บทที่ 648 ขอคิดดูใหม่! (ต้น)
พวกที่ตามมารวมกลุ่มกันที่หน้าหุบเขา ทั้งเหอเหลียนเสี้ยนและคนอื่นๆ ต่างมองเยี่ยฉวนอย่างไม่เชื่อสายตา อีกทั้งไม่มีใครคาดคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะกล้าท้าทายอาจารย์ที่สาขานอกแห่งนี้!
สำหรับสถานศึกษาเต๋าอี้ เรื่องแบบนี้ไม่เคยปรากฏมานานแล้ว!
ขณะที่เยี่ยฉวนพูดจบประโยค ทันใดนั้นเองก็ปรากฏกลุ่มคนขึ้นในพื้นที่รอบข้าง คนเหล่านี้ล้วนเป็นเด็กรุ่นใหม่ทั้งสิ้นและมีขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง แน่ล่ะ พวกเขาคือศิษย์ของสาขานอกนี่
เมื่อปรากฏตัวออกมา บรรดาศิษย์สถานศึกษาสาขานอกจ้องมายังเยี่ยฉวนด้วยความรู้สึกที่แสดงออกทางสายตาแตกต่างกัน บ้างเพ่งมองด้วยแววตาบ่งบอกว่าไม่พอใจและบ้างเคลือบแคลงสงสัย ขณะที่หลายคนเห็นได้ชัดว่าเยาะหยัน
การที่อาจารย์สาขานอกถูกท้าทายเช่นนี้ไม่ว่าจะเป็นผลสำเร็จหรือไม่ก็ตาม หากกระเทือนถึงคนระดับอาวุโสขึ้นไปย่อมเกิดความขุ่นเคืองอย่างแน่นอน!
ในความคิดของคนหลายคนย่อมรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่โฉดเขลาอย่างยิ่ง!
เยี่ยฉวนเองก็รู้ในข้อนี้ ทว่ารู้ซึ้งแก่ใจด้วยว่าปัญหานี้จะไม่มีทางจบหากไม่จัดการขั้นเด็ดขาด
ทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่เสียเลย!
นี่คือจุดมุ่งหมายของเขา
ครู่ต่อมามีชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเยี่ยฉวน และแน่นอนว่าก็คือเฟิงจิ้ง
คนที่เข้ามาจ้องมองเยี่ยฉวนด้วยสายตาแน่วนิ่งพลางถาม “เจ้าอยากจะทำอะไรกันแน่!”
ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย “ข้าขอท้าประลองกับอาจารย์มู่ฉาง ท้าประลองเป็นตายน่ะขอรับ!”
เฟิงจิ้งหรี่ตาลงเล็กน้อย “รู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป?”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “ขอรับ!”
เฟิงจิ้งพูดเสียงห้วน “กลับไปเสีย แล้วข้าจะถือว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้น!”
หากคนตรงกันข้ามสั่นศีรษะปฏิเสธหนักแน่น “ข้าไม่ไป!”
พลันสีหน้าของผู้ฟังแปรเปลี่ยนแววตาเย็นชาทันที “ดูเหมือนเจ้าจะไม่ได้จดจำสิ่งที่ข้าเคยบอกตั้งแต่แรกเลยสินะ”
เยี่ยฉวนบิดมุมปากพูดอย่างเย้ยหยัน “คำพูดของอาจารย์เฟิงจิ้งข้าจดจำได้ขึ้นใจ อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่เข้ามาในสถานศึกษาข้าตกเป็นเป้าหมายตลอดเวลาไม่ว่าที่ไหนหรือเวลาใด ครั้งแรกก็ถูกคนสามคนขั้นทลายสุญตารุมทำร้ายและคนกล้าแกร่งปริศนาที่ถูกส่งมาสังหารข้าในก้นเหวนั่นก็อีก ถ้าข้าไม่มีไม้ตายซ่อนเร้นไว้เห็นทีคงไม่เหลือรอดเป็นตัวเป็นตนอย่างที่เป็นอยู่แน่!”
