บทที่ 508 ถามข้าสักคำไหม? (ปลาย)
ภายในคฤหาสน์สำนักเหมันตอุดร ชายชราผู้มาเยือนนั่งสงบปากสงบคำ ถัดไปไม่ไกลกันนักสตรีหน้าตาหมดจดสวมชุดสีขาวสะอาดกำลังนั่งอยู่บนม้านั่ง……
สตรีหน้าตาหมดจดผู้นี้มีนามว่าเซินเว่ยหยาง นางคือเจ้าสำนักเหมันตอุดร!……
ชายชราผุดลุกขึ้นจากที่นั่งและหันไปค้อมกายคารวะ “เจ้าสำนัก ข้ามาในฐานะตัวแทนของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน ข้าขอพูดตรงๆ โดยไม่อ้อมค้อม ทางสำนักผู้ตรวจการเขตแดนปรารถนาที่จะผูกสัมพันธ์เป็นเครือญาติกับสำนักเหมันตอุดรของท่านขอรับ!”
ผูกสัมพันธ์!
เซินเว่ยหยางย่นหัวคิ้วเล็กน้อย “ผูกสัมพันธ์งั้นหรือ?”
ชายชรายิ้มในหน้าขณะกล่าวว่า “อันที่จริงข้าเคยได้ยินความเป็นอัจฉริยะของธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักท่านมานานแล้ว นางเป็นผู้สำเร็จขั้นพลังผนึกยุทธ์ระดับแท้จริงด้วยวัยอันน้อยนิด ฉะนั้นจึงเป็นธรรมดาที่นางสมควรจะได้แต่งงานกับคนหนุ่มผู้มีอนาคตไกล พูดจากใจจริงท่านผู้ทรงเกียรติลู่แห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมีหลานชายอยู่คนหนึ่งเขามีชื่อว่าลู่ซวนหมิง ซึ่งซวนหมิงรู้สึกชื่นชมธิดาศักดิ์สิทธิ์เยี่ยหลิงมานานเต็มที เจ้าสำนักเซิน……ข้าหวังว่าท่านจะช่วยให้เขาได้สมปรารถนาในครั้งนี้ด้วยขอรับ!”
ลู่ซวนหมิง!
เซินเว่ยหยางสีหน้าเคร่ง ใครๆ ก็รู้กันทั่วว่าลู่ซวนหมิงแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ!
ทว่าเซินเว่ยหยางหาได้แสดงความโกรธเคืองไม่ นางยกถ้วยน้ำชาตรงหน้าขึ้นจิบก่อนจะพูดยิ้มๆ กับอีกฝ่าย “ข้าต้องขอบใจในความปรารถนาดีของคุณชายลู่ แต่อาหลิงอายุไม่เต็ม 15 ขวบ ยังเด็กนักจึงไม่เหมาะที่จะมีเหย้ามีเรือน ข้าต้องขออภัยด้วย”
เมื่อได้ยินคำตอบของสตรีตรงกันข้าม ใบหน้าเคลือบรอยยิ้มของเขาเผือดลงจนเกือบจะจางหายไปในทันที!
เซินเว่ยหยางไม่พูดอะไรอีกเช่นกัน เยี่ยหลิงเป็นความหวังในอนาคตของสำนักเหมันตอุดร ดังนั้นจึงยากที่จะยอมยกนางให้ใครไปง่ายๆ!
ต่อให้นางตกปากรับคำไป ผู้อาวุโสทั้งหลายในสำนักจะไม่ยอมเด็ดขาด!
ด้วยเยี่ยหลิงเป็นว่าที่เจ้าสำนักคนต่อไปของสำนักเหมันตอุดร
ชายชราเหลือบมองเซินเว่ยหยางนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงแห้ง “เอาละ ท่านหมายความว่าสำนักเหมันตอุดรกำลังดูถูกสำนักผู้ตรวจการเขตแดนของเราสินะ?
