บทที่ 449 ความแข็งแกร่งของหอคอยแห่งเรือนจำ! (ต้น)
……
หอคอยแห่งเรือนจำ!……
……
อาจกล่าวได้ว่านี่คือไม้ตายที่เคยซ่อนไว้ซึ่งเยี่ยฉวนไม่กล้านำออกมาใช้เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้มาก่อน! ด้วยครั้งหนึ่งที่เขาพยายามนำออกมาใช้ผลก็คือตัวเองเกือบเอาชีวิตไม่รอด……
..
ทว่าครั้งนี้ถึงคราวจำเป็นจะต้องนำออกมาใช้แล้ว!
ด้วยตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า
อย่างที่บอก ถ้าเขาลองบางทีอาจมีโอกาสรอด แต่ถ้าไม่ลองเสียเลยมีแต่ตายสถานเดียว!
ทว่าเรื่องความแข็งแกร่งของหอคอยแห่งเรือนจำ เป็นเรื่องที่เยี่ยฉวนออกจะมืดแปดด้านเพราะเขาแทบไม่รู้จักหอคอยนี้เลย
ตอนนี้หลังจากที่ได้เห็นหอคอยแห่งเรือนจำ สีหน้าของคนยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ทั้งสองคนเบื้องหน้าเยี่ยฉวนแปรเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด
ชายชราผมขาวมองเยี่ยฉวนด้วยแววตาแฝงความหวั่นวิตก ขณะนั้นสายตาพุ่งเป้าไปที่รูปหอคอยสีดำสนิทที่หว่างคิ้วของคนตรงหน้า ความกังขาฉายชัดเจน “นั่นมัน.อะไรกัน.”
อย่าว่าแต่ชายชราผมขาว ทว่าทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็อยู่ในอาการตกตะลึง
ภายหลังจากหอคอยแห่งเรือนจำปรากฏ ทุกคนในที่นั้นเริ่มอึดอัดกระสับกระส่าย!
ทางด้านเยี่ยฉวน ชายหนุ่มเองก็เริ่มรู้สึกในหัวปวดตุบปานจะแตกออกเป็นเสี่ยง ทั้งยังรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างกำลังแทรกซึมออกจากร่างด้วย ขณะเดียวกันความรู้สึกมึนงงเหมือนวิญญาณใกล้จะหลุดลอยเต็มที่
ฝืนไว้!
ชายหนุ่มกัดลิ้นจนเจ็บแปลบและบังคับตัวเองไม่ให้ผล็อยหลับไปเสียก่อน ถ้าฝีนตอนนี้ไม่ไหวก็คงจบชีวิตเสียที่นี่เอง
ชายชุดดำที่อยู่ข้างคนผมขาวหันมาถามกันเอง “เจ้านั่นมันจะทำอะไรกันแน่?”
อีกฝ่ายจ้องคนตรงหน้าจนนัยน์ตาแทบประทุออกมานอกเบ้า “ข้าคิดว่ามันกำลังกระตุ้นพลังเพื่อใช้ของล้ำค่าเป็นแน่!”
“จู่โจมเลยไหม?” คนชุดดำเอ่ยถามขึ้นทันที
ชายชราผมขาวส่ายหน้าทำนองปฏิเสธ “คอยก่อน อุบายของมันสามารถทำให้โลกสวรรค์และโลกมนุษย์แปรเปลี่ยนสีสันไปจากเดิม สิ่งนั้นคงไม่ใช่ของล้ำค่าธรรมดาปล่อยให้เจ้าหนุ่มนั่นกระตุ้นให้มันออกมา เราจะได้เห็นกับตาว่ามันคืออะไรกันแน่”
ขณะที่พูด สายตาฉายแววแห่งความละโมบเป็นประกายวาบ
ด้วยเห็นกับตาว่าของล้ำค่าที่เยี่ยฉวนพยายามกระตุ้นพลังเพื่อนำออกมานั้น จะต้องเป็นของชั้นเลิศ……ดูเหมือนจะเหนือกว่าขั้นสวรรค์ด้วยซ้ำ!
