บทที่ 658 เขาขอให้ข้าทำ!
สตรีปริศนาที่อยู่บนชั้นสี่หยุดพูดไป
เยี่ยฉวนก็เช่นกัน ตราบเท่าที่เขาไม่กระตุ้นหอคอย มันจะยังมั่นคง
เขาอยากรอดูว่าใครจะอยู่ไม่สุขก่อนกัน!
ในเวลานั้นเองเฟิงจิ้งพลันกล่าว “จงไปที่โถงรับเข้า เพื่อลงทะเบียน”
เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เขามองเฟิงจิ้งและเอ่ยถาม “ท่านผู้อาวุโส ท่านไม่ไปกับข้าหรือขอรับ?”
เฟิงจิ้งกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ข้าจะคงส่งเจ้าได้เท่านี้”
เยี่ยฉวนผงกหัวน้อยๆ “หวังว่าจะได้พบท่านอีก ท่านผู้อาวุโส!”
ด้วยเหตุนี้ ชายหนุ่มก็รีบก้าวเดินไปและหายไปที่ห่างไกลออกไป
คล้อยหลังคนหนุ่ม เฟิงจิ้งคลี่ยิ้ม แท้จริงแล้วเหล่าผู้อาวุโสจากสาขานอกต้องการจะพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่ายอดอัจฉริยะทั้งหลาย เหตุเพราะพวกเขามีอนาคตที่กว้างไกล หากฝ่ายตนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับยอดอัจฉริยะเหล่านี้ได้ พวกตนคงได้รับสิทธิประโยชน์มากมายในกาลหน้า
แน่นอนว่าสามัญชนทั่วไปคงไม่เข้าข่าย
เวลาต่อมาเฟิงจิ้งหันกลับและหายวับจากไป ขณะนี้เขาได้หว่านเมล็ดออกไปแล้ว ในระดับที่เยี่ยฉวนสามารถพัฒนาตนเอง และไม่ว่าเจ้าหนุ่มคนนั้นจะรำลึกถึงความเมตตาของเขาหลังจากนี้หรือไม่ เขาคงรู้คำตอบได้ในภายภาคหน้าเท่านั้น
..
หลังจากนั้นครู่หนึ่งเยี่ยฉวนก็มาถึงโถงรับเข้า มีชายหนุ่มนั่งอยู่ในนั้น เท้าของชายผู้นั้นวางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้า มีปากกาด้ามยาวห้อยลงมาหลวมๆ ที่มุมปากของเขา แล้วเขาก็ฮัมเพลงทำนองที่จับความไม่ได้
เยี่ยฉวนเข้าไปหา พลันคนเอกเขนกกายเงยหน้ามองเยี่ยฉวนก่อนจะกล่าว “คนมาใหม่หรือ?”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะ
อีกคนเอ่ยเสียงต่ำ “เจ้ารู้กฎระเบียบหรือไม่?”
เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ
ชายหนุ่มยื่นมือขวาออกมา “เพชรน้ำค้างสีม่วง 3,000 ก้อน!”
เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ “ข้าไม่มี!”
ได้ยินคำ คนก็หรี่ตาน้อยๆ “เช่นนั้นพวกเรามาประลองกันดีหรือไม่?”
เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ “ย่อมได้!”
ชายหนุ่มพลันใช้มือค้ำยันบนโต๊ะเบื้องหน้าตน ในเวลาเดียวกันก็เตะจากด้านข้างเข้าที่ศีรษะของเยี่ยฉวนด้วยเท้าขวา ยามที่เขาเตะออกมา สุญญากาศสั่นสะท้านไปพร้อมๆ กัน ซึ่งมันดูน่าหวั่นเกรงยิ่งนัก
เยี่ยฉวนใช้มือซ้ายปัดป้องด้วยสัญชาตญาณ
เปรี้ยง!
เสียงอึกดังสะท้าน เยี่ยฉวนถอยไปเป็นแนวกว่าสิบจั้ง
พลังแข็งแกร่งยิ่งนัก!
นี่คือสิ่งที่เยี่ยฉวนรับรู้ได้ในเวลานี้ ตอนนี้เขาเชื่อในสิ่งที่เฟิงจิ้งเคยกล่าวไว้แล้ว!
ที่นี่หาได้มีผู้อ่อนแอแม้แต่คนเดียว!
