Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 589


บทที่ 589 ถังหูลู่! (ปลาย)

เมื่อเยี่ยฉวนผลักมือข้างที่มีมวลอากาศบิดเบี้ยวดันออก มันก็กลับคืนสู่สภาวะปกติทันที ในตอนนั้นเขาจึงกดฝ่ามือข้างขวาไปทางลำธารที่เห็นอยู่เบื้องหน้า ขณะนั้นเองลำธารซึ่งอยู่ตรงข้ามกับฝ่ามือพลันหายวับไปเหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่า!

พลังสลายสุญญากาศ!

บริเวณริมตลิ่ง เยี่ยฉวนสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด ในตอนนี้แม้เขาจะไม่ได้สำเร็จขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ถึงกระนั้นสมรรถนะที่มีก็เทียบเท่าควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงแล้ว!

สาเหตุที่ว่าทำไมเขาจึงไม่สามารถบรรลุขั้นพลังที่ต้องการได้นั้น ก็เป็นเพราะไม่ได้สูบกลืนกระบี่ขั้นสวรรค์อย่างไร!

การพัฒนาขั้นพลัง ผู้ฝึกบ่มเพาะพลังไม่อาจยึดหลักความเข้าใจเพียงประการเดียว ทว่าต้องพัฒนาความกล้าแกร่งในทุกๆ ด้าน นอกจากนั้นขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพไม่เพียงเกี่ยวข้องกับพลังสลายสุญญากาศ ทั้งจิต วิญญาณ ร่างกายและส่วนต่างๆ จำเป็นจะต้องบรรลุถึงระดับหนึ่ง และเมื่อนั้นผู้ฝึกบ่มเพาะพลังจึงจะได้ชื่อว่าขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!

ทว่า ณ เวลานี้สิ่งที่เขาขาดอยู่ มีเพียงกระบี่!

เมื่อใดที่มีจำนวนกระบี่ตามที่ต้องการมากพอ เยี่ยฉวนอาจบรรลุขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงได้ทุกเมื่อ!

ชายหนุ่มไม่ได้ลุกออกจากสถานที่ไปในทันทีแต่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม จู่ๆ ตอนนั้นเขาเกิดฉุกคิดถึงคำพูดของเยว่ฉีขึ้นมาได้

เซียนกระบี่คืออะไร?

ผู้ที่ได้ชื่อว่าเซียนกระบี่ หาใช่ผู้ที่ครอบครองเต๋าแห่งกระบี่ไม่!

และเต๋าแห่งกระบี่ของเยี่ยฉวนคืออะไร?

เมื่อก่อนเขาเคยพยายามคิดอยู่หรอก ทว่าคิดเท่าไรก็คิดไม่ออกจนแล้วจนรอด

กระบี่!

เหตุใดตนจึงเรียนรู้เรื่องกระบี่?

แรกเริ่มเดิมทีเขามีเหตุผลง่ายๆ ในการเรียนรู้วิธีใช้กระบี่ เขาเพียงอยากเป็นคนแข็งแกร่งและคิดว่าผู้ฝึกกระบี่นั้นดูเข้าท่าไม่หยอก ทว่าเมื่อได้เดินทางสายนี้เข้าจริงจึงพบว่าเส้นทางสายเต๋าแห่งกระบี่นั้นสลับซับซ้อนมากกว่าที่คิดไว้

โดยเฉพาะเมื่อคราวที่เข้าไปนั่งฌานสมาธิในสุสานกระบี่ที่สำนักชางเจี้ยน เขาจึงได้กระจ่างชัดว่าเต๋าแห่งกระบี่ประกอบด้วยหลายสิ่งหลายอย่าง ทุกคนมีเต๋าแห่งกระบี่ของตนเองซึ่งจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ถ้าเช่นนั้นเต๋าแห่งกระบี่ของเยี่ยฉวนคืออะไร?

เมื่อคิดถึงตอนนี้ สีหน้าของเยี่ยฉวนปรากฏร่องรอยฉงนสนเท่ห์

พลังปณิธานกระบี่ของเขาเป็นพลังปณิธานกระบี่คุณธรรมและพลังปณิธานกระบี่มาร เขายังแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าอะไรคือคุณธรรม อะไรคือความชั่วร้าย ด้วยทั้งสองสิ่งบนโลกใบนี้มีความซับซ้อน ที่ผ่านมาส่วนใหญ่แล้วคนดีอาจเลวและคนเลวอาจไม่ได้เลวอย่างแท้จริง

อะไรคือดี? อะไรคือเลว?

การมองต่างมุมกัน ก็อาจได้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน

เต๋าแห่งกระบี่คืออะไร?

เต๋าแห่งกระบี่ของตนเอง คืออะไรกันแน่?

เยี่ยฉวนลองตะโกนถามในใจของตนเองซ้ำอีกครั้ง

ก็ไม่มีคำตอบ!

ไม่เพียงไม่ได้คำตอบที่ต้องการ กลับยิ่งสับสน

ตลอดคืนนั้นเยี่ยฉวนได้แต่นั่งอยู่กับความรู้สึกเหนื่อยหน่ายในใจ จนเวลาเช้ามืดเริ่มมาเยือนก็ดูเหมือนจะนึกอะไรได้ เขาหยิบตุ๊กตาไม้แกะสลักรูปคนขึ้นมาถือ

ตุ๊กตาไม้แกะสลักเป็นเยี่ยหลิง!

