บทที่ 462 ทำไมชักช้ายืดยาด? (ต้น)
……
แคว้นเจียงกับแคว้นหนิงตั้งอยู่ไม่ห่างไกลกันนัก เยี่ยฉวนจึงไม่ต้องเดินทางด้วยเรือเหาะ……
……
ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เยี่ยฉวนได้เดินทางกลับถึงสถานศึกษาฉางหลานพร้อมด้วยกองกำลังม้าฉางหลาน……
..
เมื่อกลับถึงฉางหลาน เยี่ยฉวนไม่รอช้าเรียกรวมตัวลู่จิ้วเก๋อและทุกคนทันที
ภายในหอโถงฉางหลานเวลานี้มีทั้ง ลู่จิ้วเก๋อ โม่หยวน เฟิ่งหลาน เจี้ยนชูชู โม่อวิ๋นฉี ไป่เจ๋อและคนอื่นมารวมพลกันที่นี่
ทุกสายตามองตรงไปยังเยี่ยฉวนเป็นจุดเดียว ขณะกำลังคอยฟังด้วยความตั้งอกตั้งใจ
เยี่ยฉวนพูดขึ้นว่า “ข้าคิดว่าพวกเจ้าคงรับรู้สถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ของแผ่นดินชิงแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าข้าพร้อมแล้วที่จะต่อสู้ผจญกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน”
พร้อมต่อสู้ผจญ!
คนที่อยู่ในที่นั้น ต่างคนต่างสีหน้าแปรเปลี่ยนไปหลากหลายแต่ละคน
สำนักผู้ตรวจการเขตแดน!
สำนักที่เป็นเสมือนผู้คุ้มกฎแห่งโลกชิงฉาง!
โม่อวิ๋นฉีเหยียดมุมปาก “หัวขโมยพี่เยี่ย……ศัตรูของเจ้าหนนี้แข็งแกร่งไปหรือเปล่า?”
เยี่ยฉวนยักหัวไหล่ “มันก็เป็นอย่างที่เจ้าเห็นนั่นแหละ คนรูปหล่อมักถูกเกลียดชัง!”
อีกฝ่ายหันมาส่งนิ้วมือหัวแม่โป้ง “ข้าเชื่อแล้วว่าเจ้าเป็นคนหน้าด้านหน้าทน คนสำนักผู้ตรวจการเขตแดนยังสู้ไม่ได้”
คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะให้ดังขึ้นในหอโถงแห่งทันที
บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข!
หลังจากที่ทุกคนเงียบเสียงลง ลู่จิ้วเก๋อตั้งคำถามตรงไปที่เยี่ยฉวน “ไหนลองเล่าแผนให้ข้าฟังที!”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “ตอนนี้แผ่นดินชิงกำลังปั่นป่วนวุ่นวาย มีจอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์บุกรุกเข้ามามากมาย ถ้าหวังพึ่งพาอาศัยความช่วยเหลือจากสถานศึกษาฉางหลานถ่ายเดียว คงยากจะปกป้องแผ่นดินไว้ได้ เราต้องเป็นพันธมิตรกับตระกูลใหญ่ ชุมนุมสำนักและจอมยุทธ์ยอดฝีมือ นั่นแหละจึงจะสามารถต้านทานจอมยุทธ์ที่มาจากแผ่นดินใหญ่เหล่านี้ไหว”
“ยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงพวกนั้น เราจะทำอย่างไร?” เสียงลู่จิ้วเก๋อถามทันควัน
ดูเหมือนนี่จะเป็นคำถามที่ตรงกับใจของใครต่อใคร ณ ที่นั้น!
ถึงกระนั้นชายหนุ่มโบกมือพลางทำท่าราวกับวีรบุรุษผู้กล้า “สบายมาก เรื่องนั้นข้าจัดการเอง ข้ามีตัวช่วย……ไว้ถึงเวลาพวกเขาจะมาช่วยเอง!”
ทุกคนหันไปมองหน้ากัน “.”
