Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 570


บทที่ 570 ใต้เท้า! (ปลาย)

เยี่ยฉวนสั่นศีรษะดิก “ถ้างั้นข้าก็มอบเด็กให้ไม่ได้!”

นัยน์ตาทั้งคู่ของสตรีสวมชุดสีแดงชาดค่อยแปรเปลี่ยนเย็นเยียบ “หรือว่าอยากตาย?”

อีกฝ่ายไม่ตอบ ทว่าย้อนถามเสียงเคร่ง “ผู้อาวุโสท่านรู้ไหมว่าข้าเป็นใคร?”

หากอีกฝ่ายยังไม่ทันอ้าปาก เขารีบพูดต่อไปว่า “ข้าเป็นว่าที่เจ้าสำนักชางเจี้ยน เคยได้ยินชื่อสำนักชางเจี้ยนหรือไม่? ถ้าท่านไม่เคยได้ยิน แล้วเคยได้ยินชื่อเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางมาก่อนหรือไม่?”

คนตรงข้ามตอบโต้น้ำเสียงเย็นชา “อะไรนะ คิดจะข่มขู่ข้างั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนส่ายหน้าปฏิเสธรวดเร็ว “เปล่า… เปล่า ข้าแค่อยากเตือนท่านว่า ถ้ามีอันตรายเกิดขึ้นกับข้า สำนักชางเจี้ยนไม่มีทางปล่อยท่านไปง่ายๆ”

คนฟังมีสีหน้าเดาได้ยากอีกตามเคย “คิดว่าข้าจะกลัวสำนักชางเจี้ยนอะไรนั่นของเจ้าหรือไง?”

ชายหนุ่มรีบตัดบทด้วยสุ้มเสียงเป็นงานเป็นการ “ผู้อาวุโส พวกเราไม่จำเป็นต้องทำท่ากระอักกระอ่วนอะไรเลย! ท่านบอกมาตามตรงดีกว่า ว่าอยากได้ตัวเด็กคนนี้ไปเพื่ออะไร?”

สตรีสวมชุดสีแดงชาดมองดูเยี่ยฉวนเฉยอยู่เป็นครู่ จากนั้นจึงค่อยเอ่ยตอบ “ข้าอยากออกไปจากที่นี่ จึงหวังว่าสักวันหนึ่งจะมีใครมารับช่วงสืบทอดเวทย์มนตร์บรรพกาลแทนข้าเสียที!”

เยี่ยฉวนจิ้มนิ้วไปที่หน้าอกของตัวเองปึ้กๆ “ข้า… ข้ารับได้! ผู้อาวุโส ข้าเป็นยอดฝีมือ ท่านสามารถถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้ข้าได้เลย!”

เว่ยหยางเทียนเบิกตาโพลงมองเยี่ยฉวน จากนั้นเด็กหญิงยกสองมือขึ้นปิดปากพลางหัวเราะคิก

สตรีแววตาขุ่นเขียวปั้ด “พูดออกมาได้ หน้าไม่อายอะไรอย่างนี้!”

แต่เยี่ยฉวนก็ยังพูดย้ำมาอีกว่า “ผู้อาวุโส ข้าไม่ได้มาเล่นๆ นะข้าทำจริง! ถ้าท่านตกลงมอบให้ข้า รับรองด้วยความสามารถที่มีอยู่ จะไม่ทำให้ท่านต้องอับอายขายขี้หน้าอย่างแน่นอน ข้า……”

คนตรงข้ามรีบโบกมือทำนองห้ามปราม “คนที่จะสืบทอดต้องเป็นหญิงเท่านั้น”

เมื่อได้ฟังคนพูดเช่นนั้น ชายหนุ่มชะงักหยุดทันทีและต่อมานั้นเองก็เริ่มไหวตัว

รู้สึกไหวตัวขึ้นมาทันที!

จึงรีบฉวยเอาตัวของเด็กน้อยเว่ยหยางเทียนไปไว้ด้านหลังและใช้ตัวเองบังไว้

พลันบรรยากาศในบริเวณแปรเปลี่ยนเคร่งเครียด

สตรีสวมชุดสีแดงชาดชำเลืองหางตาไปที่เยี่ยฉวน ก่อนจะละสายตาหันไปทางเว่ยหยางเทียน “เจ้าล่ะอยากเป็นศิษย์ของข้าหรือเปล่า?”

