บทที่ 796 ผู้เยี่ยมยุทธ์ยอมตายแต่ไม่ยอมให้ใครมาหยาม!
“ข้ารับคำท้า!”
เสียงพูดของเยี่ยฉวนประดุจเสียงระฆังใหญ่ ดังสะท้านไปทั้งโลกหล้า!
จากนั้นทั้งร่างปรากฏพลังปณิธานกระบี่พุ่งวาบออกมา ประหนึ่งหินร้อนระอุระเบิดออกจากปล่องภูเขาไฟอย่างฉับพลันทันด่วน พลังทะยานขึ้นสู่อากาศส่งให้ผืนฟ้าสั่นสะท้านสะเทือน
‘สู้!’
ความตายงั้นหรือ?
เยี่ยฉวนกลัวตายเป็นเหมือนกัน ชายหนุ่มไม่ได้อยากตาย ทว่ายอมตายดีกว่าถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้ขลาด!
ถ้าชายหนุ่มเป็นคนยากจน อ่อนแอยังดีเสียกว่า แต่จะไม่ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีและความกล้าหาญ!
ถ้าฝ่ายตรงข้ามเป็นสัตว์อสูรเฒ่าที่รู้แน่ว่าคงไม่อาจเอาชนะมันได้ เยี่ยฉวนจะหันหลังกลับแล้วหนีไปเสียโดยไม่มีลังเล
แต่นี่ศัตรูเป็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับตนเอง!
เขาจะไม่ยอมถอยแม้สักก้าวเดียว!
ถ้าทำอย่างนั้น ชายสวมชุดคลุมสีเขียวจะเสมือนปีศาจที่คอยหลอกหลอน!
สู้!
เขาไม่เคยกลัวใคร!
เยี่ยฉวนยามนี้เกิดความกระหายในการต่อสู้ อีกทั้งจิตวิญญาณแห่งกระบี่เริ่มเกิดการสั่นสะเทือนอย่างแรง ในเวลาเดียวกันเสียงหนึ่งดังขึ้นในโสตประสาท ‘นายท่าน ข้ายินดีจะร่วมต่อสู้ไปพร้อมนายท่าน’
ชายหนุ่มเหยียดมุมปากขณะเปล่งเสียงหัวเราะในใจ แหงนมองขึ้นไปยังชายสวมชุดคลุมเขียวบนอากาศ “ลงมือ!”
ว่าแล้วตัวเองรีบรุดกดฝ่าเท้าเหยียบลงไปบนพื้นอย่างแรง
ตูม!
แผ่นพสุธาแตกกระจัดกระจาย พร้อมกับร่างของเยี่ยฉวนแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงแล้วทะยานขึ้นสู่อากาศ
บนท้องฟ้า……หลังจากที่ชายคนสวมชุดเขียวสัมผัสได้ถึงพลังปณิธานกระบี่ของเยี่ยฉวนแล้ว หาได้สะดุ้งสะเทือนแม้สักน้อยกลับหัวเราะร่าเสียอีก “ฮ่าฮ่า……มาสู้ให้รู้ดีรู้ชั่วกันไปเลย!”
จากนั้นคนจับด้ามกระบี่ไว้ด้วยสองมือพร้อมกับพุ่งแทงจากข้างบนลงมายังด้านล่างอย่างรุนแรง
ฉึก!
พลันพลังปะทะเหมือนจะทำให้ทั้งแผ่นฟ้า ผืนพสุธาแตกแยกออกจากกัน ในตอนนั้น ปรากฏรอยคมกระบี่ใหญ่โตมโหฬารตัดผ่าทั่วฟ้า
ขณะที่กระบี่ของเยี่ยฉวนพุ่งเข้ามาพอดี!
จังหวะนั้นความคิดเดียวที่ผุดขึ้นในใจของเขาคือต้องสู้!
สู้เท่านั้น!
เมื่อหัวใจมุ่งมั่นอยู่กับความคิดเพียงหนึ่ง แม้กระทั่งตัวเองไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าทักษะออกกระบี่ชี้ชะตามีอานุภาพเพียงใด!