ท่าทีที่แสดงเห็นได้ชัดว่าคนพูดกำลังจะใช้ไม้แข็งบีบบังคับ
เซินเว่ยหยางยิ้มเยื้อนใจเย็น “หามิได้ ในโลกชิงฉางทุกวันนี้ใครเล่าจะกล้าดูถูกสำนักผู้ตรวจการเขตแดน? การที่ข้าพูดออกไปนั้นก็เพราะอาหลิงเพิ่งอายุครบ 14 ขวบ อายุเท่านี้ยังไม่เหมาะที่จะแต่งงาน เอาไว้นางอายุ 18 ขวบขึ้นไปพวกเราค่อยมาคุยเรื่องการแต่งงานอีกครั้ง ท่านว่าดีไหม?”
บอกปัด!
ชายชรารู้ดีว่าเซินเว่ยหยางกำลังใช้อุบายด้วยการบอกปัด จึงแสยะมุมปากเยาะหยันและพูดว่า “อายุสิบสี่ไม่ถือว่าน้อย! เจ้าสำนักเซิน การผูกสัมพันธ์กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่ใช่เรื่องเสียหายสำหรับท่านเลย โดยเฉพาะในเวลาที่โลกชิงฉางเหลือพลังชี่จิตวิญญาณอยู่เพียงน้อนนิด อีกทั้งพลังชี่ส่วนใหญ่ค่อยๆ เสื่อมโทรมลง……”
คนหยุดพูดขณะบิดมุมปากยกยิ้ม “เท่าที่ข้ารู้ พลังชี่จิตวิญญาณที่สำนักเหมันตอุดรเองก็เสื่อมโทรมลงไปด้วยนี่นา บริเวณที่เคยเป็นน้ำแข็งเริ่มหลอมละลายไปหลายแห่ง เจ้าสำนักเซินดูหมือนสถานการณ์ของสำนักเหมันตอุดรเองก็ไม่สู้จะดีนัก ถ้าถึงตอนนั้นสำนักเหมันตอุดรต้องมีอันเป็นไปคงไม่น่าพิสมัยนัก!”
วาจาของอีกฝ่ายทำให้เซินเว่ยหยางสีหน้าเคร่งแววตาเยือกเย็นฉับพลัน!
ข่มขู่!
ตาเฒ่าคนเบื้องหน้า กำลังใช้วาจาข่มขู่คุกคามต่อนางอย่างเห็นได้ชัด!
ทว่าชายชราหาได้แยแสต่อท่าทีเย็นเยียบของฝ่ายสตรีไม่ เขาขยับลุกขึ้นยืนและกว่าออกไปว่า “เจ้าสำนักเซิน สำนักผู้ตรวจการเขตแดนของเราและสำนักเหมันตอุดรไม่เคยมีเรื่องอาฆาตพยาบาทต่อกัน พวกเราเพียงต้องการผูกสัมพันธ์กับพวกท่าน ท่านผู้ตรวจการเขตแดนรับปากแล้วว่าเมื่อใดที่สำนักเหมันตอุดรยอมตกลงที่จะผูกสัมพันธ์ด้วย เมื่อนั้นเรื่องของสำนักเหมันตอุดรจะถือเป็นเรื่องของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน นอกจากนั้น คุณหนูเยี่ยหลิงจะยังมีสถานะผู้สืบทอดสำนักเหมันตอุดรดังเดิม และสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเราจะไม่เข้าไปก้าวก่ายกับเรื่องภายในของพวกท่านอย่างแน่นอน!”
เมื่อพูดดังนั้นเขาแสดงคารวะด้วยการกระแทกกำปั้นกับฝ่ามือ ก่อนจะบอกคนอีกฝ่าย “อีกสามวัน สำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะกลับมาและรับตัวว่าที่เจ้าสาว เจ้าสำนักเซินขอให้เตรียมพร้อมไว้ก็แล้วกัน!”
จากนั้นจึงหันกลับและออกไปทันที
ภายในคฤหาสน์ ลมหายใจหนักหน่วงของเซินเว่ยหยางพุ่งออกจากกายทันทีแสดงความความขัดเคืองใจ และทันใดนั้นโต๊ะวางไหสุราซึ่งแกะสลักจากน้ำแข็งแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีในฉับพลัน
สีหน้าของเซินเว่ยหยางเย็นเยียบ ดวงตาฉายแววมุ่งร้ายผูกพยาบท “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนเที่ยวข่มเหงผู้คนมากเกินไปแล้ว!”