เด็กน้อยตาโตด้วยความตกตะลึง จากนั้นจึงเงยหน้ามองเยี่ยฉวนทำนองจะขอความเห็น

ชายหนุ่มสีหน้าหม่นหมอง เด็กเว่ยหยางเทียนคงเป็นเป้าหมายของสตรีคนนั้นมาตั้งแต่แรก! เพราะถ้านางอยากจะหาตัวตายตัวแทนจริง อย่างนางจะออกไปเสาะหาจากข้างนอกเมื่อไรก็ได้!

เยี่ยฉวนถามเสียงแห้ง “เหตุใดจึงต้องเป็นเด็กคนนี้?”

คนตอบว่าเสียงเรียบ “แล้วมันธุระกงการอะไรของเจ้างั้นรึ?”

อีกฝั่งไม่ตอบ ทว่าคว้าข้อมือเว่ยหยางเทียนแล้วพากันหันกลับทำท่าจะออกไป

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

พลันมีเสียงตวาดเย็นชาของคนสวมชุดสีแดงชาดดังไล่หลัง “อยากตายสินะ”

เยี่ยฉวนหันมาเผชิญหน้า มุมปากบิดยกเหยียดยิ้มเยาะ “คิดหรือว่าข้าจะกลัว?”

หลังจากนั้นเขาขยับเท้าออกไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง ทันใดนั้นกระบี่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นที่บนฝ่ามือในขณะที่ร่างกายแผ่กระจายพลังกดดันออกสู่ภายนอก

แรงกดดันแห่งราชันย์กระบี่!

สตรีสวมชุดสีแดงชาดแสยะมุมปากเย้ยหยัน “เป็นแค่ราชันย์กระบี่ ยังกล้าโอหังต่อหน้าข้า!”

ว่าแล้วจึงตั้งท่าเตรียมจะออกปะทะ ฉับพลันนั้นเด็กน้อยเว่ยหยางเทียนถลันออกมาขวางไว้เบื้องหน้าเยี่ยฉวน และพูดกับอีกฝ่ายทันทีว่า “ข้าจะเป็นศิษย์ท่าน!”

สตรีคนตรงข้ามหยุดกึก ถามย้ำอีกที “จริงหรือ?”

เว่ยหยางเทียนพยักหน้าเบาๆ “แต่ท่านห้ามทำร้ายพี่ชายของข้า!”

สตรีสวมชุดสีแดงชาดชำเลืองหาตามองชายหนุ่ม “ชายคนนี้ทั้งกะล่อนปลิ้นปล้อน ทั้งหน้าหนาหน้าทนยิ่งกว่ากำแพงเมืองจีน ถ้าเจ้าติดตามเขาตัวเองมีแต่จะยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ!”

เด็กหญิงสั่นศีรษะ “พี่ชายเป็นคนดี!”

อีกฝ่ายละสายตามองกลับไปที่เยี่ยฉวน “ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนดี!”

เยี่ยฉวนนั้นพูดคำใดไม่ออก

ด้วยเหตุนี้เด็กหญิงเว่ยหยางเทียนจึงเริ่มต้นรับถ่ายทอดวิชาจากสตรีสวมชุดสีแดงชาด ทั้งนี้เยี่ยฉวนก็ไม่ได้จากไปทันที เพราะรู้สึกเป็นห่วงเด็กหญิงตัวน้อยอยู่บ้างนั่นเอง

สตรีประหลาดนั่นคิดว่าเขาไม่ใช่คนดี เขาเองก็ไม่เชื่อว่านางจะเป็นคนดีเช่นกัน!

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เชื่อถือได้คือพลังของสตรีสวมชุดสีแดงชาด……

เวลาผ่านไปเพียงวันสองวัน เยี่ยฉวนสังเกตได้ว่าสตรีคนนั้นเต็มใจที่จะถ่ายทอดวิชาให้เด็กน้อยเว่ยหยางเทียนอย่างแท้จริง และที่น่าอัศจรรย์คือความน่าสะพรึงกลัวในการเรียนรู้ของเด็กหญิง

น่าสะพรึงกลัวไม่น้อย!

