บทที่ 450 ความแข็งแกร่งของหอคอยแห่งเรือนจำ! (ปลาย)
……
……คงเป็นผลลัพธ์ของการใช้สิ่งล้ำค่าที่เยี่ยฉวนนำออกมาใช้ดูดทุกคนให้หายไปจนหมด แม้กระทั่งยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพสองคนด้วย! นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์เหนือกว่าของล้ำค่าชั้นสวรรค์เสียอีก! เยี่ยฉวนเพิ่งสำเร็จพลังขั้นผสานเทพ ด้วยพลังเท่านี้ยากนักที่จะสามารถควบคุมของล้ำค่าทรงพลังชนิดนั้น และการกระตุ้นของล้ำค่าจึงเป็นสาเหตุทำให้เขาต้องทุกข์ทรมานกับผลข้างเคียงอย่างที่เป็นอยู่!……
……
หญิงสาวนิ่งงันอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นจึงตัดสินใจเก็บดาบชิงหลง ก่อนจะก้มลงหอบหิ้วเยี่ยฉวนพาออกไปจากบริเวณนั้น……
..
ราวครึ่งก้านธูปต่อมา ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งปรากฏตัวทันที
ผู้ทรงเกียรติลู่!
บัดนี้สีหน้าของคนหมองคล้ำยิ่ง เมื่อเวลาที่เยี่ยฉวนกระตุ้นหอคอยแห่งเรือนจำออกมานั้นเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เนื่องจากทันทีที่รู้ตัวว่ามีคนแอบสะกดรอยตาม เขาจึงจำต้องละทิ้งตรงนี้ไปไล่ตามคนที่แอบสะกดรอยเสียก่อน
อย่างไรก็ตามเขาคลาดกับมันผู้นั้นจนได้!
อีกทั้งเมื่อย้อนกลับมา คนกลุ่มใหญ่กลับหายไปจนเกลี้ยง!
ต้องมีใครสักคนคอยช่วยเหลือเยี่ยฉวน!
ผู้ทรงเกียรติลู่กวาดตาไปทั่วบริเวณ เขาอุส่าประกาศไปแล้วว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนหมายต่อชีวิตของเยี่ยฉวน ทว่ากลับยังมีคนลอบให้ความช่วยเหลือเจ้าหนุ่มนั่นอีก……ซึ่งเท่ากับว่าผู้นั้นจะเป็นใครก็แล้วแต่ที่กำลังท้าทายอำนาจของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน!
ทว่าการที่กองกำลังอื่นกล้าต่อต้านสำนักด้วยการช่วยเหลือเยี่ยฉวน ย่อมแสดงว่ากองกำลังนั้นต้องแข็งแกร่งพอตัว!
ผู้ทรงเกียรติลู่เงียบงันอยู่พักใหญ่ เป็นเวลาเนิ่นนานก่อนจะมีเพียงรำพึงแผ่วต่ำดังมาจากลำคอ “ไอ้เยี่ยฉวน……กระจายคำสั่งของข้า ส่งคนไปสืบเรื่องเยี่ยฉวนใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้ไปสืบดูตั้งแต่เมืองชิง สืบทั้งพ่อแม่ญาติพี่น้องที่มีอยู่ของมันให้หมดทุกคน และให้ปล่อยข่าวว่าเยี่ยฉวนและเหลียนว่านลี่ตายแล้ว เมื่อไม่มีมันสองคนแผ่นดินชิงจะต้องแตกสานซ่านเซ็น ในเมื่อพวกมันไม่ยอมให้คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เข้าไป ก็ทำให้มันยุ่งเหยิงวุ่นวายเพราะตัวของมันเองก็แล้วกัน!
“รับทราบขอรับใต้เท้า!”