ขณะนั้นสตรีสูงอายุเดินออกทางด้านหนึ่ง
นางคือแม่เฒ่าเหลิ่ง ผู้ซึ่งเคยติดตามเยี่ยหลิงนั่นเอง
เสียงพูดแหบแห้งของแม่เฒ่าเอ่ยขึ้นว่า “ข้าเกรงว่าการมาของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนครั้งนี้จะเกี่ยวกับเยี่ยฉวนนะเจ้าคะ”
เยี่ยฉวน!
อีกฝ่ายหันมามองแม่เฒ่าเหลิ่ง “ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
คนอาวุโสส่ายหน้าช้าๆ “นับตั้งแต่ออกจากแคว้นเจียงก็ไม่มีข่าวคราวของเขาอีกเลย ไม่มีใครรู้ว่าเวลานี้ไปอยู่เสียที่ไหน!”
หลังจากต่างคนต่างนิ่งเงียบ เซินเว่ยหยางจึงเอ่ยขึ้นว่า “การที่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่เป็นฝ่ายสังหารเขาเองนั้น แสดงว่าพวกมันเกรงกลัวอะไรบางอย่าง เขาว่ากันว่าชายคนนั้นมีเซียนกระบี่คอยให้ความช่วยเหลือ……ตอนนี้ข้าว่าเราควรกระจายข่าวออกไปให้ทั่วแผ่นดินชิง ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องโผล่มาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้แน่”
แม่เฒ่าเหลิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ “ต่อให้เขามาจริง ใช่ว่าจะทำให้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนเปลี่ยนใจไปง่ายๆ นะเจ้าคะ……”
อีกฝ่ายตอบเสียงเย็น “เป้าหมายของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่ใช่เยี่ยหลิงทว่าเป็นเยี่ยฉวน เขาโผล่มาเมื่อไรจะดึงดูดความสนใจของฝ่ายโน้นไปทันที ขอเพียงให้เขาตายจะทำให้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่มายุ่งเกี่ยวกับอาหลิงอีก……”
สีหน้าของฝ่ายอาวุโสกว่าบ่งบอกความว้าวุ่นใจ “เยี่ยหลิงผูกพันกับเยี่ยฉวนมาก ถ้านางรู้ว่าพวกเรามีส่วนกับการตายของเยี่ยฉวน ต่อไปนางคงจะเกลียดท่านกับข้า รวมถึงสำนักเหมันตอุดรของเราด้วยนะเจ้าคะ!”
เซินเว่ยหยางสั่นศีรษะ “อีกหน่อยนางจะเข้าใจพวกเราเอง ไปจัดการตามที่สั่ง!”
แม่เฒ่าเหลิ่งถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะถอยกลับออกไปอย่างเงียบเชียบ
ต่อมาไม่นานข่าวการสมรสระหว่างสำนักผู้ตรวจการเขตแดนและอาหลิงได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งแผ่นดินชิง
ที่หุบเขาหนานเหลียน แผ่นดินชิง
เยี่ยฉวนซึ่งขมักเขม้นกับการฝึกฝนพลันชะงักนิ่งหยุดอยู่กับที่ เขาฉวยเอาศิลานำสารขึ้นมาถือ ครู่ต่อมาสีหน้าคนพลันแปรเปลี่ยนถมึงทึงและตวัดฟาดออกไปอย่างแรง
เปรี้ยง!
บริเวณห่างออกไปจากคนยืนราวสามหลา ต้นไม้เบื้องหน้าแหลกละเอียดเป็นฝุ่นผงปลิวไปในทันที!
เยี่ยฉวนเก็บกระบี่ยาวที่ถืออยู่เข้าที่ ยามนี้หน้าตาบูดบึ้งน่ากลัวอย่างที่สุด “แต่งกับน้องข้างั้นหรือ? เคยถามข้าสักคำไหม? ไอ้พวกเฮงซวย……!!”
ว่าแล้วเขาหมุนตัวกลับ พร้อมฉวยกระบี่และถลันออกไปจากที่นั่นทันที
