพับงอ ก่อนที่จะหายวับไป……
ขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!
ยอดฝีมือขั้นพลังผนึกยุทธ์ระดับแท้จริงพวกนี้มีความสามารถในการใช้พลังอากาศ ทว่าไม่ถึงกับใช้ช่องอากาศเพื่อเปลี่ยนแปลงได้อย่างเต็มกำลัง และขั้นควบยุทธ์สะท้านภพนั้น จะสามารถบิดได้ทุกอย่างกระทั่งช่องอากาศ แต่ไม่ถึงกับเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์โครงสร้าง!
ในขณะที่ขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงไม่อาจบิดเบือนช่องอากาศก็จริง ทว่าสามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์โครงสร้างได้
ทั้งสามขั้นพลังปราณดังกล่าว แต่ละขั้นมีเนื้อหาที่มีความโดดเด่นในตัวเอง!
จึงเป็นธรรมดาที่การก้าวข้ามไปในแต่ละขั้นจะประสบกับความยุ่งยาก
ยิ่งผู้ฝึกฝนในระดับสูงขึ้นไปเท่าใด ความท้าทายของขั้นพลังที่สูงก็จะยิ่งยากขึ้นอีก!
ในขณะนั้นดาบพลังชี่ของเหลียนว่าลี่ถูกพลังอากาศทำให้บิดเบือน จากนั้นชายชราใช้พลังอากาศเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์โครงสร้างและเคลื่อนย้ายวัตถุออกไป!
ภายหลังจากดาบพลังชี่หายวับไปแล้ว พลันสตรีกลับโผล่ขึ้นด้านบนเหนือชายชรา ซึ่งคนก็ไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางเปลี่ยนไปพร้อมกับผลักออกหมัดกระแทกขึ้นสูง
ท่าที่ผลักหมัดออกไปดูเหมือนท่าทางปกติ ทว่าผนึกไว้ด้วยกฎเทพเจ้าอันลึกล้ำน่าประหลาดอย่างเปี่ยมล้น!
ฉับพลันต่อมาช่องอากาศระหว่างเหลียนว่านลี่บังเกิดสั่นไหวทันที ขณะต่อมานั้นเองร่างของหญิงสาวเกิดสั่นระริกก่อนที่จะตกลงไปที่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน ทันทีที่ร่างคนกระทบพื้นดิน แผ่นพื้นที่ใต้ฝ่าเท้าของนางเกิดเป็นรอยแตกร้าว อีกทั้งพื้นดินไกลออกไปนับสิบจั้งพลันปริแตกเป็นทางยาว เป็นภาพที่น่าหวาดกลัวนัก!
ทว่าต่อมาสตรีหายวาบไปจากสถานที่ทันที เสี้ยววินาทีถัดมาดาบโค้งยาวชิงหลงตวัดขวับออกไปที่เบื้องหน้าชายชรา ที่คมดาบพลันปรากฏนัยน์ตามังกรมองเขม็ง เสียงคำรามลั่นดังสะท้านสะเทือน
ถึงกระนั้นสีหน้าของชายชราผมขาวยังคงนิ่งเฉย เขาก้าวออกไปข้างหน้าก้าวหนึ่งขณะเดียวกันก็ยกมือขวาพร้อมกับชี้นิ้วออกไป
การเคลื่อนไหวนั้นที่แท้เพื่อสกัดแรงฟาดของดาบ!
พลันดาบตวัดฟันลงไป!
เปรี้ยง!
ร่างของชายชราถูกแรงปะทะจนผงะผงายถอยห่างไปกว่าเก้าจั้ง เมื่อคนหยุดอยู่กับที่พื้นที่เหยียบยืนกลับทุดฮวบกลายเป็นโพรงลึกลงไปหลายจั้ง! ปรากฏว่านิ้วมือได้ขาดหายไปเสียสองนิ้วในเวลาเดียวกัน!
เวลานี้สีหน้าของคนกลับหมองคล้ำดูไม่จืด จากนั้นค่อยเหลือบมองมาทางเหลียนว่านลี่แววตาวาววับแฝงความอาฆาตอย่างชัดเจน “ข้าประมาทฝีมือเจ้าเกินไป! ตอนนี้เจ้าทำให้ข้าชักเดือดดาลเสียแล้ว! สาบานได้เลยว่าข้าจะไม่สังหาร แต่จะทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานจนต้องร้องขอความตายเลยคอยดู!”
ว่าแล้วคนก็ทะยานออกจากที่ตรงเข้าหา ทั้งยังปรากฏเงาดำทะมึนทางด้านหลังจนดูราวกับมันมีชีวิต!
ความเร็วสุดขีดใส่เต็มพิกัด!
หญิงสาวที่ยืนจับตามมองขณะขวางอยู่ด้านหน้าเยี่ยฉวน เหลียนว่าลี่บิดยกมุมปากอมยิ้มอย่างขวยเขิน ทันใดนั้นนางกระโจนขึ้นสูงพร้อมตวัดดาบฟันอย่างรุนแรง “จู่โจม!”
ตู้ม!
เวลานั้นพลังแรงผลักดันซึ่งระเบิดออกจากดาบชิงหลงมีความรุนแรงประหนึ่งทลายสวรรค์ได้ก็ปาน เวลาเดียวกันพลังมังกรถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระทะยานวาบออกจากดาบชิงหลง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงคมกริบฟาดลงไปทันที
เมื่อชายชราทะยานมาถึง
ตู้ม!
สิ้นเสียงระเบิดสนั่นทั่วทั้งบริเวณลานพาให้ขวัญหายกระเจิดกระเจิง ร่างคนสองร่างต่างทะยานถอยอย่างไม่หยุดยั้ง!