เสียงขานรับดังมาจากที่ใดที่หนึ่งบนอากาศ
ผู้ทรงเกียรติลู่หันกลับไปมองสำรวจไปรอบบริเวณอีกครั้ง สีหน้าหมองคล้ำดำลงกว่าเดิมด้วยตระหนักแน่แก่ใจ พลังที่สามารถทำให้คนนับร้อยหายไปอย่างไร้ร่องรอยนั้นย่อมไม่ธรรมดา และเวลานี้เยี่ยฉวนกับเหลียนว่านลี่หายไปไหน? ทว่าเขาไม่เสียเวลามัวใคร่ครวญเรื่องตำแหน่งของคนทั้งสองมากนัก ด้วยมีงานสำคัญที่ต้องสะสาง!
ด้วยการไปแผ่นดินฉางหลานเพื่อกวาดเก็บแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานของที่นั่น!
ซึ่งขณะนี้สมควรแก่เวลาอย่างยิ่ง!
ผู้ทรงเกียรติลู่หันกลับและออกไปทันที!
คล้อยหลังของผู้ทรงเกียรติลู่ไม่นานนัก ภาพเงาเลือนรางปรากฏขึ้นทันที เงาประหลาดหันมองไปรอบสถานที่ ก่อนจะหายลับไปในที่สุด
.
แผ่นดินชิงเวลานี้เปรียบได้ดั่งดินแดนหฤหรรษ์ของบรรดาผู้ฝึกยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เพราะตอนนี้พวกเขานึกอยากจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ทั้งที่เมื่อก่อนอยากทำแต่ทำไม่ได้!
เรือเหาะจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากพากันหลั่งไหลเข้ามายังแผ่นดินชิงอย่างต่อเนื่อง มีผู้คนมากหน้าหลายตามุ่งตรงมาที่นี่อย่างไม่หยุดหย่อนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
โดยเฉพาะคนที่เชื่อมั่นในลัทธิเต๋าอัศจรรย์ ซึ่งคนที่มาส่วนใหญ่จะมาจากชุมนุมสำนักและตระกูลใหญ่ที่ศรัทธาในลัทธิ ด้วยเวลานี้แผ่นดินชิงไร้ทั้งข้อจำกัดและกฎเกณฑ์ จึงไม่น่าแปลกใจว่าที่กลายเป็นดินแดนในฝันสำหรับฝึกฝนพลัง เมื่อมาที่นี่พวกเขาไม่ต้องหลบซ่อนแม้เป็นการฝึกฝนเคล็ดวิชาที่โหดเหี้ยม ไม่ต้องกังวลว่าการฝึกจะสร้างความไม่พอใจให้กับบรรดากองกำลัง หรือต้องตกเป็นเป้าหมายการจับกุมของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน
มาที่นี่ พวกเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ ไม่น่าแปลกที่สถานที่นี้จะเป็นสถานที่เยี่ยมยอดสำหรับผู้ฝึกฝนลัทธิเต๋าอัศจรรย์!
เพราะผู้ฝึกพลังเต๋าอัศจรรย์หลายคนเชื่อว่าพวกเขาปรารถนาสิ่งใดก็ตามจะต้องได้ทุกประการ!
ในขณะเดียวกันแผ่นดินชิงก็ได้รับทราบข่าวที่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนมีเจตนาเผยแพร่ ข่าวลือการตายของเยี่ยฉวนและเหลียนว่านลี่แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานก็กระจายตลอดทั้งแผ่นดินชิง!
เมื่อได้รับแจ้งข่าวการตายของคนทั้งสอง เสียงวิจารณ์อื้ออึงดังไปทั่วแผ่นดินชิง!
การที่แผ่นดินชิงยังอยู่อย่างสุขสงบมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเพราะมีคนทั้งสองนั่นเอง!
เมื่อมีเยี่ยฉวนอยู่ แคว้นเจียงและแคว้นหนิงรวมทั้งดินแดนโดยรอบต่างไม่เกิดปัญหา ต่างอยู่ด้วยกันอย่างสงบเรียบร้อย!