เมื่อพูดถึงตอนนี้เขาก็เบนหน้าไปยังเทือกเขาไกลออกไป “มู่ฉาง อยู่ไหนล่ะ อยากให้ข้าตายนักไม่ใช่หรือ? ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วไง ถ้ามีความเป็นลูกผู้ชายก็โผล่หัวออกมาสิ อย่าดีแต่ใช้ลูกไม้สกปรกลับหลังคนอื่นอย่างนี้”
ขณะที่เฟิงจิ้งขยับเตรียมจะพูดนั้นเอง ทว่าในเวลาต่อมาชายชราอีกสองคนโผล่ออกมายืนอยู่ที่ด้านข้างแล้ว
หนึ่งในสองก็คือมู่ฉางจริงๆ ส่วนอีกคนสวมผ้าคลุมสีดำหน้านิ่งแววตาเย็นเยือก
มู่ฉางแสยะปากถามเยี่ยฉวน “อะไรกัน? ตระกูลของเจ้าไม่เคยสั่งเคยสอนให้รู้จักการเคารพผู้หลักผู้ใหญ่หรือยังไง?”
พลันชายหนุ่มยกกระบี่ที่ถืออยู่ขึ้นชี้ไปตรงหน้าอีกฝ่าย “มู่ฉางอย่ามัวพล่ามไร้สาระ ตอบมาว่าจะสู้หรือไม่!”
“สามหาว!”
เสียงชายชราที่อยู่ข้างมู่ฉางตวาดอย่างโกรธเคือง “ในฐานะที่เป็นศิษย์กล้าท้าทายอาจารย์ เจ้ามัน……”
พลังภายในกายของเยี่ยฉวนเผยออกมาทันควัน และเป็นเวลาเดียวกันกับที่พลังปณิธานกระบี่แผ่กระจายออกโดยรอบ
เมื่อทุกคนได้ประจักษ์แก่สายตาต่างพากันนิ่งงันด้วยความตกตะลึง
เซียนกระบี่!
เจ้าหนุ่มนั่นเป็นเซียนกระบี่
สายตาของมู่ฉางมองด้วยไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น ขณะที่มือทั้งสองข้างกำหมัดเข้าหากันและสั่นน้อยๆ
การที่มีผู้สำเร็จขั้นราชันย์กระบี่ด้วยวัยไม่ถึงยี่สิบก็ว่ายากแล้ว ทว่าเซียนกระบี่ที่อายุยังไม่ครบยี่สิบเต็มหายากอย่างยิ่งยวด!
ใครก็น่าจะรู้ดีว่าราชันย์กระบี่กับเซียนกระบี่มีความแตกต่างกันมิใช่น้อย!
ชั่วขณะนั้นชายชราได้ประจักษ์แล้วว่าเหตุใดภารกิจสังหารเยี่ยฉวนของสามพี่น้องตระกูลเหลี่ยนรวมทั้งอู๋จิ้งจึงล้มไม่เป็นท่า
เช่นเดียวกับสัตว์อสูร ถ้าเขาตายย่อมดึงความสนใจจากบรรดาผู้อาวุโสแห่งสถานศึกษา นอกจากนั้นส่วนตัวของเยี่ยฉวนเองมีความแกร่งกล้ามากพอที่จะทำให้การสังหารเป็นไปได้ยากอีกด้วย
ทันใดนั้นมีเสียงของคนที่ยืนข้างมู่ฉาง ชายชราสวมผู้คลุมดำโพล่งออกมาว่า “เจ้าเป็นเซียนกระบี่!”
ขณะเดียวกันอะไรบางอย่างทำให้น้ำเสียงนั้นดูเหมือนจะอ่อนลงด้วย
เยี่ยฉวนหันไปคารวะทางชายชราสวมผ้าคลุมดำและเฟิงจิ้งพร้อมกล่าวว่า “ผู้อาวุโสข้ามิได้อยากทำตัวโอหังก่อน แต่มู่ฉางหมายเอาชีวิตข้าและส่งคนมาทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า ข้าคงทำได้อย่างเดียวจึงต้องทำเช่นนี้ขอรับ”
เมื่อได้ฟังอีกฝ่ายบอกมาเช่นนั้น ชายชราสวมผ้าคลุมดำเหลือบมองไปยังมู่ฉางที่ด้านข้างแวบหนึ่งก่อนเบนสายตากลับมาทางเยี่ยฉวน “เท่าที่ข้ารู้มา เจ้าเป็นคนลงมือสังหารหลานชายของศิษย์พี่มู่ฉาง”
เยี่ยฉวนพยักหน้าพร้อมตอบว่า “ส่วนเหตุผลที่ทำลงไปข้าว่ามู่ฉางคงไม่บอกท่าน ถ้าอย่างนั้นข้ายังจะบอกให้ฟังอีกครั้ง ตอนนั้นข้าฆ่าสัตว์อสูรตัวหนึ่ง พอหลานชายของอาวุโสมู่ฉางรู้จึงต้องการฉกฉวยเอาไปเสียเอง ข้าไม่ยอม เขาเลยพยายามสังหารข้าเพราะฉะนั้นข้าต้องสังหารเขา…”
หลังจากฟังเรื่องทั้งหมด ชายชราสวมผ้าคลุมดำหันไปถามมู่ฉาง “เจ้าจะว่ายังไง?”
คนถูกถามไม่ตอบคำ แต่กลับหันไปทางเยี่ยฉวน “เจ้ามาท้าสู้กับข้าไม่ใช่หรือ? ก็ลงมือเสียสิ!”
จากนั้นคนพูดไม่รอช้าทะยานเข้าใส่อีกฝ่ายทันที
เยี่ยฉวนที่อยู่ตรงกันข้ามมู่ฉางกระทืบฝ่าเท้าข้างขวาลงบนพื้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเงื้อกระบี่แห่งปฐพีในมือตวัดฟาดลงไปเบื้องหน้า
ฉัวะ!
พลังกระบี่ชี่พุ่งวาบอย่างโหดเหี้ยม
ตูม!!!
ท่ามกลางสายตาที่กำลังจับจ้องของทุกคน พลังปะทะได้กระแทกมู่ฉางจนร่างสั่นระริกผงะถอยไปหลายสิบชุ่น ทันทีที่คนชะงักหยุดลงกับที่พลันเยี่ยฉวนโผล่วูบเข้ามาปรากฏอยู่ตรงหน้าอีกครา ในเวลาเดียวกันฝ่ายนั้นออกปะทะซ้ำสอง
สีหน้าของมู่ฉางแปรเปลี่ยนไป ทันใดนั้นในมือข้างขวาปรากฏทวนลำยาว ขณะต่อมาทวนพุ่งออกประดุจมังกรเผ่นโผนขึ้นจากท้องสมุทรพร้อมเสือกลำทวนพุ่งเข้าปะทะกับกระบี่ของเยี่ยฉวน
ตูม!!!
ทวนยาวปะทะกับกระบี่อย่างจัง จนทำให้คนสองคนผงะถอยหลังห่างกันไปเป็นระยะทางไกล ทว่าทันทีที่มู่ฉางหยุดลงกับที่ จู่ๆ กระบี่เล่มหนึ่งก็พุ่งเข้าที่บริเวณกึ่งกลางหว่างคิ้วโดยที่คนไม่ทันตั้งตัว!
เพลงกระบี่อสนีบาต!
มู่ฉางเหลือบเห็นสีหน้าพลันเผือดวูบทันที ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองอันรวดเร็ว เขาปล่อยทวนออกจากมือและผลักฝ่ามือคู่ออกไปทันที
ตูม!!!
ที่จริงแล้วกระบี่อยู่ในมือของเขา ถึงกระนั้นเยี่ยฉวนพลันทะยานลงมาจากเบื้องศีรษะของอีกฝ่าย แสงแห่งกระบี่ส่องประกายสีทองสว่างวาบตัดลงมาอย่างหนักหน่วง