ภายหลังจากผลักกระบี่สวนแทง พลังปะทะแห่งกระบี่ดูส่งให้ทั้งเวหาแทบฉีกขาดจากกัน!
ณ อากาศเบื้องบน กระบี่ชี้ชะตากับกระบี่แบนกว้างพุ่งเข้าปะทะกันโดยตรง
ตูม!
ท้องฟ้าสั่นคลอนโยกไหว จากนั้นบังเกิดรอยร้าวไปทั่ว ในขณะเดียวกันคนทั้งสองผงะหงายต่างคนต่างทะยานไปข้างหลังจากแรงปะทะ ขณะต่อมาเมื่อเยี่ยฉวนเหินออกจากที่ ปรากฏแสงแห่งกระบี่เล่มเล็กจิ๋วที่มองแทบไม่เห็นพุ่งวาบฝ่าช่องอากาศ
ในระยะห่างไกลพอสมควร ชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวคำรามด้วยความโกรธจัด พลันเงื้อมือข้างขวาขึ้นฟาดลงเบื้องหน้าตบเข้าอย่างแรง
ตูม!
แผ่นฟ้าสั่นสะเทือนอีกครั้ง……
ขณะที่ร่างของเยี่ยฉวนละลิ่วหล่นลงสู่พื้นล่าง พลันพื้นดินสั่นสะเทือนหวั่นไหว สภาพของเขาในเวลานี้ ถึงกับกระอักเป็นโลหิตสดๆ ออกมาหลายครั้ง
ไม่ไกลออกไป ชายสวมชุดคุลมสีเขียวนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นในสภาพเดียวกัน ทว่าพลังชี่ไหลพรูตรงไปยังทั่วตัวช่วยให้เขาฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
ทุกคนได้เห็นเช่นนั้น พลันจ้านจุนและคนอื่นต่างสีหน้ากังวลใจยิ่ง พวกเขาจึงหันไปมองเยี่ยฉวนสลับกับมองชายคนนั้น ตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มลุกขึ้นมายืน
บาดเจ็บสาหัส!
เวลานี้เยี่ยฉวนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนแทบจะขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ด้วยซ้ำ
ทว่าชายหนุ่มตระหนักแก่ใจแล้ว ถึงสภาพกายพิเศษของคนตรงข้าม คนผู้นี้ฟื้นคืนพลังได้รวดเร็วกว่าตน ถ้าขืนปล่อยให้ฝ่ายนั้นฟื้นฟูร่างกายได้สำเร็จ มีหวังคงถูกฆ่าตายเป็นแน่
เพราะฉะนั้นต้องสู้ต่อ!
หากเป็นเช่นนี้ คงไม่มีโอกาสได้ฟื้นฟูร่างกายด้วยกันทั้งคู่น่ะสิ!
หลังจากที่เยี่ยฉวนแข็งใจลุกขึ้นยืน ฉวยกระบี่กระชับมั่นไว้แล้วออกเดินตรงไปยังชายสวมชุดคลุมสีเขียว ชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ทว่าพลังการเข่นฆ่าอย่างเหี้ยมหาญร้อนระอุรุนแรงนัก!
ห่างออกไปไม่ไกลนัก เทียนซาและตี้ซานิ่งมองไม่ได้ลงมือจู่โจมแต่อย่างไร
ในตอนนั้น ถ้าจ้านจุนและคนอื่นๆ ไม่ลงมือจู่โจมก่อน พวกนั้นจะไม่ลงมือด้วยเช่นกัน!
คนของสำนักแมวดำกับคนในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางมักต่อสู้ปะทะกันเนืองๆ หลายครั้งหลายหน ทว่าไม่เคยใช้เล่ห์เหลี่ยมกลอุบายแต่อย่างใด การเล่นสกปรกเป็นวิธีที่น่ารังเกียจ
โดยเฉพาะสำนักแมวดำ ภายในสำนักเชื่อว่าถ้าคนของสำนักที่ต่อสู้แบบตัวต่อตัว ถ้าถูกคนอื่นเข้ามาก้าวก่าย จะทำให้เกิดความอับอายแก่เจ้าตัวอย่างที่สุด!