คิดแล้วชายชราผมขาวจึงนิ่งเงียบคอยอย่างใจจดจ่อด้วยความตื่นเต้น!
คนที่อยู่ด้านหลังถัดจากชายชราผมขาวและคนชุดดำ คนทั้งกลุ่มไม่มีใครยอมถอยด้วยเช่นกัน ถึงแม้จะน่ากลัวแต่ไม่มีใครหวาดกลัว
เพราะผู้ที่ออกหน้าเป็นคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงถึงสองคน!
มีคนแข็งแกร่งระดับนี้เป็นผู้นำ มีหรือพวกเขาจะต้องกลัว!
ทุกคนจึงตั้งตั้งตาคอยชมความมหัศจรรย์พันลึกของสิ่งล้ำค่าที่เยี่ยฉวนกำลังจะนำออกมา
ใครก็ต้องเดาว่า สิ่งที่จะปรากฏจะต้องเป็นหอคอยสีดำจากจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของชายหนุ่มตรงหน้านั่นเอง!
ซึ่งในเวลานั้นใบหน้าของเยี่ยฉวนโย้เย้บิดเบี้ยวจนน่ากลัว ต่อให้เยี่ยหลิงมาอยู่ตรงหน้า นางก็คงจำหน้าพี่ชายของตนเองแทบไม่ได้เช่นกัน!
เพราะมันคือใบหน้าที่บิดเบี้ยวเหยเกเป็นที่สุด!
ทุกคนเริ่มตระหนกแตกตื่น อะไรกันแน่ที่เยี่ยฉวนจะเปิดเผยออกมา?
ความฉงนสงสัยเต็มหัวใจของผู้คนที่นั่น!
เวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปราวครึ่งก้านธูปต่อมา ณ จุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของเยี่ยฉวน ที่นั่นเองหอคอยขนาดจิ๋วสีดำสนิททะยานพุ่งออกมา
พลันทุกสายตาจับจ้องไปที่หอคอยขนาดเล็กจิ๋ว แววตาบ่งบอกความฉงนสนเท่ห์ในใจ
หอคอยจิ๋วทะยานละลิ่วขึ้นสู่อากาศ ทันใดนั้นเยี่ยฉวนที่ยืนอยู่ไม่ไกลท่าทางโกรธขึ้งพลันชี้มือไปทางชายชราผมขาว และคนทั้งกลุ่มก่อนสั่งการเสียงดัง “ลากพวกมันลงนรกให้หมด!”
เพียงแค่ได้ยินคำนั้นขณะที่ทุกคนยังคงมีท่าทางตื่นตระหนก หอคอยจิ๋วสีดำสั่นสะท้านขึ้นทันที จากนั้นตัวหนังสือคำว่า ‘นักโทษ’ ปรากฏขึ้นด้านบนเหนือศีรษะกลุ่มคน พลันลำแสงสีดำพุ่งเป็นแนวจากนั้นจึงแผ่ครอบคลุมคนทุกคน ซึ่งเวลานั้นได้แต่ยืนนิ่งขึงอยู่กับที่!
ไม่มีแรงขยับเคลื่อนไหวร่างกาย!
แม้แต่ชายชราผมขาวและชายชุดดำสองคนซึ่งมีขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงก็เช่นกัน ขณะนั้นความกลัวสุดขีดพุ่งปราดเข้าจับขั้วหัวใจของแต่ละคน
ด้วยไม่ว่าจะทำอย่างไรกลับไม่เป็นผลทั้งสิ้น! ราวกับทุกสิ่งที่แสงดำครอบงำไว้จะไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว!
