บทที่ 580 นอนที่ไหน?
เยี่ยฉวนรู้สึกงงงวยขึ้นมาในทันที
เจ้านี่กำลังกลัวหรือ?
ในเวลานี้ ชายมีแผลเป็นที่กำลังคุกเข่าต่อหน้าเขาอยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมา ขณะที่กำลังผลุนผลันเข้าหาเยี่ยฉวนมือก็ถือกริชพุ่งตรงไปที่ลำคออีกฝ่ายด้วย!
เร็วมาก!
เมื่อพบว่าชายมีแผลเป็นอยู่ๆ ก็เคลื่อนไหว เยี่ยฉวนส่ายศีรษะพลางยิ้มให้ชายมีแผลเป็นที่ต้องการที่จะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาตน
เคราะห์ร้าย ศัตรูนั้นประเมินพลังของเขาต่ำไปเหลือเกิน
ไม่นานนักชายมีแผลเป็นก็หยุดการกระทำ โดยที่มีกระบี่แสกหน้าเขาอยู่!
เห็นภาพนี้ หลายสิบคนในอีกด้านหนึ่งก็หันกลับแล้ววิ่ง ฉับพลันกระบี่บินก็บินออกมาราวกับผีเสื้อ มันแล่นผ่านคนพวกนั้น พร้อมกับศีรษะที่ลอยกระเด็นไปตามๆ กัน!
ทิวทัศน์นั้นเต็มไปด้วยเลือด
เบื้องหน้าเยี่ยฉวน ชายมีแผลเป็นจ้องมองเขา “ไม่ใช่ว่าเจ้าอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตอนกลางหรือ?”
เยี่ยฉวนฉีกยิ้ม “เพิ่งกลับมา เจ้าไม่พอใจหรือ?”
หลังได้ยินคำ คนก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
เพิ่งกลับมา!
นั่นกล่าวได้ว่าเขาเพิ่งตามทัน!
เคราะห์ร้ายอะไรเยี่ยงนี้!
ชายมีแผลเป็นครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบกลับ “เจ้าหนุ่ม ครั้งนี้ข้าเคราะห์ร้าย ตราบเท่าที่เจ้าไว้ชีวิตข้า ข้า……”
ตอนนี้เองกระบี่ของเยี่ยฉวนพลันมุ่งไปด้านหน้า
ฟึบ!
ฉับพลันกระบี่ก็ฟันแสกหน้าชายคนหน้าบาก
เยี่ยฉวนส่ายศีรษะพร้อมยิ้มเหี้ยม “ไม่มีทาง!”
หลังจากที่เขาดึงกระบี่ออกมาและเบือนหน้าหนี ดวงตาของชายมีแผลเป็นเบิกกว้างก่อนจะต้องจำยอมในท้ายที่สุด
หลังเยี่ยฉวนเข้าเมืองไป เขาหยุดลงในไม่ช้าด้วยมีสตรีสองคนอยู่ตรงหน้าพอดี
พวกนางคือทัวป้าเหยียนและจี้อันซื่อ!
เมื่อเห็นสตรีสองคนนี้ เยี่ยฉวนวิ่งตรงไปที่พวกนางแล้วกอดพวกนางทันที “ข้าคิดถึงพวกเจ้านัก!”
สตรีทั้งสองตื่นตระหนก ชัดเจนว่าพวกนางไม่ได้คาดคิดว่าเยี่ยฉวนจะทำเช่นนี้
ในเวลานี้ ทัวป้าเหยียนรีบดันเยี่ยฉวนออกและจ้องเขม็งไปที่เขา เยี่ยฉวนกล่าวอย่างจริงจัง “นี่เป็นอ้อมกอดอันบริสุทธิ์ไม่มีความคิดอื่นใด”
ข้างๆ กันจี้อันซื่อพลันถามขึ้นมา “มีสิ่งใดที่ไม่บริสุทธิ์บ้างหรือ?”
เยี่ยฉวนกระอักกระอ่วนพูดไม่ออก
หลังจากนั้นสักพัก เยี่ยฉวนถึงติดตามพวกเขากลับไปที่วังหลวงของแคว้นหนิง
ด้านในวังพำนักของทัวป้าเหยียน นางชำเลืองมองเยี่ยฉวนพลางกล่าว “แผ่นดินชิงกำลังโกลาหลยิ่งขึ้นและยิ่งขึ้น!”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะเบาๆ สำนักผู้ตรวจการเขตแดนต้องการแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญของแผ่นดินชิง เมื่อพวกเขาได้มันไป พลังชี่แห่งจิตวิญญาณของแผ่นดินชิงจะเหือดหายไปภายในหนึ่งปี มันจะเลวร้ายลงยิ่งกว่าตอนนี้!”
ได้ยินสิ่งนี้ ทัวป้าเหยียนขมวดคิ้วแน่น “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะทำลายล้างแผ่นดินชิงจริงหรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “ในสายตาของพวกเขา แผ่นดินชิงไม่มีค่าเลยสักแดง!”
จากนั้นเขาหยุดคำพูดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าว “ผู้อาวุโสเคยบอกกับข้าว่ายิ่งบางคนแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไร คุณธรรมที่พวกเขามีก็ยิ่งน้อยลง เพราะสำหรับคนพวกนั้น นอกจากชีวิตที่ยืนยาว ทุกอย่างก็ไร้ความสำคัญทั้งสิ้น! คนเหล่านั้นไม่มีคุณธรรม มีเพียงความเป็นพระเจ้า!”
นี่คือสิ่งที่สตรีลึกลับบอกเขา
แท้จริงแล้ว เขารับรู้ได้ว่าสตรีลึกลับไม่แยแสกับหลายสิ่งอย่าง และสิ่งที่สามารถทำให้บุคคลแข็งแกร่งเช่นนั้นใส่ใจได้คงมีอยู่น้อยนิด
ทัวป้าเหยียนพูดเสียงเบาขึ้นมาทันใด “เจ้าจะเป็นคนเช่นนั้นในภายภาคหน้าหรือไม่?”
จี้อันซื่อมองไปที่เยี่ยฉวน
ข้างั้นหรือ?
เยี่ยฉวนอื้ออึงไป
หากเขามีพละกำลังของสตรีลึกลับ เขาจะกลายเป็นคนที่ไม่แยแสต่อทุกสิ่งหรือไม่……
หลังจากตรึกตรองครู่หนึ่ง เยี่ยฉวนส่ายศีรษะก่อนกล่าว “ข้าไม่รู้ แต่ข้าจะพยายามไม่เป็นเช่นนั้น”
เขาไม่เคยคิดถึงบางสิ่งอย่างชีวิตอันยืนยาว!
ก่อนที่จะออกจากเมืองชิง ความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ของเขาคือรักษาพิษไอเย็นของน้องสาว และจากนั้นก็ทำให้น้องสาวของเขามีความสุข!
หลังจากที่ออกไป เขาก็มีประสบการณ์ในหลายสิ่งหลายอย่าง พบผู้คนมากมาย และมีความคิดใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา
เช่นเคย หากวันหนึ่งเขาไปถึงจุดสูงสุดเท่าที่ตนจะพึงไต่ขึ้นได้ ทว่าผู้คนรอบด้านกลับตายจากไป มันคงเป็นจุดสูงสุดแห่งความเดียวดาย!
คิดถึงสิ่งนี้ได้ เยี่ยฉวนก็เผชิญหน้ากับพวกนางทันควัน เขาหัวเราะแล้วค่อยกล่าวออกมา “ข้าคิดว่าหากมนุษย์มีชีวิตอยู่นานเกินไป คงจะเกิดปัญหา เพราะเหตุใดน่ะหรือ? เพราะมีเวลาว่างมากเกินไป! ฉะนั้นอย่าได้แยแสกับชีวิตอันยืนยาว มีชีวิตอย่างเป็นสุขในตอนนี้เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง!”
ทัวป้าเหยียนส่ายศีรษะ “แต่เรากำลังมีความยากลำบากในการมีชีวิตในตอนนี้!”
เยี่ยฉวนพยักหน้ารับแล้วเดินออกไปนอกโถง เขาเพียงยืนอยู่ตรงนั้น ครุ่นคิดบางสิ่ง
ทัวป้าเหยียนจ้องมองไปที่เยี่ยฉวนโดยที่ไม่ได้พูดอะไร
ผ่านไปพักหนึ่งเยี่ยฉวนก็เอ่ยเบาๆ “ข้าไปล่ะ!”
ทัวป้าเหยียนลุกขึ้น “เร็วจริง”
เยี่ยฉวนหัวเราะ “เจ้าไม่อยากให้ข้าไป?”
ทัวป้าเหยียนชำเลืองมองอีกฝ่าย “ทำไมเจ้าถึงกลายเป็นคนที่ไร้ยางอายยิ่งขึ้นและยิ่งขึ้นกันนะ”
เยี่ยฉวนไม่ตอบ เขาเดินไปตรงหน้าจี้อันซื่อ หมุนมือขวาแล้วดาบเล่มใหญ่ก็ปรากฏอยู่ในมือเขา
มันก็แค่ดาบขั้นสวรรค์!
เห็นเช่นนั้นจี้อันซื่อก็ตะลึงงันและรับมันมาอย่างรวดเร็ว ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล
ขั้นสวรรค์!
สมบัติประเภทนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหายากอย่างมากยิ่งในแผ่นดินชิง!
“แล้วข้าล่ะ?” ทัวป้าเหยียนพลันถาม
เยี่ยฉวนยิ้มและให้ชุดเกราะขั้นสวรรค์ที่เขาสวมใส่อยู่แก่นาง
ศัตรูของเขาขณะนี้คือไม่ขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงก็ต้องเป็นผู้ที่อยู่เหนือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงขึ้นไป ชุดเกราะนี้ไร้ค่าสำหรับเขา
จ้องมองไปที่เสื้อเกราะที่เยี่ยฉวนส่งมา ทัวป้าเหยียนนิ่งงันไปก่อนจะส่ายศีรษะ “ข้าไม่อยากได้!”
เยี่ยฉวนยังเอามันใส่ในมือทั้งสองของทัวป้าเหยียน “สำหรับข้า สิ่งนี้ช่วยเหลือข้าได้ไม่มากนัก!”
เขาโบกมือขวาไปมา และร่างไร้วิญญาณกว่ายี่สิบร่างอยู่ๆ ก็ปรากฏออกมาในโถงแห่งนี้ ทุกร่างเป็นขั้นผนึกยุทธ์!
เยี่ยฉวนเอาแหวนสัมภาระออกมาและยื่นให้ทัวป้าเหยียน “ในแหวนสัมภาระมีระเบียนศพอยู่ เจ้าควรศึกษามันเอาไว้ ศพเหล่านี้รวมกับสิบสองมนุษย์ทองคำ ตราบที่บุคคลผู้แข็งแกร่งในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงไม่มาเยือน แคว้นหนิงคงไม่ตกอยู่ในอันตราย”
ทัวป้าเหยียนชำเลืองมองเยี่ยฉวน “เจ้าจะไม่อยู่ที่นี่หรือ?”
เยี่ยฉวนกล่าว “หากทิ้งพวกเขาไว้ที่นี่ ข้าจะนอนที่ไหน?”
ได้ยินเช่นนั้น ทัวป้าเหยียนก็มองไปที่เยี่ยฉวน “เจ้าอยากนอนที่ไหน?”
เยี่ยฉวนเอ่ยจริงจัง “แน่นอนว่าที่เตียง!”
ทัวป้าเหยียนตอบเสียงแผ่ว “เช่นนั้นก็ที่เตียง……”
เยี่ยฉวนยิ้มและจากนั้นเขาก็อยู่ที่นี่
มันเป็นยามค่ำมืด
เยี่ยฉวนไปที่วังพำนักของทัวป้าเหยียนอีกครั้ง ในเมื่อนางอนุญาตให้เขานอนที่เตียง เขาก็ไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน เขาตรงไปที่เตียง แต่อยู่ๆ เขาก็ต้องงุนงง
เหตุเพราะมีสองคนอยู่บนเตียง!
นอกจากทัวป้าเหยียนยังมีจี้อันซื่ออีก!
สองคน!
ทัวป้าเหยียนลุกขึ้นนั่ง นางมองไปที่เยี่ยฉวนและอยากจะหัวเราะออกมาแต่คิดว่าคงไม่เป็นการดีนัก “เจ้าจะไม่นอนบนเตียงหรือ? มาสิ!”
เต็มไปด้วยความคิดยั่วเย้าอารมณ์!
ข้าจะมัวแต่ตกใจได้อย่างไร?
เยี่ยฉวนตอบอย่างจริงจัง “ในเมื่อเจ้าเร่งเร้า เช่นนั้นข้าก็ขึ้นไปล่ะ!”
หลังจากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นเตียงไป และเอนกายลงระหว่างสตรีทั้งสอง
พวกนางทั้งคู่ตื่นตกใจ
เยี่ยฉวนโอบกอดแต่ละนางด้วยมือแต่ละข้างแล้วกล่าว “นอนเถิด!”
ด้านซ้ายของเยี่ยฉวน ทัวป้าเหยียนพึงใจอย่างมาก เห็นทีนางจะประเมินความไร้ยางอายของเยี่ยฉวนต่ำไป! ชายผู้นี้ช่างไร้ยางอายอย่างแท้จริง!
จี้อันซื่อที่อยู่อีกด้านนั้นกำลังนอนนิ่งไม่แสดงออกอะไร
เช่นนี้ เยี่ยฉวนจึงโอบกอดสตรีสองคน!
รู้สึกสุขสมในช่วงแรก หากแต่หลังจากนั้นเขารู้สึกทุกข์ทรมานเล็กน้อย!
โอบสองสตรีผู้งดงามเอาไว้ในอ้อมแขนแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย มันช่างทุกข์ทรมานยิ่งนัก!
ช่วงกลางดึก จี้อันซื่อหลับใหลไปแล้ว กระนั้นทัวป้าเหยียนยังไม่หลับเพราะมือของเยี่ยฉวนกำลังสัมผัสส่วนที่ไม่ควร
ทัวป้าเหยียนจับมือเยี่ยฉวนพลันและเอ่ยเตือน “อย่าปัดป่ายไปทั่ว!”
ชายหนุ่มกล่าวอย่างจริงจัง “ข้าเปล่า ข้าไม่ได้ได้แตะต้องอะไรเลย!”
ทัวป้าเหยียนหน้าบึ้งตึงมองเยี่ยฉวน “จี้อันซื่อยังอยู่นี่!”
“……”
สองก้านธูปผ่านไป ทัวป้าเหยียนนั้นกำลังหอบหายใจถี่ เหตุเพราะเรือนร่างของนางมีความพิเศษ แล้วมือของเยี่ยฉวนก็กำลังสัมผัสแตะต้อง ร่างกายของนางจึงเริ่ม……
ขณะนั้นเอง อยู่ๆ ทัวป้าเหยียนก็โอบกอดเยี่ยฉวน ชายหนุ่มสะดุ้งตกใจเพราะเขาพบว่าร่างของทัวป้าเหยียนร้อนดั่งเปลวไฟ!
เยี่ยฉวนรีบหันไปด้านข้างแล้วกล่าวเสียงเบา “เป็นอะไร?”
