บทที่ 810 : ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักสองสามปี!
บนแท่นบูชา สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนต่างหยุดลงแล้วจ้องมองไปที่เว่ยหยางเทียนและเยี่ยฉวนอย่างตะกละตะกลาม พร้อมกระโจนโจมตีตลอดเวลา
เว่ยหยางเทียนยืนอยู่ตรงกลางแท่นบูชาหลับตาลงเล็กน้อย ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความคิด
เยี่ยฉวนยังคงอยู่ด้านหลังนาง……
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าเว่ยหยางเทียนยังคงนิ่ง ไม่กระทำสิ่งใดเลย โม่โหย่วที่อยู่ข้างนอกเริ่มขมวดคิ้วแล้วจ้องเขม็งไปที่เว่ยหยางเทียนที่ใจกลางแท่นบูชา เวลาผ่านไปนาน เหมือนเขาจะคำนึงถึงบางสิ่งได้ แล้วอยู่ๆ สีหน้าต้องเปลี่ยนไป “เจ้า……เจ้าคือร่างอวตาร!”
อวตาร!
ที่ใจกลางแท่นบูชา เว่ยหยางเทียนลืมตาขึ้น มองไปที่โม่โหย่วด้วยสายตาเสียดสีไม่อาจซ่อนเร้นแล้วเอ่ยขึ้น “เจ้าไม่ได้โง่เขลาสักเท่าไรนี่!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเว่ยหยางเทียน ส่งให้สีหน้าของโม่โหย่วย่ำแย่ลงไปมาก ในขณะที่มุมปากของเว่ยหยางเทียนบิดเล็กน้อย “ไม่อยากถ่วงเวลาแล้วหรือ? มาเถิด……ข้าจะใช้เวลาอยู่กับเจ้าเอง!”
โม่โหย่วมองไปที่เว่ยหยางเทียนอย่างเย็นชา กำลังจะหันหลังกลับ
ทว่าชายชราบนเสายาวพูดขึ้นอย่างกังวลว่า “ท่านพี่โม่โหย่ว เจ้า…”
โม่โหย่วหยุดแล้วกระซิบ “ข้าขออภัย ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้!”
สีหน้าของชายชราเคร่งขรึมขึ้นมาทันที “เจ้าจะจากไปเช่นนี้หรือ?”
โม่โหย่วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่อย่างแน่นอน สำนักแมวดำตกลงจะร่วมมือกับต่างแดนของเจ้า เราย่อมไม่ละทิ้งพันธมิตร!”
หลังจากนั้น กลุ่มคนชุดดำปรากฏขึ้นรอบๆ เสาสูง เห็นทียี่สิบคนน่าจะได้ แต่ละคนพกธนูยาวสีดำพร้อมกับลูกธนูที่ติดเข้ากับเชือก
โม่โหย่วกล่าวว่า “ท่านพี่กู่เยว่ นางเป็นเพียงร่างอวตาร ต่างแดนควรจัดการกับนางได้สิ! เยี่ยฉวนอยู่บนแท่นบูชานั่นแล้ว หากท่านอยากให้สำนักแมวดำยื่นมือไปช่วย……ก็ย่อมได้ ทว่าแบ่งสมบัติครึ่งหนึ่งจากตัวเยี่ยฉวนมา”
ท่าทางของกู่เยว่เปลี่ยนไปเล็กน้อย มองไปที่โม่โหย่วแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พูดถูก! นางเป็นเพียงร่างอวตาร ต่างแดนสามารถจัดการกับนางได้! เช่นนั้นเราจะไม่รบกวนเจ้า!”
โม่โหย่วพยักหน้า “ข้าจะรีบไปที่กำแพงใหญ่จางเถี่ยน พี่กู่โปรดระวังตัว!”
กู่เยว่รีบพูดว่า “ใช้เวลาของเจ้าให้เต็มที่!”
