Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 564


บทที่ 564 เขาลงมือก่อน! (ปลาย)

ชายหนุ่มตรงข้ามผงกศีรษะ “ตกลง!”

ให้คำตอบแล้ว เยี่ยฉวนหันหลังและกลับออกไปทันที

ปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ทำให้สตรีถึงกับพูดไม่ออกได้แต่นิ่งอึ้ง

ไม่ใส่ใจเลยงั้นหรือ?

เขาไม่ต้องใส่ใจอยู่แล้ว มิใช่ว่าไม่ใส่ใจต่อสำนักชางเจี้ยน ทว่าชายหนุ่มตระหนักดีว่าตนมิใช่คนที่จะตัดสินใจว่าจะรวมพลังผลักใหญ่ยิ่งทั้งสองเข้าด้วยกันหรือไม่ ที่เขามานี่เป็นเพราะซางเยว่บอกว่า บางทีนี่จะเป็นการเปิดตัวศิษย์รุ่นใหม่ของสำนักชางเจี้ยนให้สำนักเวทย์บรรพกาลได้เห็น!

ก็เท่านั้นเอง!

ส่วนผลลัพธ์จากการร่วมมือ เป็นหน้าที่ของเจ้าสำนักชางเจี้ยนที่จะพิจารณา!

เยี่ยฉวนเดินอาดๆ ท่วงท่ามั่นคงเด็ดเดี่ยว เมื่อออกมายืนอยู่ด้านหน้าบ้านต้นไม้และเตรียมที่จะเหินกระบี่นั้นเอง พลันมีเสียงถามดังมาจากผู้อาวุโสแห่งสำนักเวทย์บรรพกาลขึ้นทันทีว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าสถานการณ์ของสำนักชางเจี้ยนในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

คนถูกถามชะงัก จากนั้นจึงหันมาตอบว่า “ข้าก็ไม่รู้มากนัก!”

ผู้อาวุโสแห่งสำนักเวทย์บรรพกาลกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเจือเย้ยหยัน “ทุกคนกำลังจับตาดูว่าระหว่างสำนักชางเจี้ยนกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน ใครจะเป็นฝ่ายมีชัย ทว่าที่เจ้าไม่รู้ก็คือเวลานี้กองกำลังใหญ่น้อยต่างถือข้างสำนักผู้ตรวจการเขตแดนทั้งนั้น”

คนฟังส่ายศีรษะ “ข้าเป็นแค่ศิษย์ เรื่องใหญ่ๆ ต้องให้เจ้าสำนักชางเจี้ยนเป็นคนตัดสินใจ! มาบอกกับข้าก็ไม่มีประโยชน์!”

เสียงเย้ยหยันของสตรีโต้กลับ “เพราะความอวดดีอวดเก่งว่าตัวเองเหนือกว่าของเจ้าแบบนี้ การที่ข้าตัดสินใจไม่ร่วมมือด้วย รู้ไหมว่าสำนักชางเจี้ยนของเจ้าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง?”

เยี่ยฉวนถอนใจเฮือก “ผู้อาวุโส ขอโทษนะที่ข้าจะขอพูดอย่างตรงไปตรงมา การเจรจาจะลงเอยด้วยการร่วมมือหรือไม่ ท่านได้ตัดสินใจไปแล้วถูกไหม?”

คนตรงข้ามมิได้ปริปากพูด ได้แต่มองอีกฝ่ายเฉยอยู่อย่างนั้น

คนพูดจึงพูดต่อว่า “อันที่จริงสำนักผู้ตรวจการเขตแดนแข็งแกร่งกว่าสำนักชางเจี้ยน ทว่าจะมีสักกี่คนบนโลกชิงฉางที่เชื่อถือสำนักผู้ตรวจการเขตแดนอย่างจริงใจ? พวกนั้นยอมทำทุกอย่างเพียงให้ตัวเองบรรลุเป้าหมาย สำนักบ้านั่นยอมสังเวยแผ่นดินฉางหลานและแผ่นดินชิงเสียด้วยซ้ำ ท่านรู้ไหมว่าสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินทั้งสองรวมกันมีกี่มากน้อย? ถึงจะมากมายแค่ไหนในสายตาของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน ชีวิตเหล่านั้นก็หาได้มีค่าสำหรับพวกมันไม่! การร่วมมือกับพวกนั้นไม่มีทางลงเอยด้วยดีแน่!”

อีกฝ่ายย้อนด้วยน้ำเสียงไม่แตกต่างกัน “ถึงตอนนั้นสำนักเวทย์บรรพกาลเราก็นั่งคอยอยู่บนหุบเขา ดูเสือสองตัวฟัดกันเท่านั้น!”

เยี่ยฉวนเหยียดมุมปากก่อนกล่าวว่า “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนคงยินดีที่ได้พบว่าพวกท่านอยู่ข้างสำนักนั่น เพราะว่าเมื่อใดที่พวกนั้นจัดการล้างบางพวกกลุ่มที่หัวแข็งทั้งหลายหมดแล้ว ทีนี้พวกมันนึกอยากจะทำอะไรกับพวกท่านก็ได้ ถึงตอนนั้นถ้าสำนักเวทย์บรรพกาลอยากจะหาแนวร่วม พวกเจ้าจะเข้าตาจนด้วยไม่เหลือใครให้มาเป็นแนวร่วมอีกแล้ว!”

