Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 190


ตอนที่ 190 สำนักบูรพารับรองความสงบสุข

คนรอบข้างที่มุงชมเรื่องสนุกเห็นฉากนี้ ก็พากันเงียบ

งิ้วเล่นคุณชายชั่วแย่งชิงหญิงมีน้อย ฉากที่แย่งไปผลักไปก็มาก พวกหญิงที่ได้รับฉายากันว่า 18 นางฟ้าสระสวรรค์เหยาฉือก็มีรอยยิ้มมิใช่หรือ?

ฟางจงผิงเห็นซ่งฉานฉานแข็งกร้าวเช่นนี้ ก็ไม่คิดอยากแตะต้องแม้แต่น้อย ได้แต่หันไปถ่มน้ำลายอย่างรังเกียจ กล่าวดูถูกว่า

“เจ้าอยู่สำนักควบคุมหญิงมาใต้ร่างคนนับพัน หมื่นคนขึ้นขี่ อยู่ที่นั่นมายังจะทำเป็นพวกบริสุทธิ์อยู่อีก หากมิใช่ข้าพนันกับสหายไว้ จะไปเตะตาของแก่ๆ อย่างเจ้าได้อย่างไร ยินยอมเสียโดยดี มิเช่นนั้น หอฉินก่วนไม่ว่าชายหญิง เล่นเบื่อแล้วก็จะส่งไปนอกด่านไปรับใช้พวกนอกด่านนั่นเสียเลย”

วาจากล่าวอย่างเปิดเปลือยเช่นนี้ ก็ยิ่งทำร้ายจิตใจคน ซ่งฉานฉานสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ปิ่นที่จ่อที่คอก็บาดเป็นแผลเล็กๆ โลหิตไหลออกมาทันที

ซ่งฉานฉานจ้องฟางจงผิงอย่างโกรธแค้น วางปิ่นในมือลง ไม่ใช่ว่ากลัวตาย แต่ฟางจงผิงเอาคนในหอฉินก่วนมาข่มขู่

“ชาติหน้าแม้เป็นพี่ผี ข้าก็จะไม่ละเว้นเจ้า!”

“หากมีผีจริง ข้าก็คงได้พบไปร้อยพันครั้งแล้ว เจ้าจะขู่ใครกัน”

ฟางจงผิงกล่าวอย่างไม่เกรงกลัว เบื้องหน้าเขานี้ช่างน่าสนุก ขายหน้าที่หอฉินก่วนมาก็หลายครั้ง ตอนนี้กู้หน้ากลับมาได้หมดแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงประโยชน์ที่จะได้รับ

สถานการณ์เกินควบคุมแล้ว สหายฟางจงผิงพวกนั้นพากันจับตัว 18 นางฟ้าไว้ คนจากจวนที่พามาก็ไปรังแกหญิงอื่นในหอ ทำสิ่งที่ไม่อาจทนมองได้

บรรดาแขกที่เดิมรู้สึกว่าทำกันเกินไปแล้ว เสียงหัวเราะค่อยๆ ซาลง แต่ก็ล้วนกำลังขยับเข้าไปใกล้

คนจวนผิงอันโหวเฝ้าประตูอยู่ก็มองเข้าไปด้านในไม่หยุด เห็นเพื่อนตนกระทำการอุกอาจเช่นนั้น ทุกคนก็อิจฉากันจนน้ำลายหก

“รบกวนเฝ้าไว้ก่อน ข้าขอเข้าไปจับสักหน่อย”

“รอข้าด้วย พวกเราเข้าไปด้วยกัน”

สถานการณ์เบื้องหน้าทุกอย่างดูแล้วก็เป็นเรื่องที่ตอกแน่นแล้ว ไม่ว่าผู้ใดก็รู้สึกว่าคงไม่มีอะไรพลิกกลับได้อีก ทุกคนก็วิ่งเข้าไปที่โถงหอฉินก่วน จับผู้หญิงไม่ได้ ก็บุกไปด้านหลังและชั้นสอง ยิ่งบ้าคลั่งกันวุ่นวาย ผลก็คือทำให้ไม่มีคนเฝ้าประตูสักคนเดียว มีคนกลุ่มหนึ่งมาก็ไม่ทันได้รู้ตัว