ในที่สุดชายชราผมขาวหยุดลงในที่ไกลออกไปหลายจั้ง ทว่าเหลียนว่านลี่ถอยห่างไปไม่ถึงสี่จัง! หญิงสาวเพิ่งชะงักหยุด สังเกตเห็นรอยคราบโลหิตไหลรินออกมาที่มุมปาก
มิหนำซ้ำไหล่ข้างซ้ายปรากฏร่องรอยโลหิตยังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะนั้นสถานการณ์ของฝ่ายสตรีนับว่าย่ำแย่ หัวไหล่ข้างซ้ายมีบาดแผลฉกรรจ์ อาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงนี้ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
พลังของเหลียนว่านลี่ขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ถึงขั้นนี้การสังหารคนควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงเท่ากันก็ยากอยู่แล้ว! ถ้าไม่ใช่เพราะนางต้องเสียแขนไปข้างหนึ่งจากการปะทะกับสองคนนั้นตั้งแต่แรก นางก็จะลองดูสักตั้ง ทว่าโอกาสชนะก็ใช่ว่าจะเป็นไปได้มากมาย!
ข้างฝ่ายตรงข้ามชายชราก้มลงมองสภาพของตนเอง บริเวณอกเสื้อผ้าฉีกออกเป็นทาง ร่องรอยจากคมดาบปรากฏไม่ลึกนัก เพียงแค่มีรอยผิวหนังถลอกเท่านั้น!
ถึงกระนั้นสิ่งที่ปรากฏก็เพียงพอที่จะทำให้ชายชราผมขาวสีหน้าดำคล้ำไปถนัดตา
พลันเสียงของชายสวมชุดดำดังขึ้นมาว่า “พวกเราผสานพลังจู่โจมไปพร้อมกันเถอะ ครั้งนี้น่าจะเกิดผล!”
ชายชราผมขาวท่าทางลังเลไปชั่วขณะ หากต่อมาก็พยักหน้าตกลง
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากให้เหตุบังเอิญใดเกิดขึ้นอีกแล้ว!
เวลานี้คนหนุนหลังซึ่งมีพลังแกร่งกล้าที่สุดของเยี่ยฉวนไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ตอนนี้จึงเหมาะที่สุดที่จะกำจัดคนให้สิ้นซากเสียที!
ฉับพลันนั้นคนจึงทะยานวาบเข้าใส่เหลียนว่านลี่และเยี่ยฉวน
จึงไม่มีใครรั้งรออยู่ข้างหลังอีกต่อไป พวกเขาต่างมุ่งตรงหมายสังหารให้ได้ด้วยหนึ่งกระบวนท่า!
สังหารสตรีเหลียนว่านลี่ จากนั้นจึงสังหารเยี่ยฉวนเป็นคนต่อไป!
อีกฟากของลาน เมื่อเหลียนว่านลี่เห็นดังนั้นจึงตั้งท่าจะออกปะทะพร้อมจับดาบชิงหลง ทันใดนั้นร่างกลับถูกดึงไว้ด้วยมือของใครบางคน
เหลียนว่านลี่หันขวับไปมองด้านหลัง ขณะเดียวกันกับเยี่ยฉวนลุกขึ้นยืนเต็มตัวแล้ว ชายหนุ่มดึงตัวหญิงสาวให้ถอยมาด้านหลังจากนั้นก็ฉวยตัวคนยกขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ สายตาของสตรีจ้องมองคนตรงหน้าก่อนจะโอดครวญเสียงอ่อย “ข้าเสียแขนไปแล้ว! ตอนนี้รู้สึกแย่เอามากๆ เลย!”
เยี่ยฉวนตอบเสียงเบา “เอาละข้าจะฆ่ามันทุกคนเพื่อระบายความโกรธแทนเจ้าก็แล้วกัน!”
จากนั้นชายหนุ่มจึงหันกลับไปเผชิญหน้ากับชายชุดดำและชายชราผมขาวทันที
หนึ่งต่อสองงั้นหรือ?
ไม่มีทาง!
เยี่ยฉวนตระหนักแน่แก่ใจ ความแข็งแกร่งของพลังในเวลานี้ยากจะเอาชนะคนสองคนทางเบื้องหน้า ต่อให้สู้กันตัวต่อตัวก็ยังยาก!
ฝ่ายตรงข้ามขยับใกล้เข้ามาทุกทีๆ..
พลันนั้นที่บริเวณหว่างคิ้วของเยี่ยฉวนปรากฏรูปร่างของหอคอยสีดำสนิท ทันทีที่หอคอยปรากฏใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มบิดเบือนอย่างน่าประหลาด!
หอคอยแห่งเรือนจำ!
นานมาแล้วสตรีลึกลับเคยเตือนว่าอย่าได้กระตุ้นหอคอยแห่งเรือนจะขึ้นมาโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในยามที่ปราศจากกฎแห่งเต๋า
ทว่าขณะนี้เขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อชีวิต!
ถ้าลองกระตุ้นขึ้นมาอาจจะมีโอกาส หากไม่ก็ย่อมปราศจากโอกาสโดยสิ้นเชิง
เมื่อหอคอยแห่งเรือนจำปรากฏ สวรรค์และโลกมนุษย์พลันดับมืดลง อีกทั้งบรรยากาศมืดมัวเข้ามาครอบคลุมหุ้มห่อพื้นที่บริเวณโดยรอบ……
ชั่วขณะทุกคนที่อยู่ในบริเวณรู้สึกราวกับตกอยู่ท่ามกลางขุมนรกก็ปาน……ในเวลาเดียวกันนั้นพลันปรากฏตัวหนังสือสีดำทะมึนอ่านว่า ‘นักโทษ’ อยู่บนอากาศเหนือศีรษะ