มองดูตุ๊กตาไม้ตัวเล็กๆ แล้วอดคิดถึงไม่ได้ ชายหนุ่มอมยิ้มมุมปาก ต่อมาภาพจำแต่หนหลังทยอยหลั่งไหลเข้ามาในความคิดคำนึง……

หลายปีก่อน เยี่ยฉวนให้น้องสาวขี่หลังขณะเดินไปซื้อของ ในเวลานั้นน้องสาวของเขายังไว้ผมถักเปียเล็กๆ สองข้างและสวมชุดกระโปรงปักลายดอกไม้

ในตอนนั้นชายหนุ่มเป็นทายาทผู้สืบทอดตระกูลเยี่ยแล้ว จึงไม่มีปัญหาเรื่องไม่มีเงินทองจะใช้จ่าย

เยี่ยฉวนแบกน้องเดินมาถึงร้านขายบะหมี่ ทั้งสองจัดการเข้าไปนั่งที่โต๊ะ จากนั้นเยี่ยคนน้องก็หันมามองหน้าพี่ชายพลางยิ้มแป้นจนแก้มปริ

ไม่นานนัก บะหมี่สองชามก็ถูกยกมาวางตรงหน้า บนบะหมี่ยังมีไข่ดาวโปะมาด้วยทั้งสองชาม

เยี่ยหลิงก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ ขณะที่เยี่ยฉวนจับตามองเงียบๆ พลางยิ้มอย่างเอ็นดู

อิ่มเอมใจอย่างที่สุด!

มีความสุขเหลือเกิน!

ด้วยอำนาจบารมีที่มี น้องน้อยของเขาถึงได้สวมเสื้อผ้าดีๆ และกินอาหารรสเลิศ นอกจากนั้นคนในตระกูลเยี่ยไม่มีใครกล้ามารังแกน้องของเขาเลยสักคน!

พักใหญ่ต่อมาเยี่ยหลิงยกชามบะหมี่ขึ้นซดน้ำซุปในชามจนเกลี้ยง พลันนางทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึงหันมามองเยี่ยฉวน และพูดปนหัวเราะว่า “พี่ชาย ทำไมไม่กิน?”

เยี่ยฉวนยิ้มไม่ตอบ ถามกลับว่า “เจ้ามีความสุขหรือเปล่า?”

เด็กหญิงรีบกระเถิบเข้าไปนั่งใกล้และกอดพี่ชายจนแน่น ในตอนนั้นเยี่ยฉวนสูดเอาลมเย็นเยียบเข้าไปเฮือกหนึ่ง จนเยี่ยหลิงแปลกใจ “มีอะไรหรือเจ้าคะ?”

คนเป็นพี่ยิ้มน้อยๆ “เปล่า”

เยี่ยหลิงผงกศีรษะเล็กๆ หงึกหงัก จากนั้นก็เอนศีรษะซบลงไปบนหัวไหล่ของอีกฝ่าย นางจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าที่แผ่นหลังของพี่ชายของนางปรากฏโลหิตสีแดงเข้มค่อยๆ หยาดไหลเป็นทางอยู่ภายใต้เสื้อผ้า

ในฐานะผู้สืบทอดตระกูลเยี่ย เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของตระกูล ทุกวันเขาต้องเป็นผู้นำในการต่อสู้กับตระกูลอื่นอย่างอาจอง

การบาดเจ็บเกิดขึ้นเป็นประจำ

ทว่าเป็นความพึงพอใจของตนเอง

ด้วยความพยายามของเขาจึงสามารถเปลี่ยนโชคชะตาของน้องสาวคนเดียวได้

เขาไม่เคยลืมสภาพของตนและน้องในช่วงแรกๆ ที่สตรีผู้นั้นจากไป

ในตอนนั้นทั้งสองคนไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อบะหมี่กินสักชาม อย่าว่าแต่บะหมี่เลย มีหลายครั้งที่สองพี่น้องต้องทรมานจากความหิวโหยจนไส้แทบขาด!

เป็นเรื่องทุกข์ระทมที่สุดของมนุษย์ เมื่อรู้สึกไร้ความสามารถจนไม่อาจปกป้องคนที่ตัวเองรักได้อีกต่อไป

ในตอนนั้นเขายังเด็ก เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้ จึงได้แต่งุนงงจนพูดไม่ออกอีกทั้งยังทำอะไรไม่ถูก!

ความจริงเวลานั้นคนที่หวาดกลัวที่สุดกลับไม่ใช่เยี่ยหลิง ทว่าเป็นเยี่ยฉวน!

เพราะคราใดที่หันไปมองหน้าน้องตัวน้อย เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป……

ในตอนนั้นเป็นเวลาที่เยี่ยฉวนทั้งวิตกกังวล สับสนและหวาดกลัวที่สุดในชีวิต

พระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน เขาจูงมือเยี่ยหลิงเดินออกจากร้านบะหมี่ เด็กน้อยจับมือพี่ชายเสียแน่นขณะค่อยๆ เดินย้อนกลับไปตามทางเดิม ซึ่งห่างจากร้านออกไปทุกขณะ

ระหว่างทางที่เดินกันมา

“ท่านพี่เจ้าคะ เรามากินบะหมี่ทุกวันได้ไหม?”

“ได้สิ!”

“จริงหรือเจ้าคะ?”

“จริงสิ พี่สัญญาว่าจะพาเจ้ามา!”

“ดีเลย ถ้างั้นข้าจะกินไข่ดาวอีกทุกครั้งเลยนะเจ้าคะ!”

“ได้อยู่แล้ว!”

“ฮิๆ ท่านพี่ใจดีที่สุด! อีกอย่างท่านพี่รู้หรือไม่ว่าข้าอยากทำอะไรมากที่สุด?”

“อะไร ไหนเจ้าบอกพี่ซิ”

“ฮิๆ โตขึ้นข้าจะเปิดร้านบะหมี่ แล้วจะทำบะหมี่ให้ท่านพี่กินทุกวันๆ เลย!……”

“…”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version