บทที่ 696 ไม่ว่าผู้ใดที่ฝ่าฝืนจำต้องตาย! (ปลาย)
ด้านหลังชายชรานั้นมีชายสองคนอยู่ในชุดคลุมสีดำ
หัวหน้าผู้อาวุโสนำเยี่ยฉวนมาหาชายชรา ซึ่งอีกฝ่ายก็จับตามองไปเยี่ยฉวน มองตั้งแต่หัวจรดเท้า! “เจ้าเป็นเซียนกระบี่ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี และความสามารถในการต่อสู้ของเจ้านั้นก้าวไกลกว่าเซียนกระบี่ทั่วไปยิ่งนัก เจ้าคู่ควรพอที่จะมีสายเลือดของตระกูลตู๋กูของพวกเรา!”
เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้มเย็น “ข้าขอทราบได้หรือไม่ว่าในตระกูลตู๋กูของท่านมีเซียนกระบี่อยู่กี่คน?”
ชายชราในชุดคลุมผ้าไหมตอบเสียงทุ้ม “ไม่มีเซียนกระบี่ในหมู่ชนรุ่นเยาว์”
ได้ยินเช่นนั้นรอยยิ้มของเยี่ยฉวนก็ดูจะสดใสขึ้นมา “เช่นนั้นแล้วสายเลือดของตระกูลตู๋กูเกี่ยวข้องอันใดกับข้อเท็จจริงที่ว่าข้าเป็นเซียนกระบี่หรือขอรับ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายชราในชุดคลุมผ้าไหมก็หรี่ตาลง แววตาของเขาดูเย็นชาขึ้นมา
บรรยากาศภายในบริเวณนี้ดูจะเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
ในเวลาต่อมาชายชราในชุดคลุมผ้าไหมก็กดเสียงต่ำ “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะทิ้งลมหายใจไปกับเจ้า จงส่งมอบสมบัติให้ข้าและตามข้ากลับมาที่ตระกูลตู๋กูเสีย”
น้ำเสียงของเขาดูหนักแน่นและยากที่จะหักล้าง!
เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “แล้วหากข้าไม่เชื่อฟังท่านล่ะ?”
ชายชราในชุดคลุมผ้าไหมยิ้มเยาะ “เจ้าจะลองดูก็ได้นะ แล้วรอดูว่าสถานศึกษาเต๋าอี้จะปกป้องเจ้าได้หรือไม่!”
อีกด้านหนึ่ง หัวหน้าผู้อาวุโสพลันเอ่ยขึ้น “ท่านผู้นำ เขาเป็นชายผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นแม้จะอยู่ในดินแดนสวรรค์ ตระกูลตู๋กูจะรับเขาเข้าไปไม่ได้หรือ?”
ชายชราในชุดคลุมผ้าไหมเงียบงันไป
แท้จริงแล้วตระกูลตู๋กูได้ตรวจสอบเกี่ยวกับเยี่ยฉวนมาพักหนึ่ง พวกเขานั้นตื่นตะลึงกับพรสวรรค์ของชายหนุ่มผู้นี้เช่นกัน
หากคนผู้นี้อยู่ในตระกูลตู๋กูเป็นธรรมดาที่จะมีประโยชน์ต่อตระกูลตู๋กู
กระนั้นไม่มีผู้ใดในตระกูลตู๋กูที่อาจหาญพอจะรับเยี่ยฉวนเข้ามา
เหตุเพราะมารดาของเยี่ยฉวนยังคงถูกจองจำอยู่ในสถานล้างบาป ไม่เพียงเช่นนั้น เป็นเพราะนางทำให้ตระกูลชั้นสูงอื่นในดินแดนสวรรค์ นั่นคือตระกูลกู้ เกิดความเคียดแค้นกันระหว่างตระกูล หากตระกูลตู๋กูรับเยี่ยฉวนเข้ามาจะทำให้ตระกูลกู้ไม่พอใจ
ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลตู๋กูก็หวั่นเกรงว่าเยี่ยฉวนจะเติบโตอย่างเต็มที่และกลายเป็นศัตรู
พวกเขาไม่ต้องการทำคุณบูชาโทษ!
ฉะนั้นยิ่งเยี่ยฉวนเก่งกาจเพียงไรก็ยิ่งทำให้ตระกูลตู๋กูยิ่งเกรงกลัวและรู้สึกไม่สบายใจมากยิ่งขึ้น!
ชายชราในเสื้อคลุมผ้าไหมคืนสติ เขาจ้องมองไปที่เยี่ยฉวนและกล่าวเสียงต่ำ “จงส่งสิ่งของต่างๆ มาและติดตามข้ากลับไปที่ตระกูลตู๋กู ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะมีชีวิตรอด!”
เจ้าอาจจะมีชีวิตรอด!
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหัวหน้าผู้อาวุโสถึงกับขมวดคิ้ว ตระกูลตู๋กูเสียสติไปแล้วหรือ?
หากผู้มีพรสวรรค์อย่างเยี่ยฉวนสามารถอยู่ในตระกูลตู๋กูได้และได้รับการฝึกฝนอย่างดี เขาคงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดในภายภาคหน้าเป็นแน่
กระนั้นตระกูลตู๋กูกลับต้องการที่จะสังหารเขาอย่างมาก!
เบื้องหน้าชายชราในชุดคลุมผ้าไหม เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “แท้จริงแล้วท่านรู้อยู่แก่ใจว่าหากข้ากลับไปกับท่าน ข้าคงไม่มีโอกาสอื่นใดนอกจากถูกปลิดชีพหรือมีชีวิตอยู่ในนรกทั้งเป็นใช่หรือไม่ขอรับ?”
