Chapter 11
(18+)โทรเรียกเด็กมาแก้ขัด
“เอ่อ…ผมว่าเดี๋ยวเราค่อยกลับมาคุยเรื่องนี้กันต่อดีกว่าไหมครับ พวกคุณอาต้องไปแจ้งความก่อนนะครับ” ตะวันเตือนเสียงเบา
แล้วอันธิกาก็ขยับไปกระซิบถามตะวันว่า “เพื่อนหลานคนนี้ ไว้ใจได้ขนาดไหน?”
“ล้านเปอร์เซ็นต์เลยครับ” ตะวันยืนยันเสียงหนักแน่น
อันธิกาจึงหันไปพูดกับอารยะว่า “ฝากคุณช่วยดูแลลูกปรียาก่อนก็ได้ แต่ถ้าคุณคิดไม่ดีกับลูกปรียาล่ะก็…”
อันธิกาเลื่อนสายตาไปมองตรงกลางลำตัวของอารยะ แล้วก็ยกนิ้วทำท่ากรรไกรตัดฉับๆ
อารยะก็มองตอบด้วยสายตาราบเรียบ ไร้อาการสะดุ้งสะเทือน
“ฮื้อ! คุณก็ ไปขู่เด็กอย่างนั้นได้ยังไง แค่ตัดไอ้นั่นจะไปพออะไร ต้องตัดแขนตัดขาเหลือแต่ตัวกุดๆ ซิ” ทรงยศเสริมขึ้นมา
อารยะยกมือนวดขมับหยับๆ คิดในใจว่า ผัวเมียคู่นี้ช่างเข้าขากันจริง…จริ๊ง!!!
แล้วอันธิกาก็จับแขนสามี พูดว่า “ไปคุณ ไปโรงพัก”
ทรงยศก็เดินตามไปโดยดี
ตะวันกับกะทิก็ตามทั้งสองไป
อารยะถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
พยาบาลก็ดึงม่านเปิดออก
อารยะจึงเดินไปนั่งข้างเตียง มองดูปรียาอย่างเป็นห่วงเป็นใย
เมื่อเดินออกไปนอกห้อง ER แล้วทรงยศก็หันไปพูดกับตะวันและกะทิว่า “คุณสองคนไปรถอาเถอะ จะได้ไม่ต้องคอยขับตามกันไปตามกันมา”
“ครับ” ตะวันกับกะทิ พยักหน้ารับ จากนั้นทรงยศก็หยิบโทรศัพท์มาโทรเรียกคนขับรถให้เอารถมารับหน้าตึก ER
เมื่อรถมาถึง ทั้ง 4 คนก็ขึ้นรถไป แล้วตะวันก็บอกคนขับรถให้ไปโรงพัก
ครั้นไปถึงโรงพัก ตะวันก็เดินนำทุกคนไปพบรองผู้กำกับซึ่งเป็นผู้ทำคดี
รองผู้กำกับยืนรอต้อนรับอยู่ในห้อง
พอตะวันเดินเข้าไป ตะวันก็ยกมือไหว้ทักทาย “พี่ก้อง ผมพาคุณอาทั้งสองมาแจ้งความครับ”
“เชิญนั่งครับ” รองฯก้องเกียรติผายมือเชิญ เขาก็พอจะคุ้นหน้าคุ้นตากับทรงยศและอันธิกาอยู่บ้าง เพราะร้านสาขาของทั้งสองอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพักของตัวเอง
“สวัสดีครับท่านรองฯ”
“สวัสดีค่ะ”
ทรงยศกับอันธิกาไหว้ทักทายตามมารยาท แล้วก็เดินไปนั่งที่โซฟารับแขก
ตะวันกับกะทิก็เดินไปนั่งอีกฝั่ง
รองฯก้องเกียรตินั่งลง
อันธิกาก็เปิดฉากพูดว่า “ดิฉันต้องการแจ้งความนายภาสกรกับพวกข้อหามอมยา ล่อลวง กักขังหน่วงเหนี่ยวโดยมีประสงค์จะข่มขืนลูกสาวดิฉันค่ะ”
“ครับๆ เดี๋ยวผมจะให้ร้อยเวรมาบันทึกประจำวันให้ครับ แต่ทางผู้ต้องหาก็ได้ตามทนายความแล้ว ผมคิดว่าที่ต้องการปิดข่าว คงไม่ง่ายแล้วล่ะครับ” ประโยคหลังเขาหันไปพูดกับตะวัน
“เป็นข่าวก็เป็นข่าวค่ะ ดิฉันกับสามียอมให้เรื่องมันอื้อฉาวดีกว่าจะยอมปล่อยพวกมันให้ลอยนวลค่ะ” อันธิกาบอกหนักแน่น แล้วหันไปมองสามีแว๊บหนึ่ง
ทรงยศก็จับมือภรรยาเหมือนจะต้องการยืนยันความคิดที่เหมือนกัน
คำพูดของพ่อแม่ผู้เสียหาย ทำให้รองฯก้องเกียรติเบาใจขึ้นเยอะ “ผมคิดว่าหลังจากมีข่าวออกไป น่าจะมีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ผมทราบ นายภาสกรคนนี้มีพฤติกรรม ล่อลวงผู้หญิงร่ำรวยไปร่วมหลับนอนแล้วถ่ายคลิปไว้แบล็คเมล์ครับ แต่เพราะที่ผ่านมาไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความ ทางเราก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ครับ”
อันธิกากับทรงยศหันไปมองหน้ากัน แล้วก็หันไปพูดกับรองฯก้องเกียรติว่า “พวกเราไม่รู้เลยว่านายคนนี้จะเลวแบบนี้ เพราะเท่าที่เรารู้มาก็ดูประวัติใสสะอาด ท่าทางจริงใจ…”
“คร้าบ…คร้าบ ใสม๊าก! ใสจนดำสนิทเลยล่ะครับคุณอา ทั้งแบล็คเมล์ ทั้งเล่นพนัน ทำตัวเป็นกาฝากของกลุ่มคนมีเงิน มีเอี่ยวกับพ่อค้ายาด้วยนะครับ” กะทิพูดแทรกขึ้นอย่างอดปากไม่อยู่
อันธิกากับทรงยศปากอ้าค้าง อย่างไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ดูจริงใจ ไร้เล่ห์เหลี่ยมเช่นนั้นจะซ่อนความสกปรกดำมืดไว้ได้ขนาดนี้
“ที่ผมรู้นี่ก็เพราะลูกพี่ลูกน้องของผมคนนึงก็ถูกไอ้เลวนี่ล่อลวงไปข่มขืนมาแล้วครับ ถูกมันแบล็คเมล์หมดเงินไปเป็นล้านทีเดียว กว่าคุณน้าผู้ชายกับคุณน้าผู้หญิงจะรู้เรื่องก็จนลูกพี่ลูกน้องผมแอบซื้อยาขับเลือดมากินเพื่อจะกำจัดเจ้ามารหัวขนที่ติดท้องมาครับ เธอตกเลือดจนต้องเข้าโรงพยาบาล ความก็เลยแตกขึ้นมา คุณน้าทั้งสองก็ไม่กล้าแจ้งความเอาเรื่องก็เพราะกลัวเรื่องจะอื้อฉาวนี่แหละครับ” กะทิเล่าอย่างแค้นใจ
อันธิกากับทรงยศปากยิ่งอ้าค้างมากขึ้น แล้วอันธิกาก็ถามว่า “ลูกพี่ลูกน้องที่คุณพูดถึงนี่ใช่น้องน้ำตาล…”
“ใช่ครับ” กะทิพยักหน้ารับโดยที่อันธิกายังพูดไม่ทันจบ
“งั้นที่จู่ๆ ก็ได้ข่าวว่าน้องน้ำตาลไปเรียนต่อเมืองนอกก็เพราะสาเหตุนี้ซินะคะ” อันธิกาซักต่ออีก
“ครับ” กะทิพยักหน้ารับแววตาเจ็บปวด
อันธิกากับทรงยศหันไปมองตากันอย่างแน่วแน่ “ต้องเอามันเข้าคุกให้ได้!”
รองฯก้องเกียรติเห็นว่า ผู้เสียหายยืนยันที่จะแจ้งความจึงเดินไปเปิดประตูเรียกร้อยเวรให้มาลงบันทึกประจำวัน
เมื่อร้อยเวรเข้ามา อันธิกาก็แจ้งข้อหาละเอียดยิบสมกับที่เป็นทนายความ
หลังจากแจ้งความแล้ว อันธิกากับทรงยศก็กลับไปพร้อมกับตะวันและกะทิ
ซึ่งเรื่องการขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่โรงแรมก็ปล่อยให้เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องไปตามเก็บหลักฐานต่างๆ
ทางด้านกะทิก็โทรคุยกับคุณน้าทั้งสองให้มาแจ้งความเอาผิดภาสกร เขาพยายามกล่อมคุณน้าอยู่นานกว่าที่คุณน้าจะตัดสินใจตกลงว่าจะมาแจ้งความ ซึ่งหลักฐานต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้นกะทิได้เก็บรวบรวมหลักฐานไว้นานแล้ว แม้กระทั่งซากก้อนเลือดที่เกิดจากการทำแท้งในคราวนั้นเขาก็แอบเก็บเอาไว้เช่นกัน เพราะนั่นคือหลักฐานที่มี DNA ของนายภาสกรอยู่ด้วย เขายิ่งต้องเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานอย่างดีเลยทีเดียว
เมื่อถึงโรงพยาบาล คนทั้งหมดก็กรูกันเข้าไปในห้อง ER เห็นปรียานอนสงบอยู่บนเตียง ไม่มีอาการกระสับกระส่ายแล้ว
อันธิกากับทรงยศก็โล่งใจ ทรงยศหันไปพูดกับอารยะว่า “ขอบคุณคุณมากที่ช่วยอยู่เป็นเพื่อนลูกปรียา”
“ไม่เป็นไรครับ เธอเป็นเพื่อนผม เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนครับ” อารยะกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ
“เอาล่ะกลับกันเถอะไอ้ยะ พรุ่งนี้แกต้องไปทำงานแต่เช้านี่นา” ตะวันพูดขึ้น แล้วก็หันไปพูดกับทรงยศและอันธิกาว่า “คุณอาครับ พวกผมคงต้องกลับล่ะครับ พรุ่งนี้ผมมีประชุมตอนเช้าครับ”
“อ่อๆ เชิญค่ะๆ ขอบคุณหลานๆมากค่ะที่ช่วยเหลือ” อัญธิกาพูด มอง 3 หนุ่มอย่างซาบซึ้งใจ
3 หนุ่มก็ยกมือไหว้ลาผู้ใหญ่ทั้งสอง แล้วก็พากันเดินออกจากห้อง ER ก่อนจะกลับอารยะก็ล้วงกุญแจรถมาส่งให้ทรงยศ บอกว่า “กุญแจรถคุณปรีครับ รถจอดอยู่ลาน A ช่อง 1 ครับ”
“อ่อๆ ขอบคุณมากหลานชาย แล้วเดี๋ยวอาจะโทรไปชวนกินข้าวนะ” ทรงยศบอกพลางรับกุญแจไป
แล้วอารยะก็ยกมือไหว้ทั้งสองอีกครั้งแล้วก็รีบตามเพื่อนไป
อันธิกามองตามไปแล้วก็เอ่ยว่า “อืม ท่าทางดูดี หน้าตาก็หล่อดีนะพ่อ”
“ไอ้ท่าทางดูดี หน้าตาดีนี่แหละต้องระวังให้มากๆ แล้ว ดูอย่างนายภาสกรนั่นซิ ท่าทางดูดี หน้าตาดีแล้วไง ประวัติเหมือนจะใสสะอาด แต่ที่ไหนได้เลวชั่วช้าซะไม่มี” ทรงยศกล่าวอย่างแค้นใจ ในหัวเขาก็คิดแผนการบางอย่างที่จะจัดการกับนายภาสกรไว้แล้ว คนเลวๆ พรรค์นั้นกล้าคิดร้ายกับลูกสาวของเขา เขาไม่เอามันไว้เด็ดขาด! ฮึ่ม!
เมื่ออารยะเดินตามมา ตะวันก็พยักเพยิดกับกะทิว่า “แกกลับไปได้เลย เดี๋ยวฉันไปส่งไอ้ยะที่บ้านเอง”
“อืม” กะทิพยักหน้ารับแล้วก็เดินแยกตัวไป
ตะวันก็หันไปพูดกับอารยะว่า “ไปๆ ฉันไปส่งแกที่บ้านก่อน”
“อืม ขอบใจว่ะ” อารยะพยักหน้า
จากนั้น 2 หนุ่มก็เดินไปที่ลานจอดรถ แล้วตะวันก็ขับรถไปส่งอารยะที่บ้าน
ครั้นส่งอารยะแล้วตะวันก็ขับรถกลับคอนโด
ส่วนทางด้านภาสกรกับเพื่อนก็มีทนายมายื่นประกันตัวออกไป
ทนายก็ขับรถพาภาสกรและเพื่อนไปส่งที่คอนโด
ทั้งสองคนเมื่อเข้าไปในห้องแล้ว ภาสกรก็เตะหมอนอิงบนโซฟาอย่างอารมณ์เสีย “แม่งเอ้ย! พวกมันตามมาถูกได้ไงว่ะ? กูเกือบจะได้ฟันอีนั่นอยู่แล้วเชียว เวรเอ้ย!”
แล้วเขาก็หันไปตวาดเพื่อนว่า “มึงกันท่าเหี้**อะไรวะ!”
“กูจะไปรู้รึล่ะว่าพวกมันตามมึงไปน่ะ กูเห็นมึงพาอีนั่นออกไป กูก็รีบไปที่รถเอายาเพิ่ม กะว่าจะได้ฟันมันทั้งวันทั้งคืนซะหน่อย ใครจะรู้ล่ะว่าพวกมันตามมึงไปถูกน่ะ กูถูกไอ้เวรนั่นจิกหัวจนผมแทบหลุด แม่ง มันยังกระทืบขากูอีก กูไม่ปล่อยมันไว้แน่ ฮึ่ม!” วิทยาพูดอย่างแค้นใจ
“แค้นนี้กูต้องเอาคืนแน่ ยิ่งไอ้เวรนั่นกูต้องลากมันมากระทืบๆ แล้วค่อยฆ่ามันทิ้งให้ได้!” ภาสกรพูดอย่างโมโห ตาวาววาบอย่างแค้นจัด
“แล้วเรื่องคดีจะเอาไง?” วิทยาถาม ภาสกรก็ตอบว่า “จะเอาไงเหรอ? ตำรวจจะทำอะไรได้ ในเมื่อภาพจากกล้องก็แค่เห็นกูประคองอีนั่นขึ้นห้องเท่านั้น กูก็อ้างได้ว่าเห็นมันเมาเลยพาไปนอน ตำรวจจะมีหลักฐานอะไรเอาผิดพวกเราได้ล่ะ”
“อืม” วิทยาพยักหน้า
“รอให้เรื่องซาก่อนเถอะ กูจะหาทางลากอีเวรนั่นมาฟันให้ห**แหกเลยมึง!” ภาสกรพูดอย่างอาฆาต กัดฟันกรอดๆ อย่างแค้นใจ
“กูก็อยากฟันมันชิ**หาย แม่งหุ่นมันน่าขย่มขนาดนั้นกูล่ะโคตรเสียดาย พูดแล้วเงี่**ว่ะ!” วิทยาพูดพลางมองเป้ากางเกงตัวเองที่เริ่มนูนตุงขึ้นมา “มึงโทรตามเด็กมาซัก 2 คนซิ กูเงี่**”
“เออ มึงรอแป๊บ” ภาสกรบอกแล้วก็หยิบโทรศัพท์มากดโทรหาเหยื่อคนก่อนๆ ทันที
ปลายสายพอเห็นว่าเป็นเบอร์ภาสกรโทรมาก็สะดุ้งลืมตาตื่นเต็มที่ สีหน้าหวาดผวา รีบรับโทรศัพท์เสียงสั่น “พะ…พี่…พะ…ภาส”
“มึงรีบมาหากูที่คอนโดเร็วๆ กูเงี่**” ภาสกรบอกแล้วก็วางสาย
สาวสวยปลายสายฟังเสียงโทรศัพท์ที่เงียบไปอย่างหวาดผวา เธอรีบลุกขึ้นแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าปกปิดมิดชิด สวมเสื้อมีฮู้ดทับ แล้วก็รีบคว้ากระเป๋าใส่รองเท้าเดินออกจากห้อง แล้วรีบขับรถไปหาภาสกรตามคำสั่ง
แล้วภาสกรก็โทรหาผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
ปลายสายก็รับสายด้วยอาการหวาดผวาเช่นกัน “คะ…คุณ…”
“มึงรีบมาหากูที่คอนโดเร็วๆ ถ้ามึงไม่รีบมา คลิบหลุดไปกูไม่รู้ด้วยนะ” ภาสกรข่มขู่แล้วก็วางสาย จากนั้นก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ออกมาดื่ม พลางโยนเบียร์ให้เพื่อนกระป๋องหนึ่ง
วิทยาก็รับหมับแล้วเปิดดื่มอย่างอารมณ์ดี
สาวสวยปลายสายกรี๊ดขึ้นมาคำหนึ่ง “ไอ้ภาส!”