ดังในเวลานี้เยี่ยฉวนและชายสวมชุดคลุมเขียวกำลังต่อสู้แบบตัวต่อตัว!
เพราะฉะนั้นตราบใดที่พวกจ้านจุนไม่ออกปะทะ พวกฝ่ายตรงข้ามจะไม่ออกปะทะเช่นกัน แม้ชายสวมชุดคลุมยาวเขียวจะถูกเยี่ยฉวนสังหารตายต่อหน้าก็ตาม!
จ้านจุนและคนอื่นๆ คิดเห็นเฉกนั้นเช่นกัน!
ในฐานะผู้เยี่ยมยุทธ์ พวกเขายอมตายไม่ยอมให้ใครมาหยาม!
ตอนนั้นเองชายสวมชุดคลุมเขียวขยับลุกขึ้นยืนมองเห็นได้แต่ไกล
เขาเดินตรงมาทางเยี่ยฉวน รอบตัวปรากฏพลังชี่ไหลหลากเข้ารวมตัวอย่างต่อเนื่อง
คนสวมชุดเขียวจ้องเขม็งมาที่เยี่ยฉวนสายตาแน่วแน่ ขณะต่อมาร่างนั้นหายวับไปต่อหน้าต่อตา เมื่อปรากฏกายขึ้นอีกครา โผล่มาประจันอยู่เบื้องหน้าเยี่ยฉวนเสียแล้ว ชายหนุ่มมิได้หลบหลีกแต่อย่างใด ปล่อยให้อีกฝ่ายผลักแรงกระแทกใส่หน้าอกของตนอย่างจัง
เปรี้ยง!
ร่างของเยี่ยฉวนต้องพลังแรงกระทั่งลอยละลิ่วปลิวไป
ขณะที่ชายหนุ่มถูกตีจนกระเด็นไป คลื่นพลังลำแสงแห่งกระบี่พุ่งเสียบทะลุหน้าอกของชายสวมชุดคุลมเขียวอย่างพอเหมาะพอเจาะ!
ชายคนดังกล่าวผงะหงายหลังไปไกลกว่าสามร้อยจั้งในคราวเดียว
ทันทีที่เขาหยุดนิ่งอยู่กับที่ ชายสวมชุดคลุมเขียวก้มหน้าลงมองยังหน้าอกของตน พบว่ากลางลำตัวมีโลหิตสีแดงฉานทะลักพรวดออกมาอย่างช้าๆ
คนสวมชุดคลุมยาวสีเขียวเงยหน้าขึ้นพลางสูดลมหายใจเข้าลึก สายตามองตรงมายังเยี่ยฉวน ที่ยืนไม่ห่างไปนัก ก่อนมีเสียงพึมพำแผ่วเบา “กระบี่ของเจ้า คล่องแคล่วว่องไวจริงๆ”
อีกด้านหนึ่งไกลออกไป เยี่ยฉวนค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ อีกครั้งแล้วเดินตรงเข้าหาชายสวมชุดคลุมเขียว
คิดจะสู้อีก……งั้นหรือ?
เมื่อเห็นว่าอะไรเป็นอะไร จ้านจุนและคนอื่นๆ พากันมองด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด!
ด้วยในเวลานี้ร่างกายของเยี่ยฉวนเกิดบาดแผลเต็มไปหมดอีกทั้งมีโลหิตแดงฉานไหลเปรอะเปื้อน แต่ยังดิ้นรนที่จะสู้ต่อด้วยการเดินไปข้างหน้า แต่ละก้าวเดินพร้อมจะทรุดลงไปกับพื้นได้ทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มยังอยากจะสู้ต่อ!
เยี่ยฉวนถือกระบี่เจิ้นหุนเดินกะโผลกกะเผลกตรงไปยังชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียว ในหัวชายหนุ่มมีเพียงคำเดียว ความรู้สึกเดียว
‘สู้!’