ไม่ห่างออกไปนัก คนออกปากท้าตบมือตนเสียทีหนึ่งราวหนึ่งอะไรได้ พลันจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “เจ้าอ่อนแอนักหรือ? มิใช่ว่าเจ้าใช้เส้นสายเพื่อเข้าที่นี่หรือ?”
เยี่ยฉวนกางฝ่ามือออก กระบี่พลันปรากฏขึ้นในมือ
เมื่อเห็นภาพนี้ อีกฝ่ายเกิดความสนอกสนใจขึ้นมาในทันที “เยี่ยมยอด เจ้าเป็นผู้ฝึกวิชากระบี่! จงเข้ามา ให้ข้าได้เห็นฝีมือของเจ้า!”
คนฟังพลันจับกระบี่เอาไว้และกระโจนขึ้นง้างฟาดกระบี่ลงไป
เมื่อเยี่ยฉวนจู่โจม ดวงตาของชายหนุ่มก็เขม้นหรี่เล็กลง แววตาแสดงออกถึงความหนักหน่วงยามรับการโจมตีนี้ออกมา ไม่ช้า เขาใช้มือขวาส่งหมัดออกไป แล้วเงาสัตว์อสูรมายาก็ปรากฏขึ้นในบัดดล
ตู้ม!
ยามเมื่อเสียงดังกึกก้องไปทั่ว ทั้งสองล่าถอยออกไปอย่างรุนแรงในทันที
ไม่นาน ทั้งคู่ก็หยุดลง ชายหนุ่มมองไปที่ฝ่ามือตัวเองที่มีรอยแผลจากกระบี่นั่นอยู่ มันเป็นแผลลึกมากเสียจนแทบจะทำให้ฝ่ามือฉีกขาด
ชายหนุ่มเงยหน้ามองเยี่ยฉวน “เซียนกระบี่งั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ
ชายหนุ่มปราดมองเยี่ยฉวนแล้วเอานิ้วชี้ออกไป จากนั้นก็มีตราสัญลักษณ์ร่วงลงมาตรงหน้าอีกฝ่าย
บนตราสัญลักษณ์นั่นมีคำเล็กๆ เขียนไว้ ‘ส่วนใน’
ตราสัญลักษณ์ของศิษย์แห่งสาขาภายใน!
ชายหนุ่มส่ายศีรษะไปมา “น่าเสียดายที่ข้าไม่อาจรีดไถเอาทรัพย์ก้อนใหญ่ได้!”
พร้อมกันนั้นเขาก็กลับไปนั่งพัก
เยี่ยฉวนพลันกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าต้องการเพชรน้ำค้างสีม่วงหรือ?”
ชายหนุ่มจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “เช่นนั้นแล้วเจ้าจะมอบให้ข้าหรืออย่างไร?”
เยี่ยฉวนยิ้มตอบ “ทำเช่นนั้นเจ้าคงไม่ได้มากนัก มันช่างประปรายและน้อยนิดนัก”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงต่ำ “เจ้าคิดว่าข้าควรหากำไรทางใดงั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนยิ้ม “ปล้น!”
ชายหนุ่มตระหนกอยู่ในที “ปล้น? ปล้นใคร?”
เยี่ยฉวนยักไหล่ “มันขึ้นอยู่กับว่าเจ้ากล้าหาญพอหรือไม่”
ชายหนุ่มมองตรงไปที่เยี่ยฉวน “ปล้นผู้คนในสาขาภายในน่ะหรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้า
ชายหนุ่มส่ายศีรษะ “เจ้าพูดจาโง่เขลา ช่างไร้สาระ ภายในนั้นไม่มีผู้ใดที่ต่อกรได้ง่าย”
คนฟังครุ่นคิดครู่หนึ่งและพูดออกมาหลังจากนั้น “ต้องจ่ายเท่าไร หากข้าต้องการให้เจ้าลองไปประมือสักครั้ง?”
ชายหนุ่มจ้องมองเยี่ยฉวนแล้วเอ่ย “หากพิจารณาจากขั้นของข้า คงต้องจ่ายด้วยเพชรน้ำค้างสีม่วงอย่างน้อย 10,000 ก้อนต่อครั้ง”
ราคาถูก!
ถูกมาก!
บัดนี้เขามีเพชรน้ำค้างสีม่วงกว่าแปดแสนก้อน เขาสามารถว่าจ้างยอดฝีมือได้!