กำโทรศัพท์แน่นราวกับจะบีบให้แหลกคามือ แต่เมื่อคิดถึงคำขู่นั่น เธอก็รีบแต่งตัวออกจากห้อง ขับรถไปยังคอนโดของภาสกรทันที
เมื่อหญิงสาวคนแรก ชื่อกรกนกไปถึงห้องของภาสกรก็กดกริ่ง
ประตูเปิดออก ภาสกรยืนอยู่ด้านหลังประตูกวาดตามองกรกนกรอบหนึ่งแล้วก็ชะเง้อออกไปมองที่ทางเดินรอบหนึ่ง เห็นว่าไม่มีใครตามมาก็เปิดทางให้กรกนกเข้าห้อง
กรกนกเดินเข้าไปอย่างสั่นสะท้าน
ภาสกรปิดประตูแล้วมองตามเรือนร่างกรกนกอย่างหื่นกระหาย ก้าวไปวางมือบนก้นงามงอนแล้วก็บีบขยำ
“อ่ะ!” กรกนกสะดุ้งร้องออกมา
ภาสกรก็ด่าว่า “มึงจะร้องทำเหี้**อะไร ทำยังกะไม่เคยไปได้”
กรกนกก้มหน้าลงเม้มปากแน่น มือกำกระเป๋าเอาไว้แน่น
ภาสกรก็โอบพลางขยำก้นไปด้วย พากรกนกเดินเข้าไปข้างใน เขาคว้ากระเป๋าถือของกรกนก สั่งว่า “เอามา”
กรกนกยอมปล่อยกระเป๋า
ภาสกรก็เอาไปวางไว้บนชั้นข้างทางเดิน แล้วก็โอบกรกนกเข้าห้องห้องหนึ่ง
ภายในห้องวิทยากำลังตั้งกล้องอยู่ปลายเตียงซึ่งตกแต่งราวกับสตูดิโอถ่ายภาพ เขาหันไปมองสาวสวยที่ภาสกรพาเข้ามา แล้วก็จุ๊ปาก “จุ๊ๆ อีคนนี้เด็ดไม่เบาเลยว่ะไอ้ภาส”
เขากวาดตามองเสื้อผ้าที่กรกนกใส่อย่างไม่ค่อยชอบใจ สั่งว่า “มึงรีบถอดเสื้อผ้าออกเร็วๆ”
พร้อมกับหันกล้องมาถ่ายกรกนก
กรกนกยืนนิ่ง ไม่อยากทำเลย
ภาสกรก็บีบก้นอย่างแรง ตวาดว่า “พี่เขาบอกให้มึงทำมึงก็รีบทำซิอีนี่! มึงจะลีลาหาพ่อมึงรึไง!”
แล้วเขาก็ข่มขู่ว่า “หรือมึงอยากให้คลิปหลุด!?”
กรกนกผวาเฮือก กัดปากแน่น ค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกอย่างจำยอม
ภาสกรก็ถอยไปยืนข้างๆ วิทยา มองดูกรกนกถอดเสื้อผ้าออกด้วยสายตาหื่นกระหาย แลบลิ้นเลียริมฝีปาก
“น้านๆ ค่อยๆ ถอดอย่างงั้น ทำหน้าให้มันเซ็กซี่ๆ หน่อย” วิทยามองดูภาพในจอกล้อง แล้วก็หันไปสั่งภาสกรว่า “มึงไปเอาชุดเซ็กซี่มาให้มันใส่ซิ”
ภาสกรก็ขยับไปเปิดลิ้นชักข้างผนัง หยิบชุดชั้นในมา 2 ชิ้น ซึ่งเล็กจิ๋วจนไม่อาจจะปกปิดของสงวนอะไรได้เลย โยนไปตรงหน้ากรกนก สั่งว่า “ใส่ซะ”
กรกนกถอดเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็ก้มลงมองชุดชั้นใจตัวจิ๋วที่ถูกโยนมาตรงเท้า ก้มลงหยิบขึ้นมาอย่างอดสูใจ ตัวเสื้อชั้นในมีแค่สายเส้นเล็กจิ๋วกับผืนผ้ากลมๆที่ใหญ่เท่าเครดิตการ์ดเท่านั้น เพียงพอแค่ปกปิดหัวนมเท่านั้นเอง เธอมองคนเลวทั้งสองอย่างแค้นใจ
วิทยาก็ตะคอกว่า “ทำหน้าให้มันดีๆ เดี๋ยวกูก็ตบเลย! อีห่**นี่!”
กรกนกสะดุ้งทีหนึ่ง หยิบเสื้อชั้นในเล็กจิ๋วสวมลงไปบนเรือนร่าง แล้วก็หยิบจีสตริงตัวจิ๋วขึ้นมาใส่
“เอ้า ใส่เสร็จแล้ว ทีนี้มึงก็ไปยืนเกาะประตูนั่น ทำท่าเซ็กซี่ๆ ให้กูดูเร็วๆ” วิทยาสั่ง ชี้นิ้วบอก
กรกนกก็เดินไปยืนข้างประตูอย่างจำยอม
พลัน! เสียงกริ่งก็ดังขึ้น
ภาสกรก็หันไปพยักเพยิดกับวิทยา
วิทยาก็เดินมาคว้าแขนกรกนก ลากเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูห้องน้ำล็อคเอาไว้
แล้วภาสกรก็เดินออกจากห้องไปเปิดประตูดู เห็นเหยื่อสาวยืนอยู่หน้าประตู เขาก็ชะโงกหน้าไปมองที่ทางเดินรอบหนึ่ง แล้วก็เปิดทางให้เหยื่อสาวเดินเข้าไปในห้อง
เมื่อมธุรดาก้าวเข้าไปในห้อง
ภาสกรก็ปิดประตู ล็อคอย่างแน่นหนา เขาเอากุญแจคล้องล็อคไว้อีกชั้นหนึ่ง แล้วก็ยื่นมือไปหามธุรดา สั่งว่า “ส่งกระเป๋ามา”
มธุรดายื่นกระเป๋าให้อย่างจำยอม
ภาสกรก็เอากระเป๋าไปวางบนชั้น ข้างๆ กระเป๋าของกรกนก แล้วก็เดินโอบมธุรดาพาไปยังห้องที่วิทยารออยู่ เขาเปิดประตูเข้าไป แล้วก็ดันตัวมธุรดาเข้าไปในห้อง
มธุรดากวาดตามองไปรอบๆ ห้องอย่างตื่นตระหนก “นี่!”
ภาสกรขยับเข้าไปข้างหลังมธุรดา ก้มลงพูดข้างหูว่า “ไม่อยากให้คลิปหลุดก็ทำตามที่กูสั่ง!”
“ไม่เอา ไม่เอาแบบนี้” มธุรดาพูดพลางหันไปมองภาสกรอย่างอ้อนวอน
วิทยาก็เดินเข้าไปยืนด้านหน้ามธุรดา ข่มขู่ว่า “ทำตามที่กูสั่งซะดีๆ ไม่งั้นมึงได้เป็นข่าวฉาวแน่ อยากขึ้นหน้าหนึ่งรึไง”
นิยายเรื่องนี้แยกฉากอีโรติก (18+) มาจากเรื่อง Battle Sun ค่ะ เชิญอ่านเรื่องเต็มๆ ได