องครักษ์เสื้อแพรในชุดมัจฉาเวหา ด้านนอกสวมชุดยาวสีน้ำเงินเข้มคลุมทับไว้ ข้างหน้าเปิดกว้าง การแต่งกายเช่นนี้ก็คือคนจากสำนักบูรพา คนผู้นี้ก็คือนายกองร้อยกองอาญา เซวียจานเยี่ยแห่งสำนักบูรพา เขาก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาในหอฉินก่วน เห็นสภาพชุลมุนเช่นนี้ ก็ขมวดคิ้วแน่น กำลังจะออกเสียง ก็มีสาวใช้อายุ 12-13 นางหนึ่งวิ่งตรงมา ด้านหลังยังมีคนงานสองคนหัวเราะไล่ตามหลังมา คนที่ออกกันหน้าประตูชมเรื่องสนุกพอเห็นฉากนี้ ก็แหวกทางออกสองข้าง

คนใจร้ายคนหนึ่งตอนหลบก็แกล้งหลบช้า พอดีขวางบังทางสาวใช้ที่วิ่งหนีออกมา สาวใช้พอฝีเท้าช้าลง ก็พอดีกับคนด้านหลังตามมากอดไว้ได้

นางร่างกายเล็ก ถูกคนดึงทึ้งเช่นนี้ จะหนีก็หนีไม่พ้น คนที่กอดนางไว้บ่นด่าว่า

“คนอื่นได้กินอร่อยกัน ข้าได้แต่ตัวเล็ก”

คนข้างๆ ก็แสยะยิ้มกล่าวว่า

“ของเล็กก็มีรสชาติแบบเล็ก”

กล่าวยังไม่ทันจบ เสียงร้องโหยหวนของเพื่อนขัดจังหวะขึ้น คนที่กอดตัวผู้หญิงไว้ไม่รู้ว่าปล่อยมือตอนไหน กุมข้อมือส่งเสียงร้องดังโหยหวน

เหล็กท่อนในมือเซวียจานเยี่ยควงเป็นวง ยกท่อนเหล็กกันไปที่บ่าของสาวใช้ดันให้ออกไปยืนด้านข้างเบาๆ ชี้มือไปที่คนของผิงอันโหวสองคนนั่น กล่าวเสียงเยียบเย็นว่า

“หักแขน!”

“พวกเราเป็นคนจวนผิงอันโหว”

ว่ากันว่ายามปกติหากแจ้งชื่อนี้ออกไป อีกฝ่ายก็จะอ่อนลง แต่ชายฉกรรจ์สองคนด้านหลังเซวียจานเยี่ยกลับโดดออกมา ไม้กระบองสีดำมันวาวในมือไม่ผ่อนความเร็วแม้แต่น้อย ฟาดไปบนไหล่พวกเขาทันที

ยังไม่ทันตั้งตัว ก็ได้ยินเสียงดัง ‘ผัวะ’ ติดต่อกัน แขนของคนของผิงอันโหวก็หักลงทันที เห็นชัดว่ากระดูกที่ไหล่โดนตีแตกละเอียด สองคนยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง กระบองดำก็แทงเข้าอีกที โดนท้องน้อยพวกเขาพอดี คนทั้งคนอ้าปากค้าง ไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา ล้มกลิ้งเข้าไปด้านใน

เซวียจานเยี่ยยกมือชี้ไปทางคนที่ขวางทางไว้ กล่าวว่า

“สองมือสองขา!”

พวกว่างงานที่ขวางทางก็คิดจะร่วมวงสนุกด้วย คิดไม่ถึงว่าจะนำภัยมาสู่ตัวไป คิดจะหนี แต่จะหนีได้อย่างไร ก้าวได้แค่ก้าวเดียว กระบองก็ฟาดแผ่นหลังคว่ำลงกับพื้น สองคนตามมาเหยียบหลัง เงื้อไม้กระบองขึ้น แขนและขาถูกฟาดหักทันที

แขนหักขาหัก เจ็บปวดจับใจ คนผู้นั้นเปล่งเสียงร้องดังโหยหวน คนที่มุงดูกันหน้าประตูก็ขวัญหนีดีฝ่อ แหวกทางให้ทันที ห้องโถงที่กำลังมีเรื่องกันรุนแรงค่อยๆ เงียบลง

ท่อนเหล็กในมือเซวียจานเยี่ยวาดเป็นวง ชายฉกรรจ์พร้อมกระบองดำมันปลาบ 20 กว่าคนก็ตามเข้ามา เดินมาหยุดที่โถงกลาง

นายกองร้อยกองอาญา เซวียจานเยี่ยแห่งสำนักบูรพารูปร่างสูงใหญ่ ยืนอยู่ตรงนั้นก็มีกลิ่นอายของความน่าเกรงขาม กวาดสายตาเย็นเยียบมองไป พวกคนที่ทำการอุกอาจก็ล้วนปล่อยมือ กระจายตัวออก

ข้างเวทีกลับมีคุณชายชั่วผู้หนึ่งโอบกอดหญิงสาวกำลังจะจูบลงไป ในห้องโถงท่ามกลางสาธารณชนเช่นนี้ หญิงสาวก็ดิ้นรนส่งเสียงหวีดดังร้องไห้ แต่ก็ไม่มีคนสนใจ

เซวียจานเยี่ยก้าวเท้ายาวๆ เข้าไป บีบคอของคุณชายชั่วผู้นั่นเหมือนกับบีบคอไก่น้อยลากออกมาด้านหน้า มองใบหน้าแล้วก็กล่าวเสียงเย็นเยียบว่า

“บิดาเจ้า อู่ถิงฮั่น หน่วยจัดซื้อสำนักภูษา”

คุณชายชั่วได้ยินว่ามีคนเอ่ยชื่อบิดาตนออกมา เดิมกำลังหวาดกลัวอย่างที่สุด ก็ใจกล้าขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ ยืดตัวขึ้น ตะโกนเสียงดังว่า

“ในเมื่อเจ้าร็ชื่อเสียงบิดาข้า ยังกล้า”

เซวียจานเยี่ยยิ่งเพิ่มแรงบีบ บีบจนคุณชายชั่วลิ้นค่อยๆ เริ่มแลบออกมา สีหน้าค่อยเขียวคล้ำ เซวียจานเยี่ยยิ้มกล่าวเสียงเยียบเย็นว่า

“บิดาเจ้าอยู่ต่อหน้าข้าท่าทางเป็นเช่นไร เจ้าเด็กน้อยยังไม่เคยเห็นล่ะสิ”

จากนั้นก็เหวี่ยงคุณชายชั่วที่ใกล้หมดลมลงไปบนพื้น เซวียจานเยี่ยก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาคุณชายสามแห่งจวนอันผิงโหวฟางจงผิง เดินไปก็กล่าวเสียงดังไปว่า

“คนที่ก่อเรื่องไปรวมกลุ่มกัน เอากระบองตี อย่าได้ถึงตัดเอ็นตัดกระดูก!”

ชายฉกรรจ์ 20 กว่าคนที่ท่าทางราวกับพยัคฆ์ร้ายรีบปฏิบัติทันที คนสำนักบูรพาเคยผ่านการฝึกมา ควบคุมแรงของกระบองได้ดีเยี่ยม เซวียจานเยี่ยสั่งเช่นนี้ สหายสุนัขจิ้งจอกและคนงานที่ติดตามมาด้วยของฟางจงผิงทุกคนต่างถูกตีจนลมกลิ้งไป เจ็บปวดอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บหนักถึงกระดูกหักหรือเส้นเอ็นขาด

ฟางจงผิงย่อมได้ยินเสียงเคลื่อนไหวด้านหลัง เขาไม่กล้าทำอะไรซ่งฉานฉานอีก รีบหันไปส่งสายตามาดร้ายเดินไปที่เซวียจานเยี่ย ตะโกนเสียงเย็นชาว่า

“คนสำนักบูรพาไยจึงมาสนใจเรื่องของจวนอันผิงโหวด้วย?”

วาจายังไม่ทันจบ เซวียจานเยี่ยก็เหน็บท่อนเหล็กเข้าเอว คว้าดายออกมาแทน คมดาบพาดไปบนลำคอของฟางจงผิง ฟางจงผิงคิดไม่ถึงว่าไม่กล่าวอะไรสักคำก็ชักดาบออกมา เขาได้รู้สึกถึงผิวลำคอเย็บวาบด้วยคมดาบ ตกใจจนตัวแข็งทื่อ ขยับก็ไม่กล้าขยับ

นานกว่าจะกล่าวเสียงสั่นออกมาได้ว่า

“เจ้าเจ้าคิดจะทำอะไร?”

เซวียจานเยี่ยแค่นยิ้มเย็น คมดาบค่อยๆ เอียงลง ฟางจงผิงรู้สึกเจ็บที่ลำคอ หวาดกลัวจนร้องตะโกนเสียงดังขึ้นทันที เซวียจานเยี่ยกลับเก็บเข้าฝีก กล่าวว่า

“ขออภัย มือสั่น”

ฟางจงผิงรู้สึกร้อนชื้นที่ลำคอไปหมด ยกมือไปคลำดู เป็นหยดเลือด ก็กลัวลนลานยิ่งขึ้น เซวียจานเยี่ยไม่สนใจ หันกลับไปออกคำสั่งเสียงดังว่า

“ป้ายสงบสุขรับรองความสงบสุข มีคนกล้าไม่พอใจป้ายสงบสุข ก็เหมือนไม่พอใจสำนักบูรพา ความเสียหายข้าวของในหอฉินก่วนวันนี้ เสียเวลาทำการค้าเช่นนี้ พวกเจ้าสามคนชดใช้มา พรุ่งนี้ให้เอามาให้ หากไม่เช่นนั้น ข้าจะไปรับถึงบ้าน คนไม่เกี่ยวข้องสลายตัวได้ ลากพวกที่แขนขาหักโยนออกไป อย่าได้เสียเวลาทำการค้าของหอฉินก่วน!”

กล่าวจบ เซวียจานเยี่ยก็นำลูกน้องเดินออกไป ซ่งฉานฉานด้านหลังได้แต่ตะลึงมองทุกอย่างที่เกิดขึ้น รอจนเซวียจานเยี่ยออกจากประตูไป ซ่งฉานฉนก็คุกเข่าลงกับพื้น เปล่งเสียงร้องไห้ดังอออกมาทันที

สหายสุนัขจิ้งจอกของฟางจงผิงต่างพากันมองไปมา มองไปทางฟางจงผิงที่กุมลำคอร้องเสียงโหยหวนอยู่ตรงนั้น ทุกคนก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรได้แต่พากันออกไป ไม่มีผู้ใดสนใจพวกเขา

ผู้ติดตามฟางจงผิงก็รีบเอาผ้าผืนหนึ่งส่งให้ เช็ดสะอาดแล้วจึงได้เห็นว่า ที่ลำคอก็แค่บาดแผลใหญ่ราวเล็บมือเท่านั้น ผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่มา ผู้ใดยังกล้าอยู่ที่หอฉินก่วนกันต่อ ผู้ใดยังกล้ามีหน้าอยู่ที่นี่กันต่อ ฟางจงผิงถึงกลับไม่ได้ตะโกนส่งเสียงอาฆาตใด รีบก้มหน้าตามทุกคนจากไป

*******

คุณชายระดับนี้ออกไปหาเรื่องเกเรข้างนอก ที่บ้านใช่ว่าไม่รู้ แต่ก็ไม่สนใจ หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น ทุกคนที่พอมีระดับก็รู้อยู่แก่ใจดี

ฟางจงผิงเดินอาดออกไป แต่ลำคอพันผ้าพันแผลท่าทางอนาถกลับมา ย่อมมีคนไปรายงานพ่อบ้านฟางต้า ฟางต้าเข้าใจเรื่องราวครู่หนึ่ง รู้สึกว่าตัดสินใจเองไม่ได้ ก็รีบไปรายงานอันผิงโหว ฟางรุ่ยหัง

วันนี้ฟ้ามืดแล้ว แต่ฟางจงผิงกำลังจะเข้านอนก็ถูกผู้ติดตามบิดาเรียกให้ไปที้ห้องโถง พอเข้าไป ฟางจงผิงก็ทักทายอย่างไม่เต็มใจนัก กำลังจะเดินไปหาเก้าอี้ลงนั่ง ฟางรุ่ยหังกลับยกมือชี้หน้าตะโกนด่าเสียงเย็นเยียบว่า

“เจ้าเดรัจฉานยังมีหน้ามานั่ง? คุกเข่า!!!”

ฟางรุ่ยหังด่าเสียงดังเช่นนี้ ฟางจงผิงก็ตัวสั่นไปทั้งตัว คุกเข่าลงอย่างรู้สึกโดนรังแก ได้ยินเสียงเย็นเยียบอันผิงโหวถามขึ้นว่า

“เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าล่วงเกินผู้ใด?”

“คนสำนักบูรพาคิดมารับเงินป้ายสงบสุขต่อ ลูกจึงได้”

กล่าวไม่ทันจบก็ถูกฟางรุ่ยหังถีบ หยิบแส้ที่เตรียมไว้ฟาดลงไป ด่ายกใหญ่ว่า

“เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าล่วงเกินผู้ใด เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าหาเรื่องใหญ่มาให้ข้าแล้ว?”

ลงแส้ไปหลายทีทำเอาฟางจงผิงที่เลี้ยงมาอย่างเอาใจกลิ้งไปมาที่พื้น ฮูหยินอันผิงโหวทนดูต่อไม่ไหว ร้องไห้คร่ำครวญวิ่งออกมากัน ร้องไห้ไปกล่าวไปว่า

“ท่านโหว ล่วงเกินผู้นั้นไปแล้วก็ไปจัดการให้เรื่องจบเร็วๆ ตีลูกไปจะมีประโยชน์อะไร?”

อันผิงโหวหยุดแส้ในมือลง

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version