Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 571


บทที่ 571 ข้ามาเพื่อจัดการกับเจ้า! (ต้น)

พูดตรงๆ ตอนนั้นเยี่ยฉวนเองรู้สึกแปลกใจไม่น้อยทีเดียว

ด้วยไม่คิดฝันมาก่อนว่าสตรีสวมชุดสีแดงชาดที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ที่แท้จะกลายเป็นผู้ก่อตั้งสำนักเวทย์บรรพกาลไปได้!

อีกฝ่ายหันหน้าไปมองเว่ยหยางเทียนซึ่งนั่งถัดออกไปไม่ไกลนัก พลางเอ่ยกับคนที่ยืนข้างๆ ด้วยเสียงอ่อนเบา “นางสามารถฝึกฝนได้รวดเร็ว ความสามารถเช่นนี้ใช่ว่าจะหาได้ในคนทั่วไป ถึงกระนั้นข้าเองยังไม่สามารถมองนางได้ทะลุปรุโปร่งอยู่ดี”

เมื่อพูดถึงตอนนี้จึงละสายตาจากคนตรงหน้ามาเหลือบมองเยี่ยฉวน “เหมือนกับที่ข้ามองเจ้าไม่ออกเช่นกัน!”

ชายหนุ่มเหยียดมุมปากยิ้ม “ไม่มีอะไรที่ท่านมองข้าไม่ออกหรอกขอรับ!”

สตรีสวมชุดสีแดงชาดจับตามองคนพูดอย่างพิจารณา แต่มิได้พูดอะไรอีก

เยี่ยฉวนจึงเป็นฝ่ายถามขึ้นว่า “ผู้อาวุโส ข้ามีข้อสงสัยอย่างหนึ่ง เหตุใดท่านจึงขังตัวเองไว้ในโลงศพอย่างนั้นเล่าขอรับ?”

นางตอบด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา “ข้าถูกคนอื่นจองจำไว้ต่างหาก!”

คนฟังขมวดคิ้ว สีหน้างุนงง “ท่านกล้าแกร่งเช่นนี้ยัง……”

สตรีสวมชุดสีแดงชาดหันมามองอีกฝ่ายเต็มตา “บางครั้งคนที่ทำร้ายเจ้าไม่ใช่คนที่เป็นศัตรู แต่กลับเป็นคนที่ใกล้ชิดเจ้ามากที่สุด!”

เยี่ยฉวนจึงนิ่งงันไป

นางคงถูกคนใกล้ชิดที่สุดกระทำการทรยศมาก่อนอย่างแน่นอน

สตรียื่นมือข้างหนึ่งออกมาข้างหน้าจังหวะนั้นจึงกระดกนิ้วชี้ ฉับพลันเบื้องหน้าเยี่ยฉวนปรากฏแหวนเคลือบน้ำมันชักเงาสีดำวงหนึ่ง “ของสิ่งนี้คือแหวนสัญลักษณ์ของตำแหน่งผู้อาวุโสแห่งสำนักเวทย์บรรพกาล เจ้าพานางกลับไปที่สำนักเวทย์บรรพกาล พวกเขาจะรู้เองว่าต้องทำอย่างไร!”

เยี่ยฉวนสีหน้าลังเลก่อนเอ่ยท้วงเสียงเบา “ผู้อาวุโส ด้วยหัวคิดอันน้อยนิดของข้า เห็นว่าแหวงวงเดียวจะทำให้สำนักเวทย์บรรพกาลยอมรับนางในฐานะผู้อาวุโสนั้น……เป็นไปได้ยากสักหน่อยนะขอรับ!”

สตรีคนตรงข้ามพูดทำนองตัดบทว่า “เจ้าก็แค่พานางไปส่งและลองไปทำตามที่ข้าบอก!”

อีกฝ่ายนิ่งคิด จากนั้นจึงมีเสียงตอบว่า “ได้ ข้าจะลองดู!”

ขณะนั้นเยี่ยฉวนพูดไปหัวเราะไป “เอ่อผู้อาวุโส ท่านไม่มีของที่ไม่ใช้แล้วบ้างเหรอ อย่างพวกศาสตราวุธจิตวิญญาณขั้นสวรรค์อะไรแบบนี้ ถ้ามีจะให้ข้ารับไว้ก็ได้นะ”

แววตาของคนสวมชุดสีแดงชาดเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที “เจ้าเป็นผู้ฝึกกระบี่ประสาอะไร……”

คนตรงข้ามจึงรีบหุบปาก

ฝ่ายแรกจึงพูดอีกว่า “อย่ามาหวังลาภลอยจากข้า! อย่างข้ามีหรือจะเก็บขยะพวกนั้นเอาไว้! ที่ข้ามีล้วนแต่เป็นของล้ำค่ามาก เรื่องอะไรจะนำมาให้เจ้า!”

เยี่ยฉวนบิดยกมุมปาก หน้ามุ่ย ช่างเถอะถ้านางจะไม่ให้เขา ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนี่นา!

สองวันต่อมา ขณะเยี่ยฉวนกำลังเตรียมตัวพาเว่ยหยางเทียนกลับไป

ภายในโถงถ้ำ เด็กหญิงค้อมตัวแสดงคารวะสตรีสวมชุดสีแดงชาด “ท่านอาจารย์! ไม่กลับไปพร้อมพวกเราหรือเจ้าคะ?”

คนถูกถามทำท่าขยับเหมือนจะตอบ ทว่าสีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ด้วยความคิดที่ว่าชีวิตของนางได้ผ่านล่วงเลยไปกว่าร้อยปีผุดวาบขึ้นในใจ

ชีวิตผ่านไปนับร้อยปี……

ดูเหมือนนางจะรู้สึกตัวในทันที จึงมองเด็กน้อยเว่ยหยางเทียนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เด็กหญิงแสดงคารวะด้วยความเคารพต่อตนเอง!

ชีวิตของนางที่หายไปกว่าร้อยปี!

แววตาที่สตรีสวมชุดสีแดงชาดมองเว่ยหยางเทียนปรากฏร่องรอยล้ำลึก จากนั้นจึงพูดกับเด็กน้อยว่า “ข้ามีเรื่องต้องทำ จึงไปกับเจ้าด้วยไม่ได้”

เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้น สีหน้าของเว่ยหยางเทียนพลันสลดวูบ หลายวันที่ผ่านมานางรู้สึกประทับใจต่อสตรีสวมชุดสีแดงชาดเบื้องหน้าเป็นอันมาก

ขณะเดียวกันสตรีสวมชุดสีแดงชาดขยับยกฝ่ามือพร้อมกระดกนิ้วชี้ออกไป พลันลำแสงสีแดงกระจายวาบก่อนจะเลือนหายเข้าที่บริเวณกึ่งกลางแสกหน้าของเด็กหญิง เว่ยหยางเทียนตะลึงงันไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามสตรีสวมชุดสีแดงชาดตรงหน้าทันที “ท่านอาจารย์ นี่คืออะไรเจ้าคะ?”

คนอีกฝ่ายตอบว่า “ของล้ำค่าที่ข้ามอบให้เจ้า! เมื่อใดที่ขั้นพลังของเจ้าบรรลุถึงขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง นั่นล่ะถึงจะสามารถนำมันออกมาได้”

นางหยุดพูด ขณะสายตาเหลือบมองทำนองตักเตือนไปทางเยี่ยฉวน

ชายหนุ่มจึงพูดหน้าตาเฉย “ผู้อาวุโสวางใจได้ ข้าไม่ทำร้ายนางอยู่แล้ว!”

สตรีสวมชุดแดงชาดหันไปพูดกับเด็กหญิง “เจ้าต้องระวังตัวให้มากไม่ว่ากับใครก็ตาม เข้าใจที่ข้าพูดไหม?”

เว่ยหยางเทียนพยักหน้ารับคำ “ยกเว้นพี่ชาย!”

เยี่ยฉวนหัวเราะหึๆ เขาค่อนข้างรู้สึกอารมณ์เบิกบานเป็นพิเศษ

ทว่าคนสวมชุดแดงตวัดหางตามองด้วยสีหน้าเย็นชา “ข้าจะให้นางไปกับเจ้า! ดูแลนางให้ดีเพราะอีกหน่อยจะเป็นผลดีต่อตัวของเจ้าเอง!”

ชายหนุ่มคว้าข้อมือคนตัวเล็กมาจับไว้ และพูดกับอาจารย์ของนางว่า “ถ้าท่านหมดธุระแล้ว พวกเราจะไปเสียที!”

จากนั้นก็พาเว่ยหยางเทียนหันหลังเดินออกจากสถานที่

เมื่อคนทั้งสองมาถึงยังปากทาง ดูเหมือนเยี่ยฉวนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาจึงหยุดฝีเท้า ก่อนจะหันหลังกลับเผชิญหน้ากับสตรีสวมชุดสีแดงชาด “ผู้อาวุโส ข้ารบกวนท่านช่วยสักเรื่องนะขอรับ แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆเท่านั้น!”

สตรีตรงข้ามมองนิ่ง โดยไม่เอ่ยพูดอะไร

เยี่ยฉวนกล่าวทันที “ข้าเคยมีเรื่องไม่ค่อยลงรอยกับผู้ทรงเกียรติลู่แห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมานานแล้ว ท่านช่วยไปจัดการให้ทีได้ไหมขอรับ?”

สตรีสวมชุดสีแดงชาดยังคงปิดปากนิ่งสนิท

อีกฝ่ายจึงได้แต่ยักไหล่ด้วยมิรู้จะทำประการใด จากนั้นก็จูงมือเด็กหญิงเว่ยหยางเทียนจากไปอย่างเงียบเชียบ

ที่ข้างนอกโถงถ้ำเยี่ยฉวนเหินกระบี่ทะยานไปในอากาศ ข้างหลังมีเว่ยหยางเทียนเกาะแน่น เวลานี้เด็กน้อยไม่รู้สึกกลัวเหมือนเมื่อแรก ทว่ายังตื่นเต้นนิดหน่อยเท่านั้น

บัดนี้ภายในโถงถ้ำเงียบสงบ สตรีสวมชุดสีแดงชาดยังคงสีหน้าครุ่นคิดอยู่เพียงลำพังกระทั่งผ่านไปเป็นนาน เสียงรำพึงแผ่วกับตนเอง “นางเป็นอย่างไรกันแน่……”

ครู่ต่อมาสตรีเดินกลับเข้าไปในโถงถ้ำ ยามนี้ทั้งสีหน้าและแววตาเย็นชายิ่งกว่าเดิม “ต่อให้เจ้าหนีไปถึงดินแดนจักรวาลดวงดาว เรื่องก็ยังไม่จบลงแค่นี้!”

จากนั้นไม่นาน ร่างคนได้หายวับไป

สตรีสวมชุดสีแดงชาดมิได้ละจากโลกชิงฉางไปแต่อย่างใด ทว่านางกลับไปปรากฏตัวที่หุบเขาผู้ตรวจการเขตแดน

ทันทีที่ผู้มาเยือนเหยียบเข้าไปในเขตหุบเขาผู้ตรวจการเขตแดน ชายวัยกลางคนปรากฏตัวฉับพลันขวางทางอยู่เบื้องหน้า

คนที่มา ที่แท้คือผู้ทรงเกียรติลู่แห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดน!

แววตาที่จ้องเขม็งไปยังสตรีแปลกหน้าผู้สวมชุดสีแดงชาด มีร่องรอยเกรงขามแฝงอยู่ในที

สตรีผู้มาเยือนเหลือบมองผู้ทรงเกียรติลู่ จากนั้นจึงเป็นฝ่ายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “เจ้าสินะ ผู้ทรงเกียรติลู่?”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version