ก่อนหน้านี้มีความเชื่อมั่นผสานกับความกล้าแกร่งในตนเองของระดับพลังชี่ ทว่าเวลานี้กลับไม่สามารถต้านทานพลังประหลาดได้แม้แต่ปลายก้อย!
นั่นละคือสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวเป็นที่สุด!
ชายชราผมขาวจ้องมองเยี่ยฉวนจนตาแทบถลน ส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นพลุ่งพล่าน “เจ้าจะทำอะไร? นี่มันบ้าอะไรกันวะ?”
เยี่ยฉวนไม่ได้ตอบโต้ พลันหอคอยสีดำเริ่มสั่นแรงขึ้นๆ เสี้ยววินาทีต่อมาคนทั้งกลุ่มทุกคนหายวับไปกับตาทั้งหมด ครั้งเมื่อพวกมันปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งกลับโผล่เข้าไปในหอคอยเล็กจิ๋วเสียแล้ว!
หอคอยแห่งเรือนจำชั้นที่หนึ่ง!
คนเหล่านั้นต่างหันไปรอบด้วยความหวาดหวั่นระคนหวาดระแวง รวมทั้งชายชราผมขาวซึ่งพยายามต้านทานอย่างเต็มกำลัง ทว่าก็ไม่เป็นผลอันใด!
ทันใดนั้นตัวหนังสือคำว่า ‘นักโทษ’ เหนือศีรษะของทุกคนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานปานสีเลือด ขณะที่ตัวหนังสือกลายเป็นสีแดงนั้นเอง ร่างของทุกคนที่อยู่ภายในพลันยุ่ยเปื่อยชิ้นเนื้อหลุดรุ่ย……
“อ้ากกกกก……”
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดดังระงม
ชายชราผมขาวเร่งพยายามปลดปล่อยพลังลมปราณและความแข็งแกร่งอย่างเต็มที่ ทว่ายังไม่เป็นผลอยู่ดี เหตุที่ทุกคนกลายสภาพค่อยๆ เน่าเปื่อยผุพังจึงคงเป็นเช่นนี้ต่อไป!
เป็นภาพสยดสยองที่น่าสะพรึงกลัว เมื่อเห็นตนเองและคนรอบข้างกำลังจะตายต่อหน้าต่อตา!
เสียงหวีดร้องภายในหอคอยแห่งเรือนจำดังอยู่อย่างไม่ขาดสาย เวลาผ่านไปราวครึ่งก้านธูปในนั้นก็ไม่เหลือสิ่งมีชีวิตอยู่อีกเลย มีเพียงวงแหวนสัมภาระนับร้อยชิ้นทิ้งเกลื่อนในพื้นที่
จะเห็นได้ว่าหอคอยแห่งเรือนจำเลือกเฉพาะสิ่งมีชีวิต และไม่สนใจสิ่งไม่มีชีวิต
เหตุการณ์ภายนอกหอคอยแห่งเรือนจำขณะนั้น หลังจากคนกลุ่มใหญ่ในหอคอยหายไปหมดแล้ว แรงกระตุกที่หัวใจของเยี่ยฉวนค่อยบรรเทาลง กระทั่งในที่สุดเขาต้องทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากับพื้นดิน
ชายหนุ่มนิ่งเงียบอยู่บนพื้น จนครึ่งก้านธูปให้หลังพลันร่างกายแขนขาออกอาการบิดไปมา ในขณะนั้นเกิดแรงกระตุกของเส้นเลือดในกายอย่างรุนแรง ทั้งยังปูดโปนออกมาประหนึ่งว่าจะผุดออกมาทางผิวหนัง เป็นที่น่าตกอกตกใจอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นเหลียนว่านลี่ซึ่งอยู่ใกล้เคียงรีบเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหัวคิ้วขมวดมุ่นขณะพิจารณาอาการของเยี่ยฉวนเป็นครู่ “ผลข้างเคียงสินะ?”
นางเคยเห็นอาการในลักษณะนี้มาก่อนนั่นเอง
