บทที่ 907 : ไม่! (ปลาย)
พวกเขาตัดสินใจที่จะไม่สู้กับสำนักกระบี่!
มิเช่นนั้นคงเป็นพวกเขาเองที่จะถูกสำนักกระบี่สกัดยับยั้งจนสิ้นท่า ผู้ฝึกกระบี่เหล่านี้มีสมรรถนะในการต่อสู้ขั้นเยี่ยมยอด อีกอย่างที่แห่งนี้อยู่ในอาณาบริเวณของสำนักกระบี่จึงเป็นไปได้ยากที่จะเอาชนะในเขตของฝ่ายตรงข้าม!
เสียงพูดดังมาจากข้างหลี่เสวียนเฟิงชายชราถือกระบี่เอ่ยด้วยสุ้มเสียงจริงจัง “พวกนั้นคงไม่ยอมเลิกราไปง่ายๆ!”
ผู้ฟังตอบกลับน้ำเสียงเย็นเยียบ “พวกเราไม่กลัวพวกมันอยู่แล้ว!”
จากนั้นเบนสายตาไปทางเหอเหลียนเทียน “พี่เหอเหลียน เจ้าคงไม่อยากได้สมบัติล้ำค่าชิ้นนี้เหมือนกัน……ใช่ไหม?”
ฝ่ายที่ถูกเอ่ยขานก้าวออกไปก่อนจะพูดยิ้มๆ “ไม่เลย ขอแสดงความยินดี! เจ้าได้ครอบครองสมบัติที่มีค่ามากที่สุดในจักรวาลแล้ว!”
หลี่เสวียนเฟิงมองสบตาคนตรงหน้าก่อนจะตอบว่า “ขอบใจ!”
ว่าแล้วหันไปฉวยหอคอยแห่งเรือนจำขึ้นมาถือไว้ในมือขวาทันที ก่อนจะหมุนตัวกลับก่อนร่างนั้นจะหายวับไป
พลันต่อมาบรรดายอดฝีมือของสำนักกระบี่ออกจากสถานที่ตามไป
ขณะที่เหอเหลียนเทียนทอดสายตามองไปทางสำนักกระบี่พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
ชินซานเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า “พวกนั้นเอาสมบัติล้ำค่าไปง่ายๆ อย่างนี้หรือ?”
อีกฝ่ายสั่นหน้า “ไม่ง่ายแน่!”
คนตรงข้ามยิ้มแห้งแล้ง “เวลานี้พวกเขาได้สิ่งนั้นไว้ในครอบครอง อีกทั้งถ้าได้สิ่งนั้นมาเสริมพลังอำนาจ สถาบันฝึกยุทธ์ของเราคงจะ……”
เหอเหลียนเทียนย้อนถาม “เจ้าคิดว่าเยี่ยฉวนเป็นอย่างไร?”
ชินซานชะงักหยุดพลางนิ่งคิดก่อนจะถามกลับว่า “ในแง่ไหน?”
ฝ่ายนั้นบอกว่า “สติปัญญา!”
คนถูกถามตอบเสียงขรึม “เขาไม่ใช่คนโง่!”
เหอเหลียนเทียนจึงว่า “ถูกต้อง! เท่าที่รู้มาเขาไม่ใช่คนโง่ ทว่าเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมด้วยซ้ำ……ถึงอย่างไรต้องคอยดูกันต่อไป เดี๋ยวก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”
จากนั้นผู้พูดหมุนตัวหันกลับออกไปจากสถานที่
ชินซานหันไปมองยังทิศที่เป็นสำนักกระบี่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับหลังหันตามออกไปอีกคน
อีกมุมหนึ่ง ไป๋จื่อมองไปยังทิศทางที่ตั้งของสำนักกระบี่ขณะนิ่งเงียบด้วยท่าทีกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
เมื่อแรกเริ่มที่เข้ามาต่อสู้เยี่ยฉวนขอร้องนางให้ไปเสีย จึงทำให้ตนไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด
พักใหญ่ไป๋จื่อละออกจากสถานที่ไป
…
ภายในสำนักกระบี่
เมื่อหลี่เสวียนเฟิงพร้อมด้วยหอคอยแห่งเรือนจำกลับมาถึงยังสำนักกระบี่แล้ว เขารีบเข้าสู่หอฝึกบ่มเพาะพลังชี่ทันที ขณะพิจารณาดูหอคอยแห่งเรือนจำด้วยสายตากระตือรือร้น!