เมื่อครั้งอยู่ที่เมืองชิง เขามีประสบการณ์ประลองเป็นตายมานับครั้งไม่ถ้วน เวลานี้เลยฉุกคิดถึงความเป็นจริงอย่างหนึ่ง!
ในยามปกติคนเราควรมีน้ำใจกับผู้อื่น ทว่าในยามที่มีเรื่องบาดหมางต้องทำเป็นใจทมิฬหินชาติเข้าสู้สุดกำลัง!
หากไม่ทำเช่นนั้น คนที่จะถูกฆ่าอาจเป็นตัวเอง!
เมื่อเห็นเยี่ยฉวนถือกระบี่เดินย่างสามขุมตรงเข้ามา ชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวสีหน้าเรียบนิ่ง ขณะที่มือสองข้างกำหมดเข้าหากันแน่นแล้วกดเท้าขวากระทืบลงบนพื้นทันที
ตูม!
ในพริบตา พื้นพสุธาโดยรอบแตกออกเป็นเสี่ยง!
การเหยียบบนพื้นช่วยส่งแรงผลักอย่างหนักหน่วง ร่างของชายสวมชุดเขียวจึงทะยานออกไปทันที ทว่าขณะเดียวกัน ถึงกับกระอักโลหิตออกจากปากพรวดประหนึ่งสายน้ำทะลัก
สภาพโดยรวมของเขานับว่าดูดีกว่าเยี่ยฉวนในตอนนี้นักทว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นเขาต้องใช้พลังที่มีอยู่อย่างเต็มที่เพื่อสังหารเยี่ยฉวนให้ได้ด้วยพลังฟาดเพียงครั้งเดียว!
ต้องทำเช่นนี้เขาถึงจะมีโอกาสรอด!
ระเบิดพลังครั้งสุดท้าย!
คนที่อยู่ห่างไป เยี่ยฉวนหยุดเดินฉับพลัน นิ่งงันไปครู่เดียว ชายหนุ่มสะบัดกระบี่ฟาดออกไปอย่างหนักหน่วง
นี่คือพลังฟาดสุดท้ายของเขาเช่นกัน!
ชายหนุ่มผลักกระบี่แทงออกไปตรงๆ
ฉึก!
เสียงบางอย่างฉีกขาดดังสนั่น!
ทันใดนั้นชายสวมชุดคลุมเขียวเข้ามาประชิดเสียแล้ว พลันเงื้อหมัดทุบลงไปยังกระบี่ของเยี่ยฉวนอย่างรุนแรง ประจุพลังหมัดพสุธาพินาศเต็มพิกัด
ตูม!
ทันทีที่ร่างทั้งสองเข้าประชิด……ต่างคนต่างกระเด็นแยกห่างกันไปคนละทาง
ทั้งเยี่ยฉวนและคนสวมชุดเขียวต่างผงะหงายร่างลอยละลิ่วออกไป ขณะที่ร่างชายหนุ่มละลิ่วลอยนั้น คลื่นลำแสงแห่งกระบี่พุ่งวาบตรงไปยังแสกหน้าของคนตรงข้ามเข้าเต็มเปา!
ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏทำให้จ้านจุนและคนอื่นๆ ซึ่งมองดูอยู่ไม่ห่างไปมีท่าทางกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด
ตามปกติแล้ว ชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวน่าจะต้องตาย……มิใช่หรือ?
ท่ามกลางสายตาของทุกคนในที่นั้นรวมทั้งจ้านจุนด้วย ร่างของคนสวมชุดเขียวค่อยๆ พร่าเลือน แต่ไม่นานจึงกลับคืนสู่สภาพปกติแล้วหล่นรูดลงมาจากท้องฟ้า
อย่างไรก็ตาม เขายังมีชีวิต!
คนสวมชุดคลุมสีเขียวนอนนิ่งอยู่บนพื้น ลมหายใจเหนื่อยหอบ ร่างทั้งร่างสั่นน้อยๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงกระนั้นยังมีเสียงพึมพำดังลอดออกจากริมฝีปากที่สั่นระริก “กระบี่……ของเจ้า……ชะ……ช่างรวดเร็วนัก”
‘เขายังมีชีวิต!’
เมื่อจ้านจุนกับคนอื่นๆ เห็นเช่นนั้น สีหน้าสีตาแปรเปลี่ยนมืดมัวหมองคล้ำไปทันที
ชายคนนี้เป็นอมตะสินะ?
เมื่อคิดได้เช่นนั้น จ้านจุนและคนอื่นๆ จึงรีบมองหามองเยี่ยฉวนเป็นลำดับถัดไป ร่างของชายหนุ่มนอนกองอยู่บนพื้นเช่นเดียวกัน ยังมีชีวิตเหมือนกันทว่าลมหายใจรวยริน
สภาพน่าสลดใจ!
ร่างของชายหนุ่มยามนี้เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผล โลหิตไหลนองไปทั่วร่าง
สิ่งที่เกิดขึ้นพลันให้ทั่วบริเวณนิ่งงัน!
อีกฟากฝั่ง ทั้งเทียนซาและตี้ซาไม่ได้ออกเคลื่อนไหวแต่อย่างใด ทั้งสองจับตามองชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวที่ซบนิ่งอยู่บนพื้น
ฝ่ายจ้านจุนพร้อมกับพวกมองเยี่ยฉวนอย่างเอาใจช่วย
ผ่านไปราวหนึ่งถ้วยชา จู่ๆ เยี่ยฉวนขยับลุกขึ้นจากพื้น
เทียนซาและตี้ซาเมื่อเห็นเข้าเท่านั้น ทั้งสองถึงกับตาเหลือกตาปลิ้น ‘ไอ้เจ้าเยี่ยฉวนมันเหมือนแมลงสาบที่จะฆ่าอย่างไรก็ไม่ตาย……งั้นหรือ?’
ท่ามกลางสายตาของทุกคนเยี่ยฉวนค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ จากนั้นเริ่มขยับเดินหน้าตรงไปยังชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวที่ไม่ห่างไปนัก ทันใดนั้นเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นในบริเวณ “พอแล้ว ปล่อยให้ข้าจัดการเอง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งหมดหันขวับมองไปทางต้นเสียงเป็นตาเดียว ปรากฏบุรุษเดินตรงเข้ามาอย่างช้าๆ ทางเบื้องหลังเยี่ยฉวน ชายผู้มาใหม่สวมชุดคลุมยาวสีน้ำเงิน กางเกงพอดีตัว ด้านหลังเหน็บด้วยทวนเหล็ก ทรงผมเรียบลู่ รวบเป็นหางม้าที่ท้ายทอย ส่วนปลายผมหางม้ามัดด้วยเชือกสีดำ!
เมื่อคนที่เพิ่งมาถึง จ้านจุนและคนอื่นสีหน้าต่างเป็นกังวลไปตามๆ กัน
‘โจวเซิงเซิง!’
โจวเซิงเซิงเดินไปหาเยี่ยฉวน แล้วคนตรงหน้าอย่างพิจารณาครู่หนึ่งจากนั้นยกมือขึ้นปแล้วดีดนิ้วเปาะ พลันบัวหิมะหล่นวูบลงตรงหน้าชายหนุ่ม “ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์นี้ จะช่วยเยียวยาบาดแผลของเจ้าให้หายเร็วขึ้น!”
เยี่ยฉวนไม่ปฏิเสธ เอื้อมมือไปหยิบมาแล้วรีบกลืนลงคออย่างเร็ว
คนตรงหน้าใช้มือตบบ่าเยี่ยฉวนเบาๆ “เจ้ารักษาอาการบาดเจ็บให้หายก่อน! ที่เหลือข้าจัดการเอง!”
พูดจบเดินตรงไปยังเทียนซาและตี้ซาที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักทันที
