บทที่ 750 เขาไม่ใช่หลานข้า! (ปลาย)
เจ้าสุนัขอสูรได้ยินเข้าถึงกับโมโหทันทีและตั้งท่าจะใช้อุ้งเท้ากระทืบพื้นสักเปรี้ยง พลันนั้นเยี่ยฉวนรีบส่งเสียงปราม “เดี๋ยวสิ ใจเย็น!”
สัตว์อสูรจึงได้แต่จ้องสตรีหน้าตาหมดจดด้วยสายตาขุ่นเคือง ฝ่ายหลังพึมพำว่า “นายท่าน สัตว์อสูรของท่านท่าทางโมโหร้ายเอาการ!”
เยี่ยฉวนถึงกับอึ้ง กิริยาของนางทำให้ขุ่นเคืองอะไรเช่นนั้น! เมื่อเห็นว่าเจ้าสุนัขอสูรมีท่าทางฮึดฮัดโมโหขึ้นมาอีก ชายหนุ่มรีบออกปากทันที “ผู้อาวุโส จะเป็นไรไหมถ้าช่วยกลับเข้าหอคอยไปก่อน?”
กลับเข้าหอคอย!
เมื่อเจ้าสุนัขอสูรได้ยินคำนั้น สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนฉับพลันจากนั้นจึงสั่นศีรษะปฏิเสธรวดเร็ว “ข้าไม่ไป!”
หอคอยแห่งเรือนจำ!
เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่มันจะรู้เกี่ยวกับหอคอยแห่งเรือนจำ จึงออกจะหวาดกลัวหอคอยแห่งเรือนจำของเยี่ยฉวนตลอดมา เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่มันจะยอมกลับเข้าไปในนั้นเด็ดขาด
ฝ่ายเยี่ยฉวนนั้นเมื่อเห็นว่าเจ้าสุนัขอสูรจ้อยไม่ยอมกลับเข้าหอคอยจนแล้วจนรอด เขาทำท่านิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหาสตรีหน้าตาหมดจดพลางยิ้มแย้มก่อนจะถามว่า “แม่นาง ข้ารับปากว่าถ้านำมันเข้าไปด้วยจะดูแลไม่ให้ไปก่อปัญหา ตกลงไหม?”
สตรีหน้าตาหมดจดสั่นศีรษะและขยับทำท่าจะพูด พลันชายหนุ่มยื่นมือออกไปพร้อมกดนิ้วชี้ลงเบาๆ ทันใดนั้นวงแหวนสัมภาระทะยานวาบไปที่สตรีหน้าตาหมดจด ซึ่งฝ่ายนั้นได้สอดสายตามองเข้าไปและพบว่าในวงแหวนบรรจุด้วยอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงจำนวนห้าร้อยชิ้น!
สีหน้าของสตรีเปลี่ยนเป็นแจ่มใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะฉวยวงแหวนไปเก็บงำไว้ทันที “พอท่านนำมันเข้าไปแล้วต้องอยู่เงียบๆ อย่าปล่อยให้วิ่งเพ่นพ่านนะเจ้าคะ”
ชายหนุ่มรับปากพร้อมส่งยิ้ม “ไม่มีปัญหา!”
อีกฝ่ายค้อมศีรษะให้พลางกล่าวว่า “ถ้านายท่านต้องการซื้อสินค้าเชิญไปที่ชั้นสอง หากต้องการขายสินค้า ท่านต้องขึ้นไปที่ชั้นสามเจ้าค่ะ”
เยี่ยฉวนจึงว่า “ขอบใจ”
สตรีใบหน้าหมดจดยิ้มกว้างและตอบว่า “ยินดีเจ้าค่ะ!”
จากนั้นนางหันหลังให้และเดินกลับไป
ชายหนุ่มเหลือบมองไปยังสุนัขอสูร ขณะที่มันพึมพำเสียงขุ่น “มนุษย์หน้าโง่!”
คนได้แต่ส่ายหน้าพลางยิ้มขำ “อย่าโกรธเคืองนางเลย เจ้าเป็นถึงสัตว์อสูรพิทักษ์สำนักเซียนจะไปเอาเรื่องเอาราวอะไรกับสตรีตัวแค่นั้น”
เสียงสุนัขอสูรตรงหน้าบ่นอุบ “ข้าทำอะไร? ถ้าข้าเอาเรื่องเอาราวขึ้นมา นางถูกเขมือบจนไม่เหลือซากแน่!”
เยี่ยฉวนจึงตอบยิ้มเป็นเชิงเอาใจ “ขอรับผู้อาวุโส เจ้าเป็นผู้มีจิตเมตตาแท้!”
จากนั้นเขาจึงเดินนำตู๋กูเสวียนและสุนัขอสูรขึ้นไปยังชั้นที่สอง ทันทีที่โผล่เข้าไป สตรีคนใหม่ออกมาต้อนรับ ท่าทางนางยังเด็กมากและมีรอยยิ้มเปิดเผย “นายท่าน มีอะไรจะให้ช่วยเจ้าคะ!”
ชายหนุ่มตอบไปว่า “ข้าต้องการซื้อกระบี่!”
สตรีถามกลับมาว่า “ท่านต้องการกระบี่ชนิดใดหรือเจ้าคะ?”
เยี่ยฉวนบอกทันที “ขั้นศักดิ์สิทธิ์!”
เมื่อได้ยินคำตอบ สตรีฟังแล้วก็อมยิ้มเล็กน้อยครู่หนึ่งก่อนจะค้อมศีรษะลง “นายท่าน กรุณาตามข้ามา!”
ต่อมาสตรีได้นำเยี่ยฉวน ตู๋กูเสวียนและสุนัขอสูรมาถึงยังซุ้มพักคอยหรูหราแห่งหนึ่ง ขณะเดียวกันแขกที่เข้ามาพักจะได้รับบริการรินน้ำชารวมทั้งผลไม้วิเศษ
ภายในซุ้มพักคอย สตรีหันไปถามพลางยิ้มว่า “นายท่าน ต้องการซื้อกระบี่อย่างเดียวหรือเจ้าคะ?”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบทันทีแต่ถามกลับว่า “ที่หอวาณิชแห่งนี้มีกระบี่อยู่ทั้งหมดมากน้อยเพียงใด?”
คนตอบพลางยิ้มแย้ม “ถ้านายท่านสู้ราคา ทางเรามีไม่อั้นเท่าที่ท่านต้องการเจ้าค่ะ”
เยี่ยฉวนถึงกับนิ่งอึ้งทันทีที่ได้ยินคำตอบ!
หอวาณิชแห่งนี้มีความมั่นใจมากถึงขนาดที่กล้าพูดออกมาอย่างนั้นหรือ?”
ชายหนุ่มนิ่งคิดชั่วขณะ จากนั้นจึงเอ่ยถามกับคนตรงหน้าว่า “กระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์สามารถแลกกับอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงกี่ชิ้น?”
สาวน้อยตอบทันที “อัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงอย่างน้อยสิบล้านชิ้น มีคนหลายคนถามหากระบี่ชนิดนี้และบางครั้งมูลค่าของมันไม่อาจเทียบกับทรัพย์สินเงินทองเจ้าค่ะ!”
สิบล้าน!
เยี่ยฉวนเหยียดมุมปากยิ้มขื่นกับตนเอง รู้สึกว่าตนเองยากจนข้นแค้นขึ้นมาอีกครั้ง เวลานี้ทั้งเนื้อทั้งตัวมีอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงเพียงสามสิบสองล้านชิ้น พูดง่ายๆ อย่างมากเขาจะซื้อกระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้แค่สามเล่ม!
บางทีการสูบกลืนกระบี่เท่านี้อาจไม่เพียงพอก็ได้ เขาต้องเตรียมกระบี่ไว้อย่างน้อยสักห้าเล่ม!
ชั่วขณะหนึ่งเขาพลันฉุกคิดขึ้นได้จึงบอกอีกฝ่ายว่า “ข้าจะขายของด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้นแววตาของเด็กสาวทอประกายขึ้นมาทันที “อยากทราบว่าท่านต้องการจะขายอะไรเจ้าคะ!”
เยี่ยฉวนเผยฝ่ามือข้างขวาพลางยื่นมือออกไป และของล้ำค่าขั้นศักดิ์สิทธิ์จำนวนสี่ชิ้นได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าเด็กสาว ของทั้งหมดที่เขาได้มาครอบครองจากการสังหารกู่เชียนและคนอื่นโดยใช้หอคอยแห่งเรือนจำ แน่ล่ะเขามีของล้ำค่าขั้นศักดิ์สิทธิ์มากกว่านี้ ทว่าที่เหลือเป็นกระบี่ซึ่งจำต้องเก็บเอาไว้ใช้เอง
ขณะพิจารณาดูสิ่งของล้ำค่าทั้งสี่ชิ้นที่เยี่ยฉวนนำออกมาแสดงต่อหน้าแล้ว สตรีสาวร้องบอกออกไป “เอาชามาได้!”