เยี่ยฉวนครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งและเอานิ้วชี้ออกไป แหวนสัมภาระตกลงตรงหน้าของหนุ่มคนนั้น
เขามองแหวนสัมภาระนี้ ข้างในมีเพชรน้ำค้างสีม่วงอยู่ถึง 10,000 ก้อน!
ชายหนุ่มจ้องมองเยี่ยฉวน “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “อาจจะมีการต่อสู้เกิดขึ้น เจ้ากล้าพอที่จะช่วยเหลือข้าหรือไม่?”
ชายหนุ่มเงียบงันไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวตอบ “เหตุใดจะไม่ได้เล่า?”
หลังจากนั้นคนก็เก็บแหวนสัมภาระไปและมองไปที่อีกฝ่าย “ข้า เสี่ยวเก้อ”
เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ข้า เยี่ยฉวน!”
ระหว่างที่พูดไปก็เหมือนเขานึกบางสิ่งได้จึงเอ่ยออกไป “เจ้ารู้จักยอดฝีมือคนอื่นอีกหรือไม่?”
เสี่ยวเก้อขมวดคิ้วน้อยๆ “เจ้าต้องการจะว่าจ้างคนเพิ่มหรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “หากพวกเขาเต็มใจที่จะมาด้วย ให้พาพวกเขามาที่นี่”
เสี่ยวเก้อเขม้นมองอีกฝ่าย “เจ้ากำลังคิดทำการอันใดกันแน่?”
เยี่ยฉวนตอบ “ประลองยุทธ์และหยุดถามเกี่ยวกับสิ่งอื่นเสีย จงรู้แค่ว่าเพชรน้ำค้างสีม่วง 10,000 ก้อนสำหรับการต่อสู้หนึ่งครั้ง เพียงเท่านั้น!”
เสี่ยวเก้อมองไปที่อีกฝ่ายเสียทีหนึ่ง “จงรอข้าก่อน”
พร้อมกันนั้นเขาก็กลับหลังและจากไป
ไม่นานนักคล้อยหลังเสี่ยวเก้อ หญิงสาวและชายหนุ่มก็มาที่โถงรับเข้า
เยี่ยฉวนรู้จักทั้งสอง พวกเขาคือไป๋หลิงและเสี่ยวเชียนที่เคยเจอกันที่สาขานอกก่อนหน้านี้
ไป๋หลิงจ้องมองเยี่ยฉวนด้วยแววตาเย็นชาและกำลังจะเอ่ยขึ้นมา ขณะนั้นเองเยี่ยฉวนพลันชูกระบี่ขึ้นมาและฟาดขวับไปด้านหน้า กระบี่แห่งแสงที่ส่องสว่างฟาดลงไปอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของทั้งสองเปลี่ยนไป เพราะต่างก็ไม่คาดคิดว่าเยี่ยฉวนจะเปิดฉากการโจมตีโต้งๆ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ทันได้เตรียมตัว แต่ไป๋หลิงก็โต้ตอบอย่างว่องไวโดยที่คนอื่นๆ ไม่สามารถมองตามการเคลื่อนไหวของนางทัน พวกเขาเห็นเพียงแต่แส้สีดำที่หวดไปยังที่กระบี่ของเยี่ยฉวนอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
หลังเสียงกัมปนาทดังขึ้น ไป๋หลิงล่าถอยไปอย่างรุนแรงและเร็วไปถึงที่ด้านนอกโถง ยามเมื่อหญิงสาวหยุดลง กระบี่บินก็พุ่งมาที่นาง บัดนั้นกระบี่เล่มยาวพลันฟาดฟันกับกระบี่บิน
เปรี้ยง!
กระบี่บินกระเด็นออกไปในทันที!
เบื้องหน้าไป๋หลิงคือชายผู้มีนามว่าเสี่ยวเชียนซึ่งกำลังจ้องมองเยี่ยฉวนอย่างเย็นเยือก “เจ้าคิดว่าตนเองเก่งกาจมากนักหรือ? เจ้า……”
ขณะที่กำลังพูด สีหน้าของคนก็พลันเปลี่ยนไป เหตุเพราะเยี่ยฉวนที่อยู่ไม่ไกลจากกันนั้น อยู่ๆ ก็วิ่งเข้าหาจากนั้นกระบี่แห่งแสงก็ฟาดลงมาจากเหนือศีรษะตน
รูม่านตาของเสี่ยวเชียนหดเล็ก เขาขบฟันแน่นด้วยความเร่งรีบและฟันกระบี่ยาวออกไปในแนวขวาง ยามที่คนฟันออกไป สุญญากาศสั่นสะเทือน ดูข่มขวัญยิ่งนัก
ตู้ม!
กระบี่ทั้งสองกระเด็นออกไปในทันทีและเสี่ยวเชียนถอยไปกว่าสิบจั้งในพริบตา ยามที่หยุดลงเขาก็รับรู้ได้ถึงเลือดที่กำลังไหลรินออกจากมุมปาก
ในตอนนั้นเอง ทั้งเสี่ยวเชียนและไป๋หลิงล้วนแสดงท่าทางหวาดเกรงเป็นอย่างมาก
พลังของเยี่ยฉวนนั้นแตกต่างจากที่พวกเขาคาดการณ์ไว้เล็กน้อย
เวลานี้ คนอีกเจ็ดหรือแปดคนได้รวมตัวอยู่รอบๆ ทั้งหมดนั้นเป็นคนวัยเยาว์ทั้งสิ้น แน่นอนว่าพวกเขาล้วนเป็นศิษย์แห่งสาขาภายใน!
ในหมู่ชนเหล่านั้น หลายๆ คนกำลังจ้องมองไปที่เยี่ยฉวนหัวจรดเท้าด้วยความสงสัยใคร่รู้ เหตุเพราะเขานั้นดูไม่เป็นที่คุ้นตานัก
เยี่ยฉวนไปทางคนทั้งสองและเหยียดยิ้ม “พวกเจ้าทั้งสองคงไม่ร่วมกันทำร้ายข้าใช่หรือไม่?”
ได้ยินเช่นนี้คนทั้งหลายก็จ้องมองไปที่ไป๋หลิงและเสี่ยวเชียน ซึ่งสีหน้าของหนุ่มสาวสองคนนั้นก็ดูน่ากลัวขึ้นมา เยี่ยฉวนกล่าวแฝงความตกตะลึงเล็กน้อย “เจ้าไม่ได้จะประมือกับข้าแบบสองต่อหนึ่งใช่หรือไม่?”
เสี่ยวเชียนจ้องเขม็งไปที่เยี่ยฉวนและยิ้มเยาะ “พวกข้าจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันสู้กับเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนว่าพลางยิ้ม “ท่านช่างกล้าหาญนัก ข้าชอบ”
เห็นเช่นนั้นแล้ว เยี่ยฉวนก็หายไปจากพื้นที่นั้นโดยพลัน และยามที่ปรากฏกายอีกครั้ง เจ้าตัวก็อยู่เบื้องหน้าเสี่ยวเชียนแล้ว ขณะนั้นเองที่เสี่ยวเชียนเห็นกระบี่แห่งแสง
ท่วงท่านั้นช่างเรียบง่ายและรวดเร็ว!
เสี่ยวเชียนไม่ได้เลือกที่จะหลบ ทว่าเลือกที่จะต้านทานมัน เขากระทืบเท้าขวาของเขาในทันทีและจากนั้นผืนดินก็แตกร้าวในฉับพลัน ในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็จับกระบี่ด้วยมือทั้งสองก่อนจะฟันไปด้านหน้าอย่างว่องไว
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่นเลื่อนลั่นสะท้านไปทั่วทั้งพื้นที่ จากนั้นภายใต้สายตาของเหล่าผู้คนทั้งหลาย เสี่ยวเชียนกลับล่าถอยออกมาอย่างรุนแรงเป็นแนว ในเวลาเดียวกันเลือดก็ทะลักออกมาจากปากของเขาไม่รู้จักหยุด
เมื่อเห็นเช่นนี้ เหล่าศิษย์ที่อยู่ในพื้นที่นั้นพลันจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน แววตาของพวกเขาแฝงไปด้วยความตื่นตระหนกกันถ้วนทั่ว
ไม่ห่างออกไปนัก หลังจากที่เสี่ยวเชียนหยุดลง เขาเช็ดจัดการเลือดที่มุมปากออก ในขณะที่กำลังจะกล่าวอะไรออกไป กระบี่บินก็มาถึงแสกหน้าของเขาอย่างไร้เค้าลาง
เพลงกระบี่อสนีบาต!
บัดนี้มันเป็นที่ประจักษ์ว่าการที่เยี่ยฉวนใช้เพลงกระบี่อสนีบาต ย่อมหมายถึงเขาได้บรรลุขีดสูงสุดของความสมบูรณ์แบบแล้ว!
ยามที่เยี่ยฉวนออกแรงกดกระบี่ลงไปที่แสกหน้าของเสี่ยวเชียน รอบด้านพลันเงียบงันลงไป
เสี่ยวเชียนจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่ายอย่างไม่วางตา เขาไม่เอ่ยสิ่งใดและไร้ซึ่งความขลาดกลัวบนใบหน้า
เยี่ยฉวนเข้าไปหาเสี่ยวเชียน เหมือนกับกำลังตรึกตรองบางสิ่ง เขาพลันหันศีรษะไปทางชายผู้หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลแล้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม “ฆาตกรมีสิทธิ์ที่จะอยู่ที่นี่ด้วยหรือ?”
ชายผู้นั้นจ้องมองกลับมาและเอ่ย “ย่อมได้ เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายมาก ในกรณีที่ไม่ร้ายแรงนัก คนเหล่านั้นเพียงได้รับโทษอย่างหนัก และในกรณีร้ายแรง คนเหล่านั้นจะถูกขับไล่จากสถานศึกษา!”
ถูกขับไล่จากสถานศึกษา!
เยี่ยฉวนพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะเผชิญหน้ากับเสี่ยวเชียนและไป๋หลิงแล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เหล่าคนที่รู้จักข้ารู้ว่าข้าเป็นคนที่มีเหตุมีผลอย่างมาก และมีการควบคุมอารมณ์ที่ดี ข้าไม่ได้อยากเป็นคนโหดเหี้ยม เอาเช่นนี้หรือไม่ เพชรน้ำค้างสีม่วงสองแสนก้อนแลกกับชีวิตพวกเจ้า? พวกเจ้าไม่เสียหายอะไรใช่หรือไม่?”
เพชรน้ำค้างสีม่วงสองแสนก้อน!
ได้ยินเช่นนั้น ท่าทางของทุกคนรอบๆ ก็ดูพิลึกขึ้นมา
ในสาขาภายในนี้เพชรน้ำค้างสีม่วงนั้นมีค่ามากยิ่งและมีความสำคัญเป็นอย่างมากเช่นกัน เหตุเพราะการที่จะเข้าหอคอยเพลิงอินทนิลไปบำเพ็ญเพียรนั้น เพชรน้ำค้างสีม่วงเป็นสิ่งจำเป็นและมันเป็นการยากที่จะหามาได้ ฉะนั้นในสาขาภายในนั้นมันจึงเป็นสิ่งมีค่ายิ่งนัก
ราคาตายตัวที่เยี่ยฉวนเสนอนั้นคือเพชรน้ำค้างสีม่วงสองแสนก้อน เขาเรียกร้องราคาที่สูงมากเกินไป!
เบื้องหน้าของเยี่ยฉวนนั้น เสี่ยวเชียนจ้องเขม็งมาทางเข้า “เจ้ากำลังหลงผิดคิดตนเขื่องหรืออย่างไร?”
เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าหมายความว่า เจ้าคิดว่าเพชรน้ำค้างสีม่วงสองแสนก้อนนั้นมีค่ามากกว่าชีวิตเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
เสี่ยวเชียนมองเยี่ยฉวนนิ่ง แล้วรอยยิ้มเยาะก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า “เยี่ยฉวน เจ้ากล้าเล่นงานข้าหรือ!”
เยี่ยฉวนนิ่งเงียบไป
รอยยิ้มของเสี่ยวเชียนดูโหดเหี้ยมขึ้นมา “ข้าขอให้เจ้าจงเข้ามาเสีย!”
ในฉับพลัน เยี่ยฉวนก็ฟาดกระบี่ลงไป
ฟึบ!
ภายใต้สายตาของผู้คนทั้งหลาย แขนขวาของเสี่ยวเชียนหลุดกระเด็นออกไปอย่างรวดเร็ว และเลือดก็ทะลักพรวดออกมาราวน้ำตก!
เมื่อเห็นภาพนี้ทุกคนล้วนตะลึงงันไป
เขาจู่โจมอย่างหวังปลิดชีพ?
เบื้องหน้าของเสี่ยวเชียนนั้น เยี่ยฉวนมองไปรอบๆ และกล่าวอย่างไร้เดียงสา “ฟ้าดินเป็นพยานแล้วนะ เขาขอให้ข้าปลิดชีพเอง”
