Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 582


บทที่ 582 เอาจริงหรือ ข้าไม่ได้ทำ!

ได้มองผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองเดือดดาลแล้ว เยี่ยฉวนก็รู้สึกอัศจรรย์ใจ

นางคลั่งไปแล้วหรือ?

อารมณ์ร้อนยิ่งนัก!

ในขณะที่ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองยังคงตบผืนดินอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นแสงสีขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

อะไรน่ะ!?

เยี่ยฉวนตื่นตระหนก

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองมองไปที่ชายหนุ่ม “มันออกมาแล้ว!”

หลังจากนั้นนางก็หายวับไป

ออกมาแล้ว?

เยี่ยฉวนค่อนข้างสับสนงุนงง ตาปราดมองแสงสีขาวนั่น และข้างในแสงนั้นเอง ก็มีเด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่ตัวเล็กเท่ากำปั้นมือได้ เด็กหญิงผู้นี้ตัวเล็กมาก สวมใส่ผ้ารัดหน้าท้องสีขาวผืนเล็ก ด้านหลังศีรษะของนางมีหางเปียเล็กๆ สองข้าง ในเวลานี้เองนางกำมือทั้งสองข้างของตนแน่นพร้อมมองไปที่เยี่ยฉวน

เยี่ยฉวนแบมือ “ข้าไม่ได้ทำ!”

คนตัวน้อยพลันชี้ไปที่เยี่ยฉวนอย่างฉุนโมโห “เจ้ามนุษย์เลวทรามต่ำช้า เจ้าทำลายผืนปฐพีและสร้างความหายนะให้พลังชี่แห่งจิตวิญญาณของสรวงสวรรค์และโลก เจ้าจะ……เจ้าจะถูกลงโทษ!”

เยี่ยฉวนกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง “เอาจริงหรือ ข้าไม่ได้ทำ!”

ปากพูดไปขาก็เดินไปหาคนตัวเท่ากำปั้น ฉับพลันม่านพลังแสงสีขาวก็กั้นทางเขาเอาไว้

เด็กน้อยจ้องมองเยี่ยฉวนอย่างระแวดระวัง “อย่าเข้ามา มิเช่นนั้นข้าจะสังหารเจ้าเสีย!”

เยี่ยฉวนฝืนยิ้ม “ข้า……ข้าไม่ใช่คนไม่ดี!”

เด็กน้อยจ้องมองไปยังอีกฝ่าย “คนเลวมักพูดว่าพวกเขานั้นไม่ใช่คนเลว! เจ้ามีเคล็ดวิชาเพชฌฆาตอยู่กับตัวมากนัก เจ้าคงสังหารคนมามาก!”

“……”

เด็กหญิงมองไปรอบๆ อย่างตื่นตัวแล้วเอ่ย “เจ้าคนต่ำต้อยเมื่อครู่ไปไหนแล้วเล่า?”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสอง……

เยี่ยฉวนครุ่นคิดครู่หนึ่งและจากนั้นก็ชี้ไปที่อกของเขา “นางกลับไปข้างใน”

เด็กหญิงตัวน้อยจ้องมองที่อกของเยี่ยฉวน และจากนั้นนางก็โกรธจัด “เจ้ามนุษย์! เจ้าคิดว่าข้าโง่เขลาเช่นเจ้าหรือ? ข้า ข้าเป็นแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญของแผ่นดินชิงที่อยู่เหนือทุกสิ่งและปราดเปรื่องที่สุด!”

เยี่ยฉวนตกใจ

นี่มันภูตมารหรือ?

เด็กหญิงกำลังจะกล่าวบางสิ่งทว่าผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองอยู่ๆ ก็ปรากฏกายออกมาอีกครั้ง

ต้องยอมรับว่ารูปลักษณ์ของผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองนั้นช่างน่ารักน่าชัง โดยเฉพาะดวงตาสีฟ้าใสคู่นั้นที่งดงามยิ่ง

มันช่างน่าเสียดายที่อารมณ์ของนางรุนแรงยิ่งนัก!