เขาจัดว่าเป็นยอดฝีมือขั้นไขว่คว้าเต๋า ทว่าพลังของสมบัติล้ำค่าตรงหน้ากลับทำให้รู้สึกหนักหน่วงได้ถึงเพียงนี้ หมายความว่าอะไร? หมายความว่าขั้นพลังของสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้เหนือกว่าพลังของเขาไงล่ะ!
ว่ากันว่ามีหนทางเดียวที่จะเข้าไปยังโลกห้ามิติคือผ่านสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ อีกทั้งโลกห้ามิติ……ยังเป็นสถานที่ในจักรวาลแห่งใหม่……โลกใหม่!
หลี่เสวียนเฟิงไม่รอช้ารีบทำให้หอคอยที่อยู่ตรงหน้าอ่อนข้อยอมจำนนให้ได้ เขายื่นมือออกไปที่หอคอยแห่งเรือนจำก่อนจะหยดโลหิตจากปลายนิ้วลงไป
หอคอยแห่งเรือนจำเกิดสั่นสะท้านสะเทือน ขณะต่อมาปรากฏคลื่นพลังลำแสงสีดำพวยพุ่งออกมา
เมื่อเห็นดังนั้นพลันสีหน้าของหลี่เสวียนเฟิงเปลี่ยนไปทันที ต่อมาร่างของเขาถูกโยนออกไปอย่างรวดเร็ว ในขณะนั้นภายในหอฝึกบ่มเพาะพลังชี่กลับมีแต่ความว่างเปล่า!
ครู่ใหญ่ผ่านไปไม่ห่างออกนักหลี่เสวียนเฟิงพยุงกายขึ้นจากพื้นดิน บัดนี้พบว่าร่างกายไปกว่าครึ่งถูกทำลายเสียแล้ว!
เจ้าตัวถึงกับตกตะลึงและรีบเร่งคืนสภาพเดิมให้ร่างกายของตนเองทันที!
ตามธรรมดาของยอดฝีมือเช่นเขานี้ การทำให้อวัยวะงอกกลับมาใหม่นั้นเป็นอะไรที่ง่ายดายนัก!
ทว่าเวลานี้กลับรู้สึกตระหนกตกใจแทบสิ้นสติที่ไม่สามารถฟื้นคืนสภาพร่างกายได้!
มันถูกทำลายลงอย่างถาวร!
หลี่เสวียนเฟิงเฝ้าพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงกระนั้นยังไม่สามารถฟื้นสภาพร่างกายกลับคืนดังเดิม
ขณะนั้นเจ้าตัวพลันฉุกคิดขึ้นมาบางอย่าง หลี่เสวียนเฟิงรีบหันกลับไปมองหาหอคอยแห่งเรือนจำที่ไกลออกไป ซึ่งที่นั่นเหลือเพียงความว่างเปล่า!
หนีไปแล้วงั้นหรือ?
ชายชราหลี่เสวียนเฟิงตาเหลือกด้วยความตกใจสุดขีด พลันใบหน้าบิดเบี้ยวน่ากลัวขณะส่งเสียงคำรามดังสนั่นประดุจอสูรสัตว์กำลังเจ็บหนักก็มิปาน “ไม่! ไม่จริง!”
ขณะนั้นความอดทนอดกลั้นได้สิ้นสุดลง ทว่ามีเพียงความดุร้ายกราดเกรี้ยวและบ้าคลั่ง!
มันหนีไป!
ทันใดนั้น ชายชราสะพายกระบี่พร้อมด้วยพวกอีกสองสามคนปรากฏตัวขึ้นใกล้กับหลี่เสวียนเฟิง เมื่อทุกคนได้เห็นสภาพของฝ่ายนั้นต่างคนต่างนิ่งอึ้งด้วยความตกตะลึง
หลี่เสวียนเฟิงคำรามเสียงเหี้ยมเกรียม “ตามหาให้เจอ! ทำทุกวิถีทางตามหาเจ้าเยี่ยฉวนให้เจอ! เราต้องตามหามัน!”
ชายชราสะพายกระบี่และคนอื่นๆ หันไปมองหน้ากัน จากนั้นทุกคนรีบหันกลับและออกจากสถานที่ไปทันที
ทางด้านหลัง หลี่เสวียนเฟิงมีใบหน้าถมึงทึงน่ากลัวด้วยบัดนี้ใบหน้าค่อยๆ พร่าเลือนไป ไม่สิต้องบอกว่าบัดนี้ใบหน้าของเขาเหลือเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น……
“เยี่ยฉวน!”
เสียงคำรามอย่างดุร้ายดังออกมาจากสำนักกระบี่อีกครั้ง……
…
บริเวณลานโล่งของสถาบันฝึกยุทธ์ ชายหนุ่มซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นดินขณะกำลังเข้าฌานบำบัดอาการบาดเจ็บ
บัดนี้ใบหน้าของเขาซีดเซียวแทบปราศจากซับสีโลหิต ร่องรอยบาดแผลปรากฏอยู่ทั่วตัวจนทำให้เสื้อผ้าที่สวมใส่ประดุจย้อมด้วยสีแดงฉานของโลหิตทีเดียว!
ชายหนุ่มสูญเสียพลังไปมากก่อนหน้าจากที่ใช้พลังจิตวิญญาณมังกรและอำนาจมังกร! ถ้าขืนยังต้องประมือกับคนเหล่านั้นต่อไป มีหวังคงตายก่อนจะถูกพวกนั้นฆ่าตายเป็นแน่!
แม้ว่าพลังจิตวิญญาณมังกรและอำนาจมังกรจะเป็นของดี หากพลังอำนาจนั้นมากมหาศาล อีกทั้งสภาพทางกายภาพไม่อาจทนต่อความแข็งแกร่งนั้นได้ทั้งหมด!
เยี่ยฉวนเฝ้ากลืนอัญมณีเพชรน้ำค้างเซียนลงคออย่างต่อเนื่อง!
เกิดกระแสพลังงานไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นร่างกายเริ่มซึมซับพลังงานเหล่านั้นอย่างหิวกระหาย และภายหลังจากที่ได้ซึมซับพลังช่วงหนึ่งแล้ว สีหน้าของชายหนุ่มค่อยดีขึ้นเป็นลำดับ!
เมื่อจับสังเกตอาการได้ดังนี้ เยี่ยฉวนมีท่าทางคล้ายโล่งใจขึ้นมาทันที เคราะห์ดีที่สามารถฟื้นพลังได้
ทันใดนั้นเอง ช่องอากาศที่อยู่ตรงหน้าจู่ๆ แตกกระจายอย่างฉับพลัน!
ชายหนุ่มสะดุ้งตัวโหยง ในขณะที่กำลังจะใช้กระบี่ออกปะทะนั้นเอง ที่เบื้องหน้าปรากฏวัตถุสีดำชิ้นหนึ่ง
เมื่อได้เห็นสิ่งนั้นถนัดชัดเจน สีหน้าของเขาดูพิพักพิพ่วนอย่างบอกไม่ถูก!
วัตถุนั้นคือหอคอยแห่งเรือนจำ!
ที่อยู่ต่อหน้าชายหนุ่ม หอคอยแห่งเรือนจำสั่นเบาๆ และทันใดนั้นวัตถุแปรเปลี่ยนกลายเป็นลำแสงสีดำก่อนจะพุ่งเข้าที่กลางแสกหน้าแล้วหายไปทันที
บัดนี้ร่างของเยี่ยฉวนมีอาการสั่นน้อยๆ ขณะต่อมาชายหนุ่มสั่นศีรษะตนเองอย่างแรงสองสามครั้ง จากนั้นมีเสียงทอดถอนใจ “เจ้าเห็นอะไรในตัวข้ากันแน่? ข้าอยากเปลี่ยนอะไรบ้าง……ได้ไหม?”