มีเหลียนว่านลี่ ในเขตแดนต้าอวิ๋นไม่มีใครกล้าสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย!
กล่าวได้ว่าคนทั้งสองล้วนเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่ทำให้แผ่นดินชิงอยู่ร่วมกันด้วยความสงบเรียบร้อย!
ทว่าปัจจุบันนี้ ทั้งสองคนหาชีวิตไม่……
ทันทีที่ได้รับข่าวนั้น เสียงเอะอะมะเทิ่งเกิดขึ้นไปทั่วทุกที่ในแผ่นดินชิง ใครต่อใครหลายคนริเริ่มแผนการเพื่อกอบโกยผลประโยชน์เข้าตนเอง!
โดยเฉพาะที่อาณาจักรต้าอวิ๋น คนที่เป็นฮ่องเต้ในหลายแคว้นเริ่มประกาศตัวในฐานะฮ่องเต้……
แผ่นดินชิงมีแต่ความยุ่งเหยิงวุ่นวาย เริ่มต้นจากการที่มีบรรดาผู้ฝึกยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลั่งไหลเข้ามา จนทำให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ……
ภายหลังบรรดายอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เข้ามาในแผ่นดินชิงได้ไม่นาน ทั่วทุกสารทิศก็กลายเป็นนรกบนดินอย่างแท้จริง!
เหนือน่านน้ำกลางทะเล เรือเหาะลำหนึ่งแล่นตรงมาด้วยความรวดเร็ว ผู้ที่โดยสารมาภายในลำเรือเป็นศิษย์จากสำนักเหอฮวนทั้งสิ้น!
นับได้จำนวนหลายร้อยคนทีเดียว!
คนเหล่านี้เป็นยอดฝีมือระดับพระกาฬแห่งสำนักเหอฮวน!
ในห้องพักผู้โดยสารห้องหนึ่งบนเรือเหาะ เจ้าสำนักเหอฮวนยืนนิ่งสายตาทอดมองออกไปภายนอก
ชายชราผู้หนึ่งยืนเยื้องไปทางเบื้องหลัง
จนเนิ่นนานกว่าที่เสียงของเจ้าสำนักเหอฮวนจะเอ่ยพูดว่า “ดูท่าจะไม่ใช่ข่าวลือ สองคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงและยอดฝีมือนับร้อย……เยี่ยฉวนไม่มีทางหนีรอดไปได้! นอกจากนั้นข่าวที่ลือสะพัดไปทั่วทั้งแผ่นดินชิง และดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี่คงจะเป็นฝีมือของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน การที่พวกเขาปล่อยข่าวออกมาย่อมเป็นการยืนยันว่าข่าวนี้เชื่อถือได้!”
“แล้วจะยังไง?” เสียงชายชราด้านหลังถามมา
เจ้าสำนักเหอฮ่วนตอบเสียงแค่นเจือเย้ยหยัน “ตรงไปแผ่นดินชิง จับคนของสถานศึกษาฉางหลานยกเว้นพวกสตรี ส่วนผู้ชายฆ่าทิ้งและตัดหัวของมันเสียบประจานไว้ที่หน้าประตูเมืองหลวงแคว้นเจียง คราวนี้แหละความเกลียดชังของสำนักเหอฮวนเราจะได้ล้างแค้นเป็นร้อยเท่าพันทวี!”
ชายชราบิดมุมปากยกยิ้ม “มันต้องให้ได้อย่างนี้สิขอรับ!”
หลังจากนั้นไม่นานเสียงวิพากษ์ดังกระหึ่มไปทั่วเรือเหาะ “เยี่ยฉวนมันตายแล้ว! มันตายแล้ว! ฮ่าฮ่า……”
ต่อมาเสียงหัวเราะด้วยความตื่นเต้นยินดีดังแว่วออกมาจากเรือเหาะมีอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