นางสามารถระเบิดความโกรธได้ตลอดเวลา!

เมื่อเห็นผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสอง คนตัวเล็กนั้นมีความระแวดระวังในแววตาน้อยลง นางลอยไปอยู่ตรงหน้าผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองและถาม “เจ้าสามารถปกป้องข้าได้หรือไม่?”

เป็นที่แน่ชัดว่านางแลเห็นความแข็งแกร่งของผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสอง!

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองชำเลืองมองเด็กหญิงตัวน้อยแล้วชี้ไปที่เยี่ยฉวนที่อยู่ไม่ไกลออกไป “เขาสามารถ!”

เด็กหญิงตัวน้อยมองไปที่เยี่ยฉวนแล้วส่ายศีรษะไปมา “อ่อนแอเกินไป เขาไม่สามารถเอาชนะข้าได้ด้วยซ้ำ!”

เยี่ยฉวนนั้นไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองชี้ไปที่อกของชายหนุ่ม “เข้าไปข้างใน ในนั้นปลอดภัย!”

เด็กหญิงตัวน้อยปราดมองอกของเยี่ยฉวนก่อนจะกะพริบตาปริบๆ “ข้าเข้าไปด้านในได้หรือ?”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองพยักหน้า

ได้ฟังคำ คนจึงไปตรงหน้าเยี่ยฉวน และจากนั้นนางก็คว้าอีกฝ่ายพร้อมกับพยายามเบียดศีรษะเข้าไปในอกแต่ก็เข้าไปไม่ได้

เยี่ยฉวนพูดไม่ออกอีกครา

เด็กหญิงตัวน้อยหันขวับไปทางผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสอง แววตาของนางเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ “มันไม่ได้ผล!”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “ให้นางเข้าไปข้างใน!”

เยี่ยฉวนลังเลใจและจากนั้นกล่าวออกมา “นางเข้าไปข้างในได้หรือ?”

เขาไม่เคยเก็บคนที่ยังมีชีวิตอยู่ และไม่อาจหาญพอจะเก็บพวกเขาไว้ เหตุเพราะสตรีลึกลับบอกเขาว่าหากสิ่งมีชีวิตเข้าไป หอคอยแห่งเรือนจำจะต่อต้านและสังหารสิ่งเหล่านั้นทันทีด้วยกลไกของมันเอง!

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองปราดมองเด็กหญิง “นางไม่ใช่มนุษย์!”

คนตัวน้อยกะพริบตา “ข้าไม่ใช่มนุษย์?”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองเอ่ยถามกลับ “หรือเจ้าเป็น?”

เด็กหญิงตัวน้อยจ้องมองร่างของเธอและกล่าว “ข้าคิดว่าข้าเป็น!”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองแสดงออกอย่างไร้ความรู้สึก “นั่นเป็นสิ่งที่เจ้าคิดเท่านั้น! รีบเข้าไปข้างในซะ!”

เด็กหญิงตัวน้อยยังอยากจะพูดอะไรอีก หากแต่สีหน้าของเยี่ยฉวนและผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองนั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่นานนักผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองก็หายตัวไป กระทั่งเยี่ยฉวนก็รีบจับเด็กหญิงเข้าไปในหอคอยแห่งเรือนจำ

น้อยกว่าชั่วอึดใจหลังจากที่เด็กหญิงตัวน้อยและผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองหายตัวไป บนผืนฟ้าเบื้องบนเยี่ยฉวนพลันปรากฏร่างของชายชราผู้หนึ่ง!

นั่นคือคนรู้จักเก่าแก่ของเยี่ยฉวนอย่างแน่นอน หมั่วซิ่ว!

เมื่อเห็นเยี่ยฉวน หมั่วซิ่วขมวดคิ้วทันที “นั่นเจ้าหรือ!”

เยี่ยฉวนยิ้ม “หัวหน้าผู้อาวุโสหมั่ว ข้าไม่เห็นท่านมานาน! ท่านดูอ่อนเยาว์ลง!”

หมั่วซิ่วจ้องมองเยี่ยฉวน “เยี่ยฉวน เจ้าเห็นอะไรหรือไม่?”

“อะไรหรือ?”

เยี่ยฉวนขมวดคิ้ว “ข้าเห็นอะไรหรือ?”

หมั่วซิ่วจ้องมองเยี่ยฉวนอย่างมาดมั่นโดยที่ไม่กล่าวอะไร

เยี่ยฉวนมองไปรอบๆ “มีอะไรอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ?”

หมั่วซิ่วเอ่ยเสียงต่ำ “เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

เยี่ยฉวนยิ้ม “ท่านคิดว่าอย่างไรล่ะ!”

หมั่วซิ่วจ้องเขม็งไปที่เยี่ยฉวนครู่หนึ่ง และจากนั้นก็หัวเราะออกมา “เยี่ยฉวน วันดีของเจ้ากำลังจะจบลง! คืนวันดีๆ ของสำนักชางเจี้ยนกำลังจะถึงจุดจบ เมื่อพวกเราได้แหล่งวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญของแผ่นดินชิง เจ้าจะสำเหนียกถึงความโง่เขลาที่คิดจะต่อสู้กับพวกข้าสำนักผู้ตรวจการเขตแดน!”

เยี่ยฉวนยักไหล่ไม่สนใจ “เมื่อข้ารู้วิธีที่จะหยุดยั้งพวกท่านได้ ท่านจะพบว่าการเป็นปฏิปักษ์กับข้านั้นเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลาที่สุดของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน”

พูดไปเขาก็หัวเราะไป “มีใครบ้างแสร้งทำไม่ได้?”

จากนั้นเขาก็หมุนตัวและจากไป

หมั่วซิ่วไม่ได้หยุดเยี่ยฉวนไว้เพราะรู้ว่าตนนั้นหยุดอีกฝ่ายไม่ได้แน่นอน

ไม่ว่าเขาจะเต็มใจยอมรับมันหรือไม่ ผู้ที่อยู่ขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงไม่สามารถสังหารเยี่ยวฉวนได้เลย อย่างน้อยที่สุดผู้กล้าแกร่งระดับทั่วไปในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงไม่สามารถทำได้!

หลังเยี่ยฉวนจากไป ชายมีอายุอานามหลายคนได้ปรากฏกายข้างๆ หมั่วซิ่ว หนึ่งในนั้นกล่าวเสียงต่ำ “เพราะพวกเรารู้สึกได้ถึงลมปราณของแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญก่อนหน้านี้ หากแต่เมื่อพวกเรามาที่นี่กลับไม่พบอะไรเลย น่าแปลกนัก!”

ระหว่างที่คนพูดไป ตาจ้องมองไปทิศทางที่เยี่ยฉวนจากไป “ชายผู้นั้นดูจะแปลกประหลาดอยู่สักหน่อย”

หมั่วซิ่วกล่าวเสียงต่ำ “เจ้าหนุ่มนั่นแปลกตลอดนั่นแหละ!”

คนฟังสองจิตสองใจก่อนจะเอ่ยออกมา “แหล่งวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญของแผ่นดินชิงหายไปแล้วหรือ……”

หมั่วซิ่วส่ายศีรษะ “เป็นไปไม่ได้! แหล่งวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญระแวดระวังตนเองมาก มันเชื่อใจมนุษย์ไม่ได้ง่ายนัก ด้วยพละกำลังของเยี่ยฉวน เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาไปอย่างเงียบเชียบ และที่นี่ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้เลย! ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่ปล่อยเขาไป!”