ลู่จิ้วเก๋อจึงพูดกับเยี่ยฉวนว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ไม่เป็นปัญหา ข้าจะจัดการเรื่องรวมกลุ่มของพวกชุมนุมสำนัก ตระกูลใหญ่และจอมยุทธ์ในแผ่นดินชิงเอง”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “ในเมื่อท่านรับหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ข้าก็ค่อยเบาใจ แต่ยังมีอีกเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่ ข้าคิดว่าสมรรถนะของขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานยังไม่แข็งแกร่งพอ ต้องทำให้พวกเขาสำเร็จขั้นผนึกยุทธ์ให้ได้”
“จะบ้าหรือไง?”
โม่อวิ๋นฉีสบถเสียงลั่น “ผนึกยุทธ์.หัวขโมยพี่เยี่ยเจ้าพูดอะไรรู้ตัวบ้างไหม?”
เยี่ยฉวนตอบเสียงธรรมดา “เจ้าโม่ เจ้าไป๋ ตอนนี้สถานการณ์ของแผ่นดินชิงเป็นเช่นนี้ สถานการณ์ของเราก็เหมือนกัน..ล้วนมีแต่อันตรายรอบด้าน”
โม่อวิ๋นฉีส่ายหน้า “ข้าเข้าใจ แต่การจะทำให้ขุนศึกฉางหลานทุกคนสำเร็จขั้นผนึกยุทธ์พร้อมกันนั้นยากมาก”
ชายหนุ่มย้อนถาม “ถ้ามีเงินมากพอล่ะได้ไหม?”
เงินมากพอ!
ลู่จิ้วเก๋อหันไปมองคนพูด “เพราะแผ่นดินชิงเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้รายได้ของสถานศึกษาฉางหลานแทบจะไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย อย่าว่าแต่จะหาเงินมาจุนเจือกองกำลังขุนศึกเต๋าเลย”
เยี่ยฉวนล้วงวงแหวนสัมภาระออกมาและวางไว้บนโต๊ะต่อหน้าทุกคน “สุดยอดศิลาจิตวิญญาณห้าร้อยล้านชิ้นล่ะ พอไหม?”
ห้าร้อยล้านชิ้น!
คนอื่นมองหน้ากันสลับไปมา เยี่ยฉวนไปปล้นชุมนุมสำนักของมหาเศรษฐีมาหรือไง?”
หลังจากเงียบงันไปชั่วขณะ ลู่จิ้วเก๋อจึงค่อยหยิบวงแหวนสัมภาระของตนออกมาวางบนโต๊ะพร้อมกับพูดว่า “ในนี้มีศาสตราวุธจิตวิญญาณแท้จริง 31 ชิ้น ซึ่งเจ้ามอบหมายให้จ้าวหอชั้นห้าไปซื้อหามา ตอนนี้เป็นช่วงที่กองกำลังขุนศึกเต๋าฉางหลานออกทำลายล้างโจรชั่ว และกวาดทรัพย์สิ่งของได้ศาสตราวุธจิตวิญญาณแท้จริงจำนวน 41 ชิ้น เมื่อรวมกับสุดยอดศิลาจิตวิญญาณ 500 ชิ้น ยังจะได้ศาสตราวุธจิตวิญญาณไม่ครบ 100 ชิ้นด้วยซ้ำ แต่เจ้าต้องรู้ไว้ว่าเราได้แค่จำนวนชิ้นอาวุธไม่ใช่ชุดอาวุธ”
สายตาของคนพูดเหลือบมองเยี่ยฉวน “การสั่งสอนอบรมให้เป็นสุดยอดกองกำลังขุนศึกเต๋าจึงไม่ใช่เรื่องยาก ข้าพูดอย่างนี้คงชัดเจน ใช่ไหม?”
“ไม่เห็นยาก!”
ทันใดนั้นเจี้ยนชูชูซึ่งฟังเงียบๆ อยู่อีกด้านเอ่ยเสียงดังทะลุกลางปล้อง
เรียกสายตาทุกคู่ให้หันไปที่นาง เจี้ยนชูชูบิดยิ้มมุมปาก “เราต้องใช้ยุทธวิธีตาต่อตา ฟันต่อฟัน พวกดินแดนศักดิ์สิทธิ์พากันบุกรุกเข้ามาเองไม่ใช่หรือ? พวกมันอยากปล้นเรา ทำไมเราไม่ปล้นมันกลับไปบ้างล่ะ?”
