Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 389


ตอนที่ 389 ปูนบำเหน็จความดีความชอบ ได้มาได้อย่างไร

หลังจากรัชสมัยฮ่องเต้เจิ้งเต๋อ ราชวงศ์หมิงล้วนเรียกโจรสลัดว่า โจรสลัดวัวโค่ว ทว่านอกจากพวกนักรบซามูไรและซามูไรไร้สังกัดทีเรียกว่า โรนิน ที่มาจากประเทศวัวแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นพวกพื้นที่รุ่งเรืองริมฝั่งทะเลใต้อย่างเช่นเจ้อเจียงและฮกเกี้ยน พอมาถึงรัชสมัยเจี้ยจิ้งก็เริ่มก่อตั้งเป็นขบวนการโจรสลัดใหญ่บนทะเลราชวงศ์หมิงไปเรียบร้อย

ชีจี้กวงและอวี๋ต้าโหย่วต่อสู้อย่างลำบากทางตะวันออกเฉียงใต้มาหลายสิบปี พวกโจรสลัดไม่กล้าขึ้นฝั่งอีก ย้ายเป้าหมายไปยังริมทะเลที่ไร้คนคุ้มครอง

หลังผ่านการสู้รบมายาวนาน ราชวงศ์หมิงเข้าใจ ‘โจรสลัดวัวโค่ว’ เข้ากระดูก มีบันทึกว่า ‘ที่เรียกว่าพวกโจรสลัดวัวโค่ว มีพวกนี้จริงเพียงสองสามส่วน’

โจรสลัดโจมตีเทียนจินนี้ก็เป็นเพียงเมืองที่ถูกโจรเข้าก่อความไม่สงบ เป็นเรื่องปราบปรามในพื้นที่ ไม่เกี่ยวพันถึงราชสำนัก หวังทงเองก็คิดเช่นนี้ หากปราบโจรสลัดสิ้น อาจนำปัญหาอื่นมาเพิ่มแทน จากการคาดเดาจองเขาแม้ว่ามีโจรสลัดบุกเทียนจิน ก็คงเป็นแค่โจรสลัดทางตอนเหนือ ไม่น่ามีพวกโจรสลัดวัวโค่วตัวจริงอยู่ด้วย แต่ยามนี้เมื่อพบว่ามีการใช้งานโจรสลัดวัวโค่วตัวจริง เช่นนี้ก็ย่อมเป็นกองโจรใหญ่ระดับเบอร์หนึ่งบนท้องทะเล

หลังจากชันสูตรพลิกศพก็พบโจรสลัดวัวโค่วตัวจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่อาจปิดบังได้ ได้แต่รายงานไปตามจริง มีโจรสลัดวัวโค่วตัวจริง เรื่องนี้ย่อมยกระดับไปสู่สงครามระดับชาติ

**********

ตอนหวังทงเร่งรุดไปถึงแม่น้ำทะเลพร้อมพวกนาวาสุคนธ์ที่คัดตัวมาอย่างเร่งรีบ มาถึงพื้นที่การค้าก็ให้นำศพออกไป และกวาดพื้นด้วยดินเพื่อกลบร่องรอยโลหิต จากนั้นก็นำอาวุธโจรสลัดทั้งหมดมากองรวมกัน เรือพิกลพิการอีกเกือบ 80 ลำ ก็ได้ลูกเรือพ่อค้ามาช่วยนำกลับเข้าฝั่ง

ท้องฟ้าสว่างแล้ว พวกพ่อค้าและบรรดาลูกจ้างที่ตกอกตกใจกันมาทั้งคืนก็มาถึงที่นี่ พอเห็นทหารและชายฉกรรจ์กำลังเก็บกวาด หลายคนก็เข้าไปช่วยด้วยตนเองโดยไม่ต้องเรียก

สีหน้าทหารมีความเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งมากขึ้น ความเหน็ดเหนื่อยและตื่นเต้นหลังชัยชนะเมื่อคืน การได้เห็นโลหิตสดๆ การได้เห็นความเป็นความตายตรงหน้า ทำให้ทหารเหล่านี้กลายเป็นนักรบแท้จริง

พ่อค้าและลูกจ้างกับบรรดาพวกว่างงานจากวงการต่างๆ ก็สบตากันด้วยความหวาดกลัว ไม่มีสักคนได้เห็นการต่อสู้เมื่อคืน แต่เสียงปืนใหญ่ยิงกระหน่ำราวอสุนีบาต เสียงล่าสังหารและเสียงร้องโหยหวน หลายคนได้ยินกันชัดเจน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้กลิ่นคาวยังคละคลุ้งไปทั่วท้องถนน

พวกที่เฝ้าร้านบ้างก็ตื่นเต้น บ้างก็หวาดกลัว พากันเล่าเรื่องราวเมื่อคืนให้คนที่ไม่รู้จักฟังกัน เดิมโจรสลัด 4,000 กว่าคนบุกเข้ามา จากปากคนพวกนี้ก็กลายเป็น 40,000 คน……

แต่การพูดเกินจริงนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องสนใจว่าคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ มองคนที่แบกศพออกไปเรื่อยๆ ไม่รู้มากมายเท่าไร ขณะพูดไปก็ฟังไปอย่างตั้งใจ ทุกคนก็รู้สึกมั่นใจขึ้นอีกหลายส่วนอย่างไม่รู้ตัว

โจรสลัดโจมตีขนาดนี้ หากพวกเขาอยู่ทางใต้คงต้องเสียเลือดเสียเนื้อราวสายน้ำ แต่หวังทงครั้งนี้กลับได้รับชัยชนะใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น แต่ละร้านไม่ได้รับความเสียหายสักเท่าไร

ในตอนนี้เอง ทุกคนก็เข้าใจแล้วว่า นโยบายที่ “แปลกประหลาด” ที่ “แสนยุ่งยาก” พวกนั้นเป็นเพื่อการใด โชคดีที่มี จึงทำให้ทุกคนรักษาชีวิตเอาไว้ได้ รักษากิจการเอาไว้ได้

ทุกคนต่างเห็นความสำคัญของหวังทงและพื้นที่แห่งนี้ ณ ที่แห่งนี้ ไม่เพียงแต่สามารถสร้างความร่ำรวย แตะยังไร้รับการปกป้องให้เป็นสุข สามารถร่ำรวยกันไปได้อีกนาน นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด

**********

“เจ้าคือมู่เอินหรือ?”

หวังทงถามด้วยรอยยิ้ม ชายร่างกายกำยำเบื้องหน้ารีบยืนตัวตรง ตอบด้วยเสียงอันดังว่า

“เรียนใต้เท้าหวัง ข้าน้อยมู่เอิน!”

“ได้ยินหัวหน้ากองบอกว่า เมื่อคืนเจ้าเป็นคนยิงลูกแรก และยังใช้ปืนเสือหมอบยิงโจรบาดเจ็บไปจำนวนมาก สร้างความชอบใหญ่!”

การต่อสู้เมื่อคืนที่ผ่านมา นัดแรกอาจไม่สำคัญ แต่ปืนเสือหมอบยับยั้งการประชิดของโจรสลัด ทำให้โจรบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก นับเป็นความดีความชอบใหญ่ เทียบกับพวกโจรที่บุกตามถนนเส้นต่างๆ แล้ว พวกที่มาจากทะเลพวกนี้โหดเหี้ยมกว่ามาก หลังปืนใหญ่หยุดพักยิง หลายครั้งที่พวกมันบุกเข้ามาเกือบจะทำลายค่ายตั้งรับของทหารริมฝั่ง

แต่เพราะมู่เอินนำปืนเสือหมอบระดมยิง ทหารปืนใหญ่ที่เหลือจึงได้ยกปืนเสือหมอบออกมายิงตามไปด้วย จึงได้ทำให้ศัตรูที่บุกเข้ามาล่าถอยกลับไป

ตอนแรกไม่มีผู้ใดคิดว่าปืนเสือหมอบจะทำอันใดได้ แต่ก็ทิ้งไว้ที่แต่ละป้อมเพื่อเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ทหารปืนใหญ่สามารถเอาออกมายิงในระยะใกล้ได้ คิดไม่ถึงว่าเมื่อคืนกลับได้นำมาใช้สร้างประโยชน์ใหญ่ได้

“ชำนาญการใช้ปืนใหญ่ สมองคิดฉับไว เจ้าทำได้ไม่เลว ข้าจะมีรางวัลให้เจ้า อยากได้อะไร?”

เมื่อมู่เอินได้ยิน ก็รีบตอบกลับไปด้วยเสียงอันดังว่า

“เรียนใต้เท้า ข้าน้อยไม่อยากประจำอยู่ที่ป้อมปืนใหญ่ อยากจะเข้าร่วมกองทหารราบ”

หวังทงได้ยินก็อึ้งไป มู่เอินกล่าวต่อด้วยเสียงอันดังว่า

“ข้าน้อยอยากจะเข้าฟาดฟันด้วยอาวุธจริง ไม่อยากเอาแต่ยิงปืนใหญ่อยู่ที่นั่น!”

คำพูดตรงๆ ทำเอาหวังทงยิ้มส่ายหน้า มู่เอินยืดตัวตรงขึ้น หัวหน้ากองข้างๆ ก็ยิ้มกล่าวว่า

“ใต้เท้า มู่เอินหากอยากมา ตำแหน่งนายกองธงใหญ่ของค่ายเราก็มีอยู่ เป็นลูกผู้ชายจริงๆ”

หวังทงส่ายหน้ากล่าวว่า

“อย่าฝันไปเลย ทำหน้าที่ทหารปืนใหญ่ให้ข้าไปดีๆ ก็พอ”

พอได้ยิน มู่เอินก็ระบำยลมหายใจออกมาเสียงดัง หวังทงกลับยิ้มกล่าวว่า

“ผู้บัญชาการถานหั่วขาดผู้ช่วย เลื่อนให้เจ้าเป็นนายกองร้อย ในระบบกองกำลังหู่เวยและสำนักองครักษ์เสื้อแพร นายกองร้อยมีไม่ถึง 70 นับว่าไม่เล็กแล้ว มู่เอินคิดไม่ถึงว่าตนเองจะได้เลื่อนตำแหน่งเช่นนี้ จึงลืมความผิดหวังที่จะย้ายไปประจำกองทหารราบ เอาแต่ยิ้มค้างอยู่กับที่ ถึงกับลืมคำนับขอบคุณ

หัวหน้ากองส่งเสียงตำหนิ มู่เอินจึงได้รีบก้มลงคำนับขอบคุณ หวังทงยิ้มแซวไปอีกสองสามคำ ก่อนจะเดินไปพร้อมกับบรรดาหัวหน้ากองยังพื้นที่กองซากศพ

มี 10 กว่าศพถูกกองแยกไว้ ทุกศพมีเสื้อเกราะทำจากไม้ไผ่และแผ่นหนัง ศีรษะด้านหน้าล้านถึงกลางกระหม่อม ล้วนรูปร่างเตี้ยแคระ อาวุธประจำตัวเป็นทวนยาวหรือดาบพวกวัวโค่ว

ภาพตรงหน้านี้หวังทงไม่รู้สึกแปลก ในสมัยนี้มีแต่นักรบประเทศวัวเท่านั้นที่จะแต่งตัวเช่นนี้ หวังทงชักดาบตนเองออกมาพลิกศพ ตรวจสอบอย่างละเอียดไปก็กล่าวไปว่า

“ใช้โจรสลัดวัวโค่วตัวจริงได้ เคลื่อนกำลัง 4,000 กว่ามาโจมตีได้ ช่างไร้ความยำเกรงเสียจริง!”

หัวหน้ากองด้านข้างมองเห็นสีหน้าเคร่งเครียดหวังทงแล้วก็กล่าวขึ้นเบาๆ ว่า

“ใต้เท้า คนพวกนี้ดูแล้วเป็นตัวหัวหน้า ดุร้ายโหดเหี้ยมมาก พี่น้องเราก็ตายด้วยน้ำมือคนพวกนี้ไปไม่น้อย จับตัวได้ 23 คน บอกว่ากลุ่มที่เข้ามาทางแม่น้ำทะเลมีราว 200 คนที่เป็นโจรสลัดวัวโค่วตัวจริง แต่อยู่บนหัวเรือไม่น้อย ตอนบุกเข้ามาอยู่ด้านหน้าสุด ถูกปืนใหญ่ถล่มตายไปไม่น้อย พวกที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่โจรสลัดวัวโค่วตัวจริง!”

**********

บรรดาโจรสลัดสติแตกกันไปนานแล้วพอถูกจับเป็นเชลยก็พูดออกมาหมด ขั้นตอนสอบปากคำจึงไม่มีการลงทัณฑ์ คนพวกนี้ต่างพากันให้การรับสารภาพออกมาหมดทุกเรื่อง

พวกที่มาเมื่อคืนล้วนเป็นคนของราชาไตรธารา หัวหน้าก็คือ กู้เหลาหู่ กู้เหลาหู่ผู้นี้ทำการผู้เดียว แม้ว่าเป็นพันธมิตรกับราชาไตรธารา แต่ทำการนี้ด้วยตนเอง

ราชาไตรธารามีกำลังเกือบหมื่น ปฏิบัติการเพียงแค่เก็บค่าน้ำร้อนน้ำชาจากเรือพ่อค้าบนท้องทะเล เรือทะเลขนาด 1,000 เคอ แต่ละปีจ่าย 500 ตำลึงเงิน จากนั้นก็จะได้ธงไตรธารามาแขวน สามารถรับประกันความปลอดภัยได้หนึ่งปี

แต่กู้เหลาหู่กลับไม่ค่อยรักษาธรรมเนียม มักจะแอบปล้นเรือที่แขวนธงอยู่บ่อยๆ เพราะเขามีสายสัมพันธ์แน่นหนากับพวกโจรสลัด ลูกน้องก็หลายพัน ดังนั้นราชาไตรธาราจึงยอมให้เขาหลายส่วน

เมื่อก่อนเรือทะเลที่เป็นพันธมิตรกับราชาไตรธาราจะเข้ามาแม่น้ำทะเลได้สะดวก บรรทุกสินค้ากำไรมหาศาลอย่างเช่น หนังกวาง ยาหางวัว ผ้าแพรอะไรพวกนี้ไปขายให้ประเทศวัวได้สะดวก แต่ตั้งแต่หวังทงสร้างป้อมปืนและเก็บภาษีสินค้ากำไรมหาศาลพวกนี้หนัก ก็เท่ากับง้างปากแย่งเอาก้อนเนื้อออกจากปากราชาไตรธารา

ทำลายเส้นทางความมั่งคั่งของผู้คน นับเป็นความแค้นอันดับหนึ่งในใต้หล้า หวังทงนำกำลังปราบท่าเรือส่วนตัวที่แม่น้ำถังเจียเหอไป เรือในสังกัดราชาไตรธาราก็สิบกว่าลำ ลูกเรือและสินค้าถูกตัดเส้นทาง ความแค้นเพิ่มทวีคูณ

เดือนสอง ปีที่ 7 ในรัชสมัยว่านลี่ การค้าในเทียนจินก็เริ่มระเบิดความรุ่งเรืองขึ้น ผู้คน สินค้า เงินทองไหลมาเทมา ภูเขาทองทะเลเงินเช่นนี้ มั่งคั่งอย่างที่สุด นอกจากนี้ริมแม่น้ำริมทะเลยังไม่มีกำแพงกั้น ไม่มีทางการคอยดูแลป้องกัน มีเพียงองครักษ์เสื้อแพรประจำการ

เดิมก็มีความเกลียดชังอยู่ เนื้อก้อนโตวางอยู่ริมทะเล ในฐานะที่เป็นโจรสลัด หากไม่เข้าไปงับจะให้จิตใจยอมได้อย่างไร บรรดาคนของราชาไตรธาราต่างก็มีความคิดเช่นนี้

หลายคนคิดว่าเดือนสามก็จะมาลงมือเก็บกวาด แต่ราชาไตรธารากลับเห็นว่าผลไม้เช่นเทียนจินนี้ยังไม่ถึงเวลาสุกงอม หลายร้านยังเตรียมการค้าขายไม่เสร็จ ยังไม่ลงมือค้าขาย สินค้ายังไม่พร้อมพรั่ง เร็วไปที่จะลงมือ

ทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับความคิดเขา คิดไม่ถึงว่าไม่นานนี้ราชาไตรธารากลับเปลี่ยนท่าที บอกว่าเทียนจินป้องกันแน่นหนา คิดจะทำอะไรก็ไม่ง่ายนัก ไม่สู้เปิดการค้ากับเทียนจิน ทุกคนอยู่กลางทะเล มีเรือในมือมากมาย การค้าทางทะเลย่อมได้เปรียบกว่าผู้อื่น อาศัยโอกาสนี้หากำไรไม่ดีกว่าหรือ?

พอได้ยินราชาไตรธารากล่าวเช่นนี้ บรรดาโจรสลัดที่เตรียมการกันมานานก็แตกรัง เทียนจินแสนอวบอ้วนเช่นนี้ แค่เพียงคำว่า ‘ป้องกันแน่นหนา’ ก็ไม่เข้าแตะต้องแล้วหรือ?

กู้เหลาหู่เป็นผู้ที่แสดงท่าทีรุนแรงที่สุดผู้หนึ่ง ราชาไตรธาราเอาคนอื่นๆ อยู่ แต่ไม่แน่ว่าเอาเขาอยู่ นับประสาอันใดกับการที่เขาแอบส่งลูกน้องไปดูลาดเลาที่เทียนจินมาเรียบร้อย

เจ้าหน้าที่ทางการและกองกำลังพิทักษ์เทียนจินอยู่ทางเหนือของเมือง ค่ายที่ใกล้ที่สุดก็ห่างจากแม่น้ำทะเลราวสองชั่วยาม คิดว่าเต็มที่ก็คงมีแค่ทหารองครักษ์เสื้อแพร 3,000 กว่านายเท่านั้น

เจ้าหน้าที่ทางการไม่อาจมาทันการณ์ พอได้ข่าวเช่นนี้ กู้เหลาหู่ก็รีบตัดสินใจนำกำลังมาด้วยตนเองเพื่อกวาดเงินทองก้อนโต คิดไม่ถึงว่ากลับต้องมาปะทะกับกระดานเหล็กกล้าที่นี่

ส่วนท่านสี่อะไรนั่นที่เข้าบุกทางแม่น้ำทะเลนั้น ว่ากันว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาไดเมียวมีชื่อเสียงจากประเทศวัว แต่ไรมาก็เข้าปะทะได้ชัย ไดเมียวผู้นั้นมีสายสัมพันธ์อันดีกับกู้เหลาหู่ สินค้าไม่น้อยล้วนทำการค้ากับไดเมียวผู้นี้

**************

ในตอนเที่ยง คำให้การรับสารภาพของโจรสลัดถูกส่งไปที่โต๊ะทำงานของหวังทง พออ่านจบ หวังทงก็นิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า

“โจรสลัดนับหมื่นใกล้ชิดกับพวกโจรสลัดวัวโค่ว จะต้องให้ราชสำนักรับรู้ ให้หามาตรการรับมือ”

กล่าวถึงตรงนี้ หวังทงก็ตบหน้าผากสองสามที อยู่ๆ ก็หัวเราะพูดกับตนเองว่า

“เรื่องนี้บางทีก็อาจเป็นประโยชน์……”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version