ทัวป้าเหยียนกอดเยี่ยฉวนแน่นและซุกหน้าลงกับอกอีกฝ่าย ทั้งร่างของนางสั่นเทิ้มน้อยๆ
เยี่ยฉวนกำลังจะกล่าวบางสิ่ง ทว่าอยู่ๆ ชุดนอนของทัวป้าเหยียนก็เลื่อนหลุดขณะที่มือของนางกำลังสัมผัสที่ส่วนลับของอีกฝ่าย
สิ่งนี้ทำให้เยี่ยฉวนตบะแตก!
ฉะนั้นชายหนุ่มจึงกำบังหอคอยแห่งเรือนจำไปและดูแลนางตามอย่างที่นางต้องการ……
มีประโยคหนึ่งกล่าวว่า ‘หากเจ้าไม่นอนยามเที่ยงคืน เจ้าอาจอยากทำบางสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้’
ค่ำคืนนี้ชะตาตัดสินให้เกินธรรมดา
รุ่งสาง
บุรุษบนเตียงยังคงไม่ตื่นขึ้น จนเวลาบ่าย เมื่อพระอาทิตย์เลยหัว เยี่ยฉวนถึงลุกขึ้นนั่ง ในเวลานั้นเขาอยู่คนเดียวที่เตียง
สุขสบาย!
สุขสบายไปหมด!
เหมือนกับได้ถูกชะล้างร่างกายภายใน!
เยี่ยฉวนรู้สึกแปลกประหลาดยิ่งนัก มันเป็นไปได้ด้วยหรือที่จะฝึกฝนด้วยการทำอะไรเช่นนี้? เมื่อคืน พวกเขายังทำเรื่องน่าละอายในช่วงแรก… ต่อมา พวกเขาตัดสินใจที่จะลองใช้ตำราบทสวดหยินหยางที่มี สำหรับความรู้สึกนั้น มันยังคงน่ามหัศจรรย์ หากแต่ร่างกายของพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยทั้งคู่!
แต่ในเวลานั้นพวกเขาไม่ได้แยแสแม้แต่นิด!
เขาไม่ได้เก็บมาครุ่นคิดนัก หลังจากล้างหน้าล้างตา เขาออกจากวังและไปที่หอชุมนุมหลักที่ทัวป้าเหยียนจัดการพบปะยามเช้า
ตอนนี้ทัวป้าเหยียนอยู่ในฉลองพระองค์มังกรพร้อมกับความสง่าผ่าเผยที่แอบแฝงอยู่ในดวงตา นางช่างแตกต่างจากเมื่อคืนเหลือเกิน!
เห็นเยี่ยฉวนกำลังมา ทัวป้าเหยียนจึงเอาพระราชสาส์นลง “กลับไปได้!”
หลังจากนั้นเหล่าขุนนางก็ออกจากหอไปตามลำดับ
ขณะนั้นมีเพียงเยี่ยฉวนและทัวป้าเหยียนอยู่ในหอ ทัวป้าเหยียนเฉยเมยไม่ได้กล่าวอะไร
เยี่ยฉวนเดินไปตรงหน้านางก่อนจะกล่าว “ข้ากำลังจะไป สำหรับแคว้นหนิง เจ้าอย่าได้กังวลไป มีผู้กล้าแกร่งกำลังปกป้องดูแลมันอย่างไม่เปิดเผย หากแต่เมื่อถึงคราจำเป็น ข้าหวังว่าเจ้าจะหลบซ่อนตัว แน่นอนว่าข้าหมายความถึงเมื่อมันเป็นทางเลือกสุดท้าย”
อีกฝ่ายเอ่ยถามเสียงเรียบ “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนหรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะลงมือในอีกไม่นาน ก่อนหน้านั้นข้าจะต้องสร้างเรื่องวุ่นวายเสียหน่อย!”
ทัวป้าเหยียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวเสียงเบา “ระวังด้วย”
เยี่ยฉวนยิ้ม จากนั้นก็โน้มเข้าหาหูของทัวป้าเหยียน “ยานั้นยังมีอยู่หรือไม่? มอบให้ข้าเพื่อช่วยในการป้องกันสักหน่อยสิ!”
“……”