ด้วยนางสามารถเรียนรู้ทุกอย่างได้ภายในระยะเวลาอันสั้น!

แม้แต่สตรีสวมชุดสีแดงชาดเองยังตกตะลึง!

อย่างไรก็ตามในความน่าสะพรึงก็ยังแฝงไว้ด้วยความสุขเล็กๆ น้อยๆ

เหตุการณ์ดำเนินไปราวเกือบหนึ่งสัปดาห์ วันหนึ่งสตรีสวมชุดสีแดงก็ได้เรียกเยี่ยฉวนเข้าไปหา เมื่อเด็กหญิงเห็นชายหนุ่มนางจึงรีบเข้ามาคว้ามือของอีกฝ่ายกระตุก พลางบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “พี่ชาย ดูนี่……”

จากนั้นคนพูดผลักฝ่ามือข้างขวาออกไปทางทิศที่เป็นแอ่งน้ำ ทันใดนั้นน้ำในแอ่งเริ่มแปรเปลี่ยนกลายกระแสน้ำวน

ไม่จบเพียงเท่านั้น นางลากมือขวาเข้าหาตัวเบาๆ น้ำในแอ่งลอยตัวขึ้นอย่างช้าๆ จากนั้นค่อยเปลี่ยนรูปกลายเป็นร่างมนุษย์

ซึ่งมองเห็นได้ชัดว่าเป็นรูปร่างของเยี่ยฉวนนั่นเอง!

ชายหนุ่มตะลึงงัน จากนั้นจึงส่ายหน้าน้อยๆ พลางส่งยิ้มให้กำลังใจ “เก่งมาก!”

ยิ่งได้รับคำชมจากเยี่ยฉวน ดูเหมือนเว่ยหยางเทียนยิ่งกระตือรือร้นมากขึ้นกว่าเดิม

ในขณะนั้นมีเสียงของสตรีสวมชุดสีแดงชาดพูดเบาๆ ว่า “เด็กน้อยไปได้แล้ว วันนี้ฝึกเข้าฌาน ทำอย่างที่ข้าเคยสอน!”

เว่ยหยางเทียนผงกศีรษะอย่างว่าง่าย ก่อนจะวิ่งตื๋อไปยังอีกด้านและนั่งลงขัดสมาธิกับพื้น

เมื่อเด็กหญิงแยกไปแล้ว สตรีสวมชุดสีแดงชาดเหลือบมองเยี่ยฉวนนิดหนึ่ง “เจ้ารู้ไหมว่าแก่นชีวิตของเด็กคนนี้เป็นอย่างไร?”

ชายหนุ่มส่ายหน้าหลังจากหันมามองคนพูด

อีกฝ่ายย่นหัวคิ้ว ครู่หนึ่งจึงมองไปทางเว่ยหยางเทียนซึ่งกำลังทำสมาธิอยู่ในที่ไม่ห่างไปนัก “แก่นชีวิตของเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา!”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ข้ารู้!”

สตรีสวมชุดแดงมองเยี่ยฉวนตรงๆ “ข้าอยากให้นางเป็นผู้อาวุโสแห่งสำนักเวทย์บรรพกาล!”

ชายหนุ่มสั่นศีรษะขณะเสียงคัดค้านเฉียบขาด “ไม่ได้!”

คนตรงข้ามน้ำเสียงเย็นเยียบ “ทำไมจะไม่ได้!”

เยี่ยฉวนตอบโต้กลับเสียงขรึม “ข้าไม่อยากให้นางเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแย่งชิงตำแหน่งพวกนั้น!”

สตรีสวมชุดสีแดงชาดจึงเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นก็พูดต่อว่า “เมื่อใดที่ข้าประกาศแต่งตั้ง นางจะได้รับสิทธิในตำแหน่งแต่เพียงผู้เดียว!”

ได้ยินเช่นนั้นเยี่ยฉวนหันมาตั้งคำถาม “ท่านเป็นใครกันแน่!”

อีกฝ่ายหันมาเผชิญหน้า “ข้าเป็นคนก่อตั้งสำนักเวทย์บรรพกาล เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร!”

ชายหนุ่มสีหน้าแปลกใจ จากนั้นจึงรีบค้อมตัว พร้อมห่อกำปั้น “คารวะใต้เท้า!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version