ขณะนั้นคนพูดหันไปเผชิญหน้ากับสตรีโดยตรง “ตอนนี้พื้นที่ในแถบดินแดนศักดิ์สิทธิ์บางแห่ง พลังชี่จิตวิญญาณในสถานที่ไกลหูไกลตาที่ห่างไกลผู้คนเริ่มอับเฉาลงแล้ว เท่านี้ก็รู้แล้วว่าเป็นฝีมือของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนแน่ ถ้าสำนักนั่นอยากจะทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาจริงๆ ข้าเองก็อยากรู้ว่าสำนักเวทย์บรรพกาลของเจ้าจะทำอย่างไร?”

ทันใดนั้นมีเสียงของใครคนหนึ่งพูดมาจากอีกด้าน “เรื่องนี้พวกเราคงไม่ต้องรบกวนเจ้า!”

ผู้ที่ก้าวออกมาเป็นสตรีสาวสวย เป็นคนของสำนักเวทย์บรรพกาลนั่นเอง

สตรีสาวสวยมองหน้าเยี่ยฉวนขณะพูดกับเขาว่า “สำนักเวทย์บรรพกาลมีแต่จะทำตัวกลมกลืนไปกับทุกคน ฉะนั้นเราจะไม่ทำสิ่งที่จะเป็นภัยคุกคามต่อสำนักผู้ตรวจการเขตแดน และพวกเขาก็จะไม่ทำร้ายเรา!”

เยี่ยฉวนยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพูดว่า “ถ้าเจ้าคิดว่าการทำตัวให้กลมกลืนไปกับโลกเป็นเรื่องดี ถ้างั้นข้าคงช่วยอะไรพวกเจ้าไม่ได้ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกตอนนี้ ถ้าพวกเจ้าไม่แข็งแกร่งด้วยต้วเอง หรือมีแนวร่วมที่เข้มแข็ง การทำตัวกลมกลืนก็มีแต่จะรอความตายเท่านั้น ขอโทษนะถ้าข้าจะพูดแรงเกินไป สำนักเวทย์บรรพกาลก็ใช่ว่าจะแข็งแกร่ง จนใครๆ ไม่กล้าแตะต้องเสียด้วย!”

สตรีสาวสวยสวนตอบทันควันด้วยวาจาเย้ยหยัน “การเป็นแนวร่วมกับสำนักชางเจี้ยนของเจ้าดีกว่าอย่างนั้นสิ? ถ้าสำนักชางเจี้ยนพินาศ อย่างนั้นสำนักเวทย์บรรพกาลก็มีหวังถูกฝังไปพร้อมกันกับพวกสำนักชางเจี้ยนด้วย”

ชายหนุ่มพยักหน้า “เจ้าพูดถูก ถ้าสำนักชางเจี้ยนพ่ายแพ้ ข้อตกลงแนวร่วมเป็นอันสิ้นสุด! ทว่าจะทำงานใหญ่ก็ต้องยอมเสี่ยง! ถ้าสมมติว่าเราชนะล่ะ?”

อีกฝ่ายทำท่าขยับจะโต้ตอบ ทว่าเยี่ยฉวนรีบสั่นศีรษะ “เรื่องนี้พวกท่านไปคุยกับเจ้าสำนักชางเจี้ยนของเราเองก็แล้วกัน! ข้าเป็นศิษย์ธรรมดาคนหนึ่งรับทำหน้าที่มาถ่ายทอดเจตนารมณ์ของเราให้กับพวกท่านเท่านั้น ตอนนี้ภารกิจของข้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว! เห็นทีจะต้องกลับเสียที! ลาก่อน!”

พูดจบ คนพูดก้าวออกจากบ้านต้นไม้ทันที จากนั้นจึงจัดการเหินกระบี่และหายวับไปที่เส้นขอบฟ้า

ภายในบ้านต้นไม้สตรีสาวสวยคนก่อนหน้าทำท่าราวกับจะเอ่ยอะไรสักอย่าง พลันสตรีทั้งสองหันขวับมองออกไปข้างนอกบ้านเกือบพร้อมกัน ที่ไม่ไกลนักแสงกระบี่เจิดจ้าแผ่วาบ และปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเยี่ยฉวน คนที่เพิ่งผละไปเมื่อครู่นั่นเอง

ย้อนกลับมา?

สองสาวนิ่วหน้าพลางมองด้วยความสงสัย

ขณะนั้นเยี่ยฉวนลดตัวลงที่หน้าบ้านต้นไม้ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปข้างในเมื่อเห็นสตรีทั้งสองคน ชายหนุ่มค้อมตัวเป็นเชิงทักทายคนทั้งคู่พร้อมๆ กัน “เมื่อครู่ข้าหยาบคายกับพวกท่าน โปรดอย่าถือโทษ เอาล่ะ พวกเรามาจับเข่าคุยกันดีกว่า ว่ามา!”

สตรีทั้งสองถึงคราวพูดคำใดไม่ออก

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version