อีกฝ่ายตรึกตรองครู่หนึ่งแล้วพยักหน้ารับ “จริงอย่างท่านว่า หากมันเป็นการง่ายที่เขาได้แหล่งวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญไป นั่นคงไม่สมเหตุสมผลยิ่งนัก! กระนั้นข้าค้นพบว่าคนผู้นี้มีลมปราณที่แข็งแกร่งและยังเป็นราชันย์กระบี่ แม้ศักยภาพของเขาจะยังไม่ดีเท่าเซียนกระบี่ของโลกชิงฉาง แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายพอแล้ว หากเป็นไปได้ คงเป็นการดีกว่าที่จะกำจัดเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!”

หมั่วซิ่วผงกศีรษะเบาๆ “ช้าก่อน ผู้ทรงเกียรติมีแผนการ! ตราบใดที่เราได้แหล่งวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญมาครอง พวกเราจะบดขยี้คนผู้นั้นและสำนักชางเจี้ยน! ตอนนี้ปล่อยพวกมันไปก่อน!”

หลังจากนั้นคนพูดก็หันหลังและหายวับไป

ชายชราพร้อมด้วยคนอื่นๆ ก็หันหลังก่อนจะจากไปเช่นกัน

ในอีกด้านหนึ่ง หลังจากที่เยี่ยฉวนพบสถานที่ที่ไร้ผู้คน เขาก็เข้าไปในหอคอยแห่งเรือนจำทันที

ภายในหอคอย คนตัวน้อยกำลังสำรวจชั้นที่หนึ่ง ดวงตาของนางเปี่ยมไปด้วยความสงสัยใคร่รู้

มองดูเด็กหญิงที่ตัวเล็กเพียงฝ่ามือซึ่งอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เยี่ยฉวนก็รู้สึกขบขันเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญของแผ่นดินชิงจะกลับกลายเป็นเด็กผู้หญิงที่ตัวเล็กนิดเดียว!

คนตัวน้อยสำรวจรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยู่นาน ในที่สุดนางก็หัวเราะมีความสุขด้วยเสียงสดใส!

เยี่ยฉวนใคร่รู้ “เจ้าหัวเราะอะไรหรือ?”

เด็กหญิงคนตัวเท่าฝ่ามือมองไปที่เยี่ยฉวนและกะพริบตา “ปลอดภัย! ที่นี่ปลอดภัย! ในที่สุดข้าไม่ต้องหลบซ่อนในทุกๆ ที่แล้ว เอาเถอะ จากนี้เป็นต้นไปข้าจะอยู่ที่นี่! เจ้าช่วยหาอะไรให้ข้ากินหน่อยสิ อ้อ แล้วต้องเป็นผลจิตวิญญาณที่หวานๆ แล้วลูกใหญ่ๆ ด้วยนะ!”

จากนั้นนางก็เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะโบกมือเล็กๆ ไปมา พลันนั้นหินแร่ผลึกหลายก้อนก็ตกลงมาตรงหน้าเยี่ยฉวนพอดิบพอดี

เพชรน้ำค้างสีม่วง!

ดูแล้วมีราวๆ พันกว่าก้อน มิหนำซ้ำเพชรน้ำค้างสีม่วงนั้นยังใหญ่มาก อย่างน้อยที่สุดก็ใหญ่เป็นสองเท่าของเพชรน้ำค้างสีม่วงที่ชายหนุ่มเคยได้มาครอบครอง!

คนตัวน้อยจ้องมองเยี่ยฉวน “ทั้งหมดนี้เป็นของเจ้า และเจ้าจงไปหาอาหารมาให้ข้า!”

ลำคอของเยี่ยฉวนเคลื่อนเป็นลูกคลื่น จากนั้นเขาจึงเก็บเพชรน้ำค้างสีม่วงทั้งหมดไปอย่างใจเย็น ก่อนจะพยักหน้ารับ “ย่อมได้ ข้าจะไปหามาให้ตอนนี้! หากเจ้าต้องการสิ่งใดอีก อย่าได้เกรงใจที่จะเอ่ยขอ ด้วยความสัตย์จริง ข้ายินดีรับใช้!”

“……”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version