ชายชราในชุดคลุมผ้าไหมปรายตามองเยี่ยฉวนอย่างเย็นชา “ข้าเข้าใจในสิ่งที่เจ้าสื่อ!”
ขณะที่เขาเอ่ยก็หยัดตัวลุกขึ้นมา “เจ้าจะได้เห็นดีกันว่าสถานศึกษาเต๋าอี้จะสามารถปกป้องเจ้าและน้องสาวของเจ้าได้หรือไม่!”
บัดนั้นเยี่ยฉวนพลันลุกขึ้นและฉีกยิ้ม “เหตุใดท่านจึงดึงน้องสาวของข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เล่าขอรับ?”
ชายชราในชุดคลุมผ้าไหมยิ้มเยาะ “ไม่ว่าเจ้าหรือน้องสาวของเจ้าก็ไม่อาจหนีพ้น! ข้า……”
จากนั้นเยี่ยฉวนผู้ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาอยู่ๆ ก็ชักกระบี่ออกมาและฟันฉับออกไป
กระบี่ในมือของเยี่ยฉวนคือกระบี่เซียนหลิง การฟาดฟันนี้เป็นการผสานรวมกับกระบวนท่าหนึ่งกระบี่ชี้ชะตาและกระบวนท่าชักกระบี่
ยามที่กระบี่ของเขาถูกดึงออกมาทั่วทั้งโรงชาพลันทลายลง ไม่เพียงเช่นนั้น แม้แต่พื้นที่ว่างโดยรอบก็แตกร้าวไปในทันที
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเยี่ยฉวนจะโจมตีอย่างสายฟ้าแลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายชราที่อยู่ในชุดคลุมผ้าไหม ฉะนั้นเขาจึงมิได้โต้ตอบจนกระทั่งเยี่ยฉวนฟาดฟันลงมา
ทว่าในเวลานั้นมันสายไปแล้วที่เขาจะโต้ตอบ
ฉะนั้นคนชราจึงทำได้เพียงโบกมือขวาออกไปด้วยสัญชาตญาณ เพื่อที่จะต้านทานกระบี่ของเยี่ยฉวน
กระบี่ของเยี่ยฉวนฟาดลงไป
ตู้ม!
ร่างของมนุษย์ผู้หนึ่งกระเด็นลอยหวือออกไปอย่างรวดเร็ว และหยุดลงราวร้อยจั้งห่างออกไป บ้านเรือนหลายหลังที่ร่างนั้นลอยผ่านไปถูกทำลายไปตามๆ กัน
ร่างนี้จะเป็นผู้อื่นใดเป็นไม่ได้นอกเสียจากชายชราในชุดคลุมผ้าไหม
มากกว่าร้อยจั้งห่างออกไปในเวลาที่ชายชราในชุดคลุมผ้าไหมหยุดลง กายเนื้อของเขาก็สลายไป ในเวลาเดียวกันพื้นดินเบื้องใต้ฝ่าเท้าของเขาก็แตกออกทันที
ชายชราในชุดคลุมผ้าไหมมองไปที่ดวงวิญญาณของตนและตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก กายเนื้อของเขาถูกทำลายไปโดยการโจมตีของชายอายุน้อยผู้นี้จริงๆ!
ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
อีกฝ่ายทำลายกายเนื้อด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
เป็นอัจฉริยะผู้ที่มีพรสวรรค์จนน่าตื่นตะลึง!
ชายชราในชุดคลุมผ้าไหมจ้องมองเยี่ยฉวนจากที่ที่ห่างออกไป เขารู้สึกราวกับมีคลื่นทะเลซัดสาดอยู่ในหัวใจ
ไม่เพียงชายชราในชุดคลุมผ้าไหมเท่านั้น แม้แต่หัวหน้าผู้อาวุโสก็ตื่นตะลึงอยู่ข้างๆ
เขาตระหนักว่าความสามารถในการต่อสู้ของเยี่ยฉวนนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก และชายหนุ่มผู้นี้ยังสามารถเอาชนะยอดฝีมือในขั้นพลังจุดกำเนิดได้อย่างง่ายดาย กระนั้นเขาไม่คาดคิดว่าพลังของเยี่ยฉวนจะเติบโตถึงขั้นนี้ในเวลาอันสั้น!
เหตุเพราะชายชราในชุดคลุมผ้าไหมที่อยู่อีกด้านนั้นอยู่ในระดับเดียวกันกับเขา!
ทว่าเขากลับไม่สามารถต้านทานการโจมตีของเยี่ยฉวนได้หรือ?
ในเวลาเดียวกันนั้นเยี่ยฉวนเดินเข้าไปหาชายชราในชุดคลุมผ้าไหมพร้อมกับกระบี่ในมือตน เขามีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า ทว่ารอยยิ้มนั้นดูน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
จากนั้นรอยยิ้มของเขาก็ดูโหดเหี้ยมขึ้นทีละน้อย ชายหนุ่มวาดกระบี่ชี้ไปที่ชายชราในชุดคลุมผ้าไหม “ข้าไม่ใครสนใจตระกูลตู๋กูของท่าน หากท่านกล้าดีที่จะทำอันตรายกับน้องสาวของข้า ท่านจะกลายเป็นศัตรูของข้าไปชั่วชีวิต!”
พร้อมกันนั้นเขาก็หายไปจากตรงนั้นในทันที
สำหรับเยี่ยฉวน น้องสาวของเขานั้นเป็นสิ่งต้องห้ามพูดถึงมาตลอด!
ไม่ว่าผู้ใดที่ฝ่าฝืนจำต้องตาย!