ทันใดนั้น ที่ประตูปรากฏสตรีนางหนึ่งประคองกาน้ำชาอันเป็นชาร้อนแห่งจิตวิญญาณเข้ามา เพียงจิบชาครั้งเดียวชายหนุ่มรับรู้ได้ทันทีว่าชาร้อนจิตวิญญาณนี้มีความแตกต่างไปจากชาร้อนที่ตนเคยดื่ม
สตรีค้อมศีรษะพร้อมกับยิ้มน้อยๆ “ข้าลืมแนะนำตัวเอง ข้าชื่ออวี้หมัว เรียกว่าอาอวี้ก็ได้เจ้าค่ะ”
รอยยิ้มเยาะปรากฏที่มุมปากของอีกฝ่าย ขณะคิดเล่นๆ ในใจว่านี่ถ้าเขาไม่นำของล้ำค่าออกมาแสดง นางคงไม่ยอมเปิดเผยชื่อแซ่เป็นแน่
อวี้หมัวกล่าวเสียงใสว่า “นายท่าน ของล้ำค่าชิ้นนี้ไม่ใคร่พบเห็นบ่อยนัก ถ้าให้ทางเรานำออกประมูลคาดว่าจะทำกำไรให้ท่านอย่างงาม คืนนี้จะมีการจัดประมูลเสียด้วยหากท่านไม่รีบร้อนข้าสามารถจัดการนำของล้ำค่าออกประมูลภายในคืนนี้ แน่นอนว่าถ้าท่านใจร้อน ทางเราจะรับซื้อของล้ำค่าเอาไว้ในราคาตลาดเท่ากับอัญมณีเพชรน้ำค้างสิบล้านชิ้น อย่างไรก็ตามหากเป็นเช่นนั้นหมายความว่าท่านจะต้องยอมสูญเสียรายได้ไปบ้าง”
ชายหนุ่มฟังพลางครุ่นคิดชั่วขณะและเมื่อขยับจะพูดนั้น พลันมีเสียงเรียกดังมาจากอีกทางหนึ่ง “อ้าวนั่น คุณชายเยี่ยนี่นา ขออภัยที่ไม่ได้ออกมาทักทายแต่แรก”
เยี่ยฉวนหันขวับไปมองด้านหลัง ไม่ห่างไปเท่าใดชายหนุ่มคนหนึ่งเดินปรี่ตรงมา
หญิงสาวอวี้หมัวรีบหันไปคารวะต้อนรับพร้อมกับค้อมตัวลง “คารวะ นายน้อยรองเจ้าค่ะ”
ชายหนุ่มหาได้ใส่ใจต่อเด็กสาวแต่อย่างใด เขารีบตรงดิ่งไปยังเยี่ยฉวนทว่าสายตาพลันเหลือบมองไปยังตู๋กูเสวียน เมื่อได้เห็นใบหน้านั้นชัดเจนพลันมุมปากบิดยกขึ้นทันทีอีกทั้งยังส่งสายตาลวนลามมายังตู๋กูเสวียนด้วย “สมแล้วที่ติดอันดับสตรีงามแห่งดินแดนสวรรค์ เจ้าเป็นคนสวยจริงๆ ถ้าข้าได้ประทับรอยจุมพิตของเจ้า คงอายุยืนขึ้นอีกหลายสิบปีทีเดียว ฮ่าฮ่า……”
อีกด้านหนึ่ง เยี่ยฉวนอดรนทนไม่ไหวคำรามเสียงเหี้ยม “เจ้าจงใจจะมายั่วโมโหสินะ……ได้ ข้าจะช่วยหายอยาก”
จากนั้นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่ริมฝีปาก “ฆ่ามันให้เหี้ยน”
ทว่าชายหนุ่มแปลกหน้าหันมามองเยี่ยฉวนพลางยิ้มยั่ว “แน่ใจ? มั่นใจในฝีมือนักหรือไง ข้ากลัวจะแย่ ขะ……”
เสียงคนพูดสะดุดขาดห้วงลงกะทันหัน ด้วยลำแสงกระบี่พุ่งวาบเจาะทะลุเข้าที่กึ่งกลางหน้าผากพอดิบพอดี
เจ้าตัวนิ่งแข็งค้างนัยน์ตาเบิกโพลง
เสียงร้องห้ามปรามของอวี้หมัวดังลั่น “คุณชายเยี่ย เขาเป็นหลานชายของหัวหน้าผู้อาวุโสแห่งหอวาณิชว่านเป่าเจ้าค่ะ โปรด……”
อีกฝ่ายสั่นศีรษะปฏิเสธสิ้นเชิง “แต่เขาไม่ใช่หลานข้านี่”
พูดจบคนก็ประกบนิ้วมือเข้าด้วยกันและตวัดรวดเร็วสองหน
ฉัวะ! ฉัวะ! พลันแขนทั้งสองของชายหนุ่มแปลกหน้าขาดกระเด็นทันที