“ใช่แล้ว!”
โม่อวิ๋นฉีตอบเร็วพร้อมฉีกยิ้มกว้างขวาง “พวกเราควรตอบโต้ด้วยการปล้นมันกลับคืน! พวกเราไม่ควรปล่อยให้หัวขโมยพี่เยี่ยต้องดูแลฉางหลานคนเดียวตลอดเวลา! เวลานี้ขุนศึกของเราแข็งแกร่งขึ้นมากพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว!”
เยี่ยฉวนเบนหน้าไปทางลู่จิ้วเก๋อ ต่อมาจึงทำท่าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนพยักหน้า “ดี!”
ชายหนุ่มผงกศรีษะน้อยๆ ความรู้สึกกดดันภายในลดทอนลงไปเป็นอันมาก
ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น เยี่ยฉวนจึงกลับไปห้องพักของตนเอง
ชายหนุ่มหยิบวงแหวนสัมภาระออกมา เหลือสุดยอดศิลาจิตวิญญาณอีกห้าร้อยล้านชิ้น!
ฟื้นฟูหอคอยแห่งเรือนจำ!
ถ้ามีหอคอยอยู่เขาจะรู้สึกสบายใจมากขึ้น ต้องไม่ลืมว่าเซียนกระบี่สตรีไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว ฉะนั้นสิ่งนี้จึงเสมือนไม้ตายที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่!
ยิ่งกว่านั้นในหอคอยเก็บวงแหวนสัมภาระไว้นับร้อยวงแหวน!
ถึงแม้จะไม่มีสุดยอดศิลาจิตวิญญาณด้วยเป็นเพราะถูกหอคอยดูดกลืนหมดแล้ว แต่ของล้ำค่าอื่นยังคงอยู่ ของล้ำค่าที่ถูกขโมยมาจากแผ่นดินฉางหลาน จะทิ้งไว้ให้เป็นเศษขยะงั้นหรือ? ยิ่งกว่านั้นในท่ามกลางขยะถูกทิ้งเหล่านี้ยังมีสิ่งล้ำค่าขั้นควบยุทธ์สะท้านภพปนอยู่ถึงสองชิ้น.
ถ้าฟื้นฟูหอคอยแห่งเรือนจำได้สำเร็จ เขาจะกลับมาร่ำรวยได้อีกครั้ง!
เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มรู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันควัน!
สูบกลืน!
ไม่นานต่อมาเยี่ยฉวนจึงเริ่มกระบวนการส่งสุดยอดศิลาจิตวิญญาณเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำ และหอคอยเริ่มสูบกลืนสุดยอดศิลาจิตวิญญาณที่อยู่ในวงแหวนสัมภาระไปเรื่อยๆ..
ราวครึ่งก้านธูปให้หลัง สุดยอดศิลาจิตวิญญาณร้อยล้านชิ้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทว่าหอคอยแห่งเรือนจำยังคงนิ่งเงียบไม่มีความเคลื่อนไหวอยู่เช่นเดิม!
หนึ่งชั่วยามผ่านไป สุดยอดศิลาจิตวิญญาณร้อยล้านชิ้นวูบหาย ส่วนหอคอยแห่งเรือนจำยังคงเงียบกริบ!
ในเวลาไม่นานเลย เหลือสุดยอดศิลาจิตวิญญาณในวงแหวนสัมภาระเพียงร้อยล้านชิ้นสุดท้าย.
ถึงตอนนี้เยี่ยฉวนรู้สึกสับสนอย่างบอกไม่ถูก!
ครู่ต่อมาสุดยอดศิลาจิตวิญญาณในวงแหวนสัมภาระได้ถูกสูบกลืนจนหมดไม่เหลือ อย่างไรก็ตามหอคอยแห่งเรือนจำก็ยังไม่เคลื่อนไหวดุจเดิม!