โม่โหย่วรีบมุ่งไปยังกำแพงใหญ่จางเถี่ยน ไม่ได้พูดอันใดอีกแล้วหายไปทันที
หลังจากที่โม่โหย่วหายวับไป พลธนูชุดดำรอบๆ เสาต่างถอยกลับ
บนเสายาว ชายชรามองลงไปที่เว่ยหยางเทียน “ท่านเจ้าสำนักเว่ยหยาง ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ตราบใดที่ส่งมอบเยี่ยฉวนมา ทางต่างแดนจะถอนตัวและจะไม่มีวันเป็นศัตรูกับดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง!”
เว่ยหยางเทียนมองไปที่ชายชราอย่างเย็นชา แล้วมองไปที่เยี่ยฉวน นางคว้าชายหนุ่มข้ามกลางอากาศด้วยมือขวา พลันสุญญากาศรอบๆ เยี่ยฉวนเริ่มก่อตัวเป็นชั้นๆ ในที่สุด สุญญากาศเหล่านี้สร้างกำแพงขึ้นกั้นปกป้องเยี่ยฉวน
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ชายชราที่อยู่บนเสาสูงดูตื่นตระหนกในทันใด “สังหารพวกมันซะ!”
บัดนั้น เว่ยหยางเทียนได้หายตัวไป เมื่อปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง……ก็อยู่หน้าเสาสูงแล้วฟาดลงไปอย่างแรง
ตู้ม!
เสาสูงแตกเป็นเสี่ยงๆ!
ชั่วขณะ แท่นบูชาเริ่มสั่นสะเทือน สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนล้มลงไปกับพื้นทีละตน เกิดเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นไม่ขาดสาย
บัดนั้น เงาดำพุ่งทะลุบินออกจากร่างกายชายหนุ่ม
สุนัขอสูร!
หลังจากที่สุนัขอสูรออกมา มันเริ่มกินสัตว์อสูรเหล่านี้บนพื้นอย่างบ้าคลั่ง!
เยี่ยฉวน “……”
บัดนั้น เว่ยหยางเทียนปรากฏกายเบื้องหน้าเสาสูงต้นอื่นๆ แล้วแตกเป็นเสี่ยงๆ ทีละต้น จนสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนสิ้นชีพอย่างอนาถ พวกมันไม่อาจเข้าใกล้เว่ยหยางเทียนได้เลย!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เว่ยหยางเทียนไม่มีความลังเลใจในการโจมตีแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ชายชราที่อยุ่กลางอากาศตื่นกลัวสุดขีด!
เขาไม่คาดคิดว่าร่างอวตารของเว่ยหยางเทียนจะน่าหวาดกลัวเช่นนี้!
นี่เป็นเพียงร่างอวตาร!
ในไม่ช้า แท่นบูชาทั้งหมดพังทลายลงอย่างรุนแรง!
ชายชราหันหลังหนีโดยไม่ลังเล
กลางอากาศนั้น เว่ยหยางเทียนจ้องมองชายชราอย่างเยือกเย็นบนท้องฟ้า “หนีหรือ? หยุดความคิดนั้นเสีย!”
นางยื่นมือขวาไปข้างหน้าแล้วบีบเบาๆ
สุดปลายฟ้าไกลออกไป ร่างของชายชราแตกสลายทันที!
เว่ยหยางเทียนมองลงไปที่เยี่ยฉวนที่อยู่ด้านล่าง ชายหนุ่มพูดเบาๆ “เจ้าคือ… เว่ยหยาง?”
เว่ยหยางเทียนมองเยี่ยฉวนด้วยสายตาเฉยเมย “จงกลับไป!”
นางโบกมือขวาเบาๆ พลันสุญญากาศเบื้องหน้าชายหนุ่มแยกออก!
เมื่อเยี่ยฉวนกำลังจะเข้าสู่ช่องว่างสุญญากาศ สุนัขอสูรพูดขึ้นมาทันทีว่า “ช้าก่อน ช้าก่อน! ขอข้ากินให้อิ่มหนำเสียก่อน!”
ยามที่เยี่ยฉวนได้ยินสิ่งนี้ มุมปากกระตุกเล็กน้อย อันที่จริงตนไม่ได้คาดหวังว่าสุนัขอสูรจะตื่นขึ้นมา……เจ้านี่มันหลับไปแล้วน่ะสิ แต่เป็นการดีที่มีสุนัขอสูรอยู่รอบตัว มันนับว่าเป็นผู้ช่วยชั้นยอดเยี่ยมเลยล่ะ!
เว่ยหยางเทียนไม่สนใจเยี่ยฉวนและสุนัขอสูร นางหันกลับมา รีบพุ่งออกไปไกล
เยี่ยฉวนลังเล ทว่ายังติดตามนางไป
หากเขาตามนางไป คงช่วยนางไม่ได้นอกจากเป็นภาระซะเปล่า!
ชายหนุ่มไม่ได้ตั้งคำถามในใจอะไรตอนนี้ ทว่าจากการคาดเดา เจ้าสำนักแห่งอารามเว่ยหยาง……ต้องเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ตนรู้จักในโลกชิงฉางแน่!
บัดนั้น สุนัขอสูรกินซากศพของสัตว์อสูรหมดสิ้นเสียแล้ว!
สุนัขอสูรตีพุงพลุ้ยแล้วเดินขึ้นไปหาเยี่ยฉวนพร้อมกับเรอเอิ้กอ้ากออกมา
เยี่ยฉวน “……”
สุนัขอสูรมองเยี่ยฉวนตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าหนู แข็งแกร่งขึ้นมากแล้วสินะ!”
เยี่ยฉวนพูดด้วยรอยยิ้ม “กลับกันก่อนเถิด!”
อยู่ๆ สุนัขอสูรพูดขึ้นว่า “หลังจากกลับไปแล้ว จะทำอันใดได้บ้างหรือ?”
เยี่ยฉวนถามว่า “เราจะทำอันใดหากอยู่ที่นี่หรือ?”
สุนัขอสูรหันศีรษะ มองไปรอบๆ แล้วพูดว่า “ข้าสัมผัสลมปราณของสัตว์อสูรมากมายในสถานที่แห่งนี้ เจ้าอยากได้กำไรก้อนโตหรือไม่?”
เยี่ยฉวนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “พี่ชาย เจ้าแน่ใจหรือ?”
สุนัขอสูรพยักหน้า “แน่นอน!”
เยี่ยฉวนยิ้ม “ข้าก็คิดแบบเดียวกัน!”
การโดนผู้คนจากต่างแดนจับตัวแล้วนำมาที่นี่นั้นเป็นข้อข้องใจอย่างไม่ต้องสงสัย เขาไม่ยอมสงบเสงี่ยมเช่นนี้แน่!
พวกเขาจะก่อความโกลาหลขึ้น!
สุนัขอสูรกลับไปที่หอคอยแห่งเรือนจำทันที ส่วนเยี่ยฉวนซ่อนเร้นลมปราณด้วยพลังชี่โกลาหล ไม่นานก็เร้นกายไปในบัดดล
แน่นอน ชายหนุ่มจะไม่สู้กับผู้คนจากต่างแดนแบบตัวต่อตัว!
หลังจากที่ซ่อนเร้นลมปราณด้วยพลังชี่โกลาหลแล้ว ไม่มีผู้ใดสามารถเสาะหาเขาได้ เว้นแต่จะเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้า! ส่วนเว่ยหยางคงกำลังจัดการกับเจ้ายอดฝีมือที่มาจากต่างแดนอยู่แน่ นี่เป็นโอกาสดีในการก่อความวุ่นวาย ฮ่า ฮ่า
ในไม่ช้า เยี่ยฉวนไล่ตามทิศทางที่เว่ยหยางเทียนไป
ในช่วงเวลาสั้นๆ เยี่ยฉวนมาถึงเมืองโบราณ บนท้องฟ้าปรากฏเสียงระเบิดดังเป็นครั้งคราว จนทั่วทั้งฟ้าดินสั่นสะเทือน!
ยามที่เยี่ยฉวนรับรู้เช่นนี้ หางตาสั่นกระตุกซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่ต้องกล่าวให้มากความ เว่ยหยางเทียนกำลังสู้กับเหล่ายอดฝีมือจากต่างแดน
เยี่ยฉวนไม่เสียเวลาคิดนัก แอบลอบเข้าไปในเมือง จนมาถึงวังที่ใหญ่ที่สุดในเมือง มีคำสีดำอยู่สองคำจารึกอยู่เหนือวัง ‘วังหลิงอี้’ !
เยี่ยฉวนแอบเข้ามาเงียบๆ ชายหนุ่มสัมผัสถึงลมปราณอันแข็งแกร่งจากที่ใดสักที่ เห็นได้ชัดว่าคลื่นพลังความแข็งแกร่งจากต่างแดนโดนเว่ยหยางเทียนยับยั้งไว้!
เยี่ยฉวนรีบแอบเข้าไปในวัง ก่อนจะเริ่มปล้นสะดมอย่างบ้าคลั่ง……
ประมาณหนึ่งถ้วยชาต่อมา เยี่ยฉวนออกมาจากห้องโถงขณะที่จะจากไป อยู่ๆ สุนัขอสูรพูดว่า “ไปทางขวา!”
เยี่ยฉวนถาม “เหตุใดหรือ?”
สุนัขอสูรกล่าวว่า “มีสัตว์อสูรอยู่ที่นั่น”
เยี่ยฉวนครุ่นคิดแล้วลอบเดินไปทางขวา
เขารู้ว่าสุนัขอสูรรักษาอาการบาดเจ็บของมันได้ หลังจากที่กินเจ้าพวกสัตว์อสูรไป ถึงกระนั้นก็ยังไม่หายดี
ต่อมา เยี่ยฉวนมาถึงแท่นบูชาซึ่งเหมือนกับแท่นบูชาที่ตนเคยติดก่อนหน้า บนเสายาวปรากฏภาพสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนถูกวาดเอาไว้
เยี่ยฉวนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “พี่ชาย เจ้าพวกนี้ยังไม่ถูกปลดปล่อยออกมา!”
สุนัขอสูรกล่าวว่า “เจ้าเบาปัญญาหรือ? ข้าเข้าไปเองไม่ได้หรืออย่างไร?”
หลังจากนั้น แสงสีดำพุ่งทะลุออกมาจากหน้าอกชายหนุ่ม มันตรงเข้าไปในเสายาวเพียงครู่หนึ่ง ไม่นานเสายาวนั่นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
เยี่ยฉวนหันศีรษะ มองไปยังปลายฟ้า เขาเพียงหวังว่าเว่ยหยางเทียนจะตรึงคนเหล่านั้นไว้ได้นานขึ้นอีกสักหน่อย ไม่อย่างนั้นเหล่ายอดฝีมือจากต่างแดนอาจล่วงรู้เข้าว่าเขากระทำการอันใดอยู่ในที่แห่งนี้ พอถึงตอนนั้น ทั้งเขาและเจ้าสุนัขอสูรคงหนีไปไม่ได้แน่!
บัดนี้ สุนัขอสูรออกวิ่งไป จนลำตัวขยายใหญ่โตขึ้น!
ก่อนที่เยี่ยฉวนกล่าวอะไรออกไป สุนัขอสูรรีบพุ่งเข้าไปในเสายาวอีกต้นหนึ่งทันที
เยี่ยฉวนอับจนคำพูด เจ้านี่เสพติดการกินสัตว์อสูรไปแล้วหรือ!
ในเวลานี้ท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกลสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เยี่ยฉวนรีบหันไปมอง
กลางอากาศปรากฏร่างเว่ยหยางเทียนกำลังถือศีรษะเปื้อนเลือดอยู่ในมือ อีกคนเป็นชายชราในชุดสีเทาที่ยืนอยู่ไม่ไกล รอบตัวมีมังกรยักษ์สีดำสี่ตนบินอยู่
ชายชราจ้องมองที่เว่ยหยางเทียนอย่างเย็นชา นัยน์ตาช่างน่ากลัวนัก!
ชายชราจ้องเว่ยหยางเทียนไม่วางตา “ท่านเจ้าสำนักเว่ยหยาง เป้าหมายเราคือเยี่ยฉวนเท่านั้น เหตุใดต้องสู้เพื่อเขา……”
เว่ยหยางเทียนยกมือขึ้น ส่งให้ชายชรามีท่าทีเปลี่ยนไป ในตอนนั้นเอง เขาผลักทั้งสองไปข้างหน้า เพียงชั่วครู่ มังกรดำยักษ์ทั้งสี่รอบตัวพากันคำรามออกมาดังก้องไปทั่ว!
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
บนผืนฟ้าสุญญากาศสั่นสะเทือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับกำลังฉีกออกเป็นชิ้นๆ น่าหวาดหวั่นและน่าสะพรึงกลัว!
หลังจากนั้นไม่นาน ท้องฟ้ากลับมาสงบอีกครั้ง ปรากฏชายชราในชุดสีเทาถอยห่างออกไปหลายสิบจั้ง
ชายชราในชุดสีเทาจ้องเว่ยหยางเทียนไม่วางตา “เจ้าสำนักเว่ยหยาง ยอดฝีมือแห่งสำนักแมวดำกำลังพุ่งโจมตีกำแพงใหญ่จางเถี่ยน หากไม่กลับไป ความแข็งแกร่งทางกายที่แท้จริงของเจ้าจะไม่สมบูรณ์ จะเสียเวลากับข้าจริงๆ หรือ?”
เว่ยหยางเทียนค่อยๆ กำมือขวาไว้แน่น ไม่ได้พูดสิ่งใดออกไป
ชายชราในชุดสีเทากล่าวว่า “เจ้าสำนักเว่ยหยาง หากร่างจริงเจ้าอยู่ที่นี่ คงไม่อาจเอาชนะได้เลย แต่ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงร่างอวตาร ไม่ง่ายนักที่จะสังหารข้า! ในกำแพงใหญ่จางเถี่ยน……หากจิตรกรในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางไม่ปรากฏตัวขึ้น ใครจะหยุดยั้งชายผู้นั้นจากสำนักแมวดำได้หรือ?”
เว่ยหยางเทียนโบกมือขวาขึ้น พลันพื้นสุญญากาศที่อยู่ไกลออกไปสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ส่งให้ชายชราในชุดสีเทาล่าถอยกลับเกือบหกลี้!
อย่างไรก็ตาม เว่ยหยางเทียนไม่คิดจะโจมตีเขาต่อไป นางหันหลังกลับมาแล้วหายไปในท้องฟ้าอันไกลโพ้น
ขณะที่เว่ยหยางเทียนจากไป นางกวาดสายตาไปทางขวาด้วยสายตาเฉยเมยไม่แยแสใดๆ ห่างไปไม่ไกลทางขวา มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้น “น่าทึ่ง……น่าทึ่งมาก!”
หลังจากนั้น สุญญากาศแยกออกทันที ปรากฏชายผู้หนึ่งที่มีเปลวไฟสีดำลุกท่วมตัวอยู่ฝ่าออกมา
ชายชราในชุดสีเทาเดินเข้าไปหาชายในเปลวเพลิง ชายคนนั้นพูดเบาๆ ว่า “นั่นคือเจ้าสำนักแห่งอารามเว่ยหยางใช่หรือไม่?”
ชายชราในชุดสีเทาพยักหน้า “ใช่!”
ชายในเปลวเพลิงเอ่ยเสียงเบา “ช่างแข็งแกร่งจริงๆ”
ชายชราในชุดสีเทากล่าวว่า “เราจะลงมือกันเมื่อไร?”
ชายในเปลวเพลิงส่ายศีรษะ “เราแจ้งอารามสุญญดาราไปแล้ว ตอนนี้กำลังรอคำตอบ”
พูดจบจึงหันไปมองสุดขอบฟ้า “คนของเราน่าจะไปถึงที่นั่นแล้ว!”
……
ในวังดาราซึ่งอยู่ในส่วนลึกของมหาจักรวาลดารา เจ้าสำนักแห่งอารามสุญญดารา จ้องไปยังชายชุดดำที่อยู่เบื้องหน้า “เยี่ยฉวน? เจ้าแน่ใจใช่หรือไม่?”
ชายชุดดำพยักหน้า “ใช่ ชายผู้นั้นคือเยี่ยฉวน ถือครองสมบัติล้ำค่าไว้”
เจ้าสำนักแห่งอารามสุญญดาราเอนกายลงบนเก้าอี้ ครู่ต่อมาจึงเอ่ยเบาๆ ว่า “อย่าได้ล้อเล่นเชียว… ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักสองสามปี!”
