Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 657


บทที่ 657 ข้าไม่อยากได้! (ปลาย)

“ไล่ออกจากสถานศึกษาเลยเป็นอย่างไร?” เสียงชายวัยกลางคนทะลุกลางปล้องขึ้นมาลอยๆ

ทุกคนจึงอึ้งไป

เฟิงจิ้งแย้งทันที “คนที่เป็นยอดฝีมือชั้นเลิศเช่นนี้ ถ้าเต๋าอี้ดูแลช่วยให้เขาพัฒนาขั้นพลังได้ ต่อไปจะกลายเป็นคนที่กล้าแกร่งยิ่งคนหนึ่ง ทว่าหากเราไล่เขาออกไปกลับจะกลายเป็นทำให้เขาเกิดความชิงชังต่อสถานศึกษาเต๋าอี้ของเรา อีกทั้งคนภายนอกจะพลอยดูถูกเหยียดหยามเราไปด้วยน่ะสิ!”

หัวหน้าผู้อาวุโสจึงกล่าวเสียงแผ่ว “ถ้างั้นคงไม่ต้องบอกว่าให้เขาตายไม่ได้ ตอนนี้ก็ปล่อยให้เขาไปไหนไม่ได้เหมือนกัน……”

เฟิงจิ้งพูดต่อว่า “พวกท่านลองคิดดู คนผู้นี้ครอบครองสมบัติล้ำค่าชั้นยอดแสดงว่าเขาต้องมีของล้ำค่ามากมหาศาล อีกอย่างคนผู้นี้มีความเป็นยอดฝีมือชนิดหาตัวจับยากและสมรรถนะในการต่อสู้ที่เก่งฉกาจนัก การที่เรามีคนอย่างนี้อยู่ในสถานศึกษาเต๋าอี้ ไม่ใช่เรื่องเสียหายต่อสถานศึกษาเลยสักนิดเดียว ถ้าสมบัตินั่นยังอยู่ที่เขาและเขาอยู่ในเต๋าอี้กลับยิ่งเป็นเรื่องดี เพราะเท่ากับสมบัตินั่นอยู่ในสถานศึกษาเราไม่ใช่หรือ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันไปมาดูเหมือนคำกล่าวยืดยาวนั้นฟังสมเหตุสมผลไม่น้อย

เสียงคนพูดต่อไปว่า “ข้ามีความเห็นว่าก่อนอื่นเราจะต้องตามหาตัวคนที่สังหารรองอาจารย์ใหญ่หวังและมู่เหลี่ยนให้ได้เสียก่อน คนที่กล้าลงมือในเขตสถานศึกษาและกระทำโดยไม่มีใครรู้ใครเห็น ข้าคิดว่ามันมีเจตนาจะยั่วยุสถานศึกษาเต๋าอี้เป็นแน่!”

ลิ่วหัวพยักหน้า “เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ให้รู้แน่ชัดโดยเร็ว คนที่กล้าลงมือสังหารคนของสถานศึกษาเต๋าอี้และเป็นคนที่ถูกคุมขังอยู่ในคุกมืดด้วยนี่สิ ถ้ายังจัดการไม่ได้ รู้ไปถึงไหนพวกเราจะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะเอาเท่านั้น!”

คนหัวหน้าผู้อาวุโสพลันพูดขึ้นว่า “ข้าจะส่งคนออกไปสืบให้รู้ความจริง ส่วนเจ้าหนุ่มเยี่ยฉวนเขาเป็นยอดฝีมือหาตัวจับยาก ทำให้เขาเข้าเป็นศิษย์สาขาในโดยเร็ว”

“ใช้ทางตรงงั้นหรือ?” เสียงสตรีถามมาจากอีกด้าน

ชายชราตอบเสียงเคร่งขรึม “ถูก!”

สตรีหน้าตาสะสวยนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้า “จริงสิ เขาเป็นยอดฝีมือ คนที่เป็นยอดฝีมือสามารถเข้าสาขาในด้วยวิธีทางตรงได้”

ว่าแล้วสตรีหันไปพูดกับเฟิงจิ้งซึ่งยืนอยู่ถัดไปนั้นเองว่า “ฝากท่านช่วยจัดการด้วย!”

เฟิงจิ้งผงกศีรษะ “ได้!”

หลังจากนั้นเขาก็หันกลับออกไปทันที

ต่อมาทุกคนทยอยออกจากหอโถงจนหมด มีเพียงหัวหน้าผู้อาวุโสอยู่เพียงลำพัง

ขณะนั้นเขากวาดสายตาไปทั่วบริเวณ สีหน้าเย็นชาขึ้นทีละน้อยไม่มีใครรู้ว่าภายในใจของเขากำลังอะไรอยู่

ณ ลานไป้กั๋ว

เฟิงจิ้งเดินเข้าไปหาเยี่ยฉวน เมื่อพบกับเจ้าตัว ชายชรายิ้มทักทาย “เตรียมตัวได้แล้ว และตามข้าไปสาขาใน”

ชายหนุ่มได้ยินเข้าถึงกับชะงักหยุด จากนั้นจึงรีบถามอีกฝ่าย “ข้าเข้าสาขาในได้แล้วงั้นหรือขอรับ?”

เฟิงจิ้งพยักหน้า “หัวหน้าผู้อาวุโสเป็นคนสั่งการเอง ไม่ได้ล้อเจ้าเล่นแน่นอน!”

หัวหน้าผู้อาวุโส!

เยี่ยฉวนรับคำเบาๆ “ขอรับ” โดยไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร

ชายชราผู้มาเยือนหัวเราะ “เมื่อเข้าไปอยู่ที่สาขาใน เจ้าจึงสามารถใช้หอคอยเพลิงอินทนิลในการฝึกฝนการบ่มเพาะพลังชี่ได้ การฝึกที่นั่นจะเร่งรัดให้การพัฒนาขั้นพลังของเจ้าเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่านัก อีกทั้งเจ้ามีโอกาสจะได้ครอบครองอัญมณีเพชรน้ำค้างด้วย ซึ่งเป็นการดี วันข้างหน้าเจ้าจะรู้เอง! เอาละรีบไปได้แล้ว เตรียมตัวให้พร้อม”

เยี่ยฉวนไม่รอช้ารีบผลุนผลันออกไปทันที

ระหว่างที่กำลังเดินทางไปนั้นสีหน้าของชายหนุ่มกลับหม่นหมอง ด้วยสัญชาตญาณบอกกับตนเองว่าหัวหน้าผู้อาวุโสไม่ต้องการให้เขาไปอยู่ที่สาขาใน ทว่าอยากให้เขาอยู่ที่สถานศึกษาเต๋าอี้แห่งนี้

ตอนนี้เขาค่อนข้างมั่นใจว่าหวังเชี่ยนหยาและมู่เหลี่ยนต้องถูกใครสักคนในสถานศึกษาเต๋าอี้ลอบสังหารเป็นแน่

การไปเข้าสาขาในเกรงว่าจะยิ่งกลายเป็นปัญหาหนักสิไม่ว่า!

ทว่าถ้าเขาหนีไปให้ไกลเสียตอนนี้ ปัญหาก็มีแต่จะยิ่งเพิ่มขึ้น!

ด้วยเมื่อใดที่เขาหนีไป คนในสถานศึกษาเต๋าอี้จะยิ่งมั่นใจว่าสมบัติล้ำค่ายังอยู่ที่ตัวเขา และเมื่อถึงตอนนั้นเขาจะมีศัตรูเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่งก็คือสถานศึกษาเต๋าอี้นั่นเอง!

ถ้าเขาอยู่ในสถานศึกษาเต๋าอี้ อย่างน้อยที่นี่ยังรู้สึกกระดากใจและไม่กล้าขัดแย้งกับตัวเขาอย่างเปิดเผย! มิหนำซ้ำการที่ตนยังอยู่ที่สถานศึกษาเต๋าอี้ คนภายนอกก็ยังกระดากใจที่จะลงมือด้วย!

เมื่อคิดเช่นนี้แล้วชายหนุ่มจึงได้ตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป

ปรับตัวไปตามสถานการณ์!

ราวครึ่งชั่วยาม เยี่ยฉวนเดินตามเฟิงจิ้งออกจากลานไป้กั๋ว

และแล้วเฟิงจิ้งได้นำเยี่ยฉวนขึ้นไปถึงยอดเขา เบื้องหน้าคนทั้งสองปรากฏค่ายกลประทีป ซึ่งคะเนความกว้างหลายฉื่อทีเดียว

ค่ายกลเคลื่อนย้าย!

จากนั้นเฟิงจิ้งได้นำชายหนุ่มเข้าไปยังค่ายกลเคลื่อนย้าย ต่อมาค่ายกลเริ่มสั่นทีละน้อย และแล้วคนทั้งสองหายวับเข้าไป

ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดเมื่อตนเองและเฟิงจิ้งมาถึงป่ารกทึบแห่งหนึ่ง พลันมีเสียงเฟิงจิ้ง ซึ่งขณะนั้นยืนอยู่อีกด้านหนึ่งหัวเราะเบาๆ “เอาละพวกเรามาถึงสาขาในแล้ว ที่นี่สาขาในมีศิษย์ไม่มากนักแค่ 32 คนเท่านั้น ทว่าทั้ง 32 คนล้วนเป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะและสัตว์อสูรที่เหนือสัตว์อสูร”

ว่าแล้วคนทั้งสองพากันเดินออกจากบริเวณที่เป็นป่ารกชัฏ ทันทีที่ก้าวออกจากแนวป่าพลังไอร้อนชนิดหนึ่งพุ่งเข้ามาปะทะร่างของทั้งสองคน

เยี่ยฉวนแหงนมองจึงพบว่าเหนือขึ้นไปปรากฏเป็นหุบเขาใหญ่มหึมา บริเวณตรงกลางมีหอคอยตั้งตระหง่านซึ่งกำลังพ่นเปลวเพลิงลุกโชติช่วง หอคอยแห่งนี้คะเนความสูงน่าจะสิบจั้งเศษเห็นจะได้ ตลอดทั่วทั้งผนังของหอคอยปรากฏเปลวไฟแลบเลียออกมาด้วยเช่นกัน จึงเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจต่อผู้พบเห็นในขณะนี้อยู่ไม่น้อย

คนที่ยืนข้างคงจะสังเกตเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เฟิงจิ้งส่งเสียงหัวเราะแผ่วเบา “หอคอยเพลิงอินทนิล! เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ยอดอัจฉริยะมากมายต้องการเข้าร่วมกับสถานศึกษาเต๋าอี้ก็เพราะหอคอยเพลิงอินทนิลแห่งนี้นั่นเอง! ด้วยถ้าได้ทำการฝึกบ่มเพาะพลังชี่ภายในหอคอยจะเร่งรัดพลังได้อย่างรวดเร็วกว่าฝึกจากภายนอกหลายเท่านัก นอกจากนั้นอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงในหอคอยยังช่วยเก็บกักสภาพทางกายภาพ พลังความแกร่งกล้าของจุดตันเถียนและกระดูกในร่างกาย”

คนพูดหยุดเล็กน้อยขณะเหลือบมองเยี่ยฉวนอีกครั้ง “ถึงอย่างไรการจะอยู่ในหอคอยเพลิงอินทนิลได้นั้นมิใช่เรื่องง่าย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสมรรถนะของตัวผู้ฝึกเอง”

เยี่ยฉวนพยักหน้าน้อยๆ ขณะที่กำลังจะอ้าปากถามออกไปนั้นเอง ทันใดนั้นมีเสียงของใครบางคนดังขึ้นในหัวของเขา “กฎแห่งเต๋าในนั้น!”

ชายหนุ่มชะงักนิ่ง สีหน้าออกงุนงง

มิใช่เสียงของยอดยุทธ์ที่ชั้นสองทว่าเป็นเสียงของคนลึกลับบนชั้นที่สี่

พลันเยี่ยฉวนโต้กลับเสียงที่เกิดขึ้นในใจว่า “ข้าไม่สนใจหรอกว่าจะมีกฎต๋งกฎเต๋าอะไรอีก ข้าไม่อยากได้ บอกแล้วไงว่าไม่อยากได้และไม่สนแล้วด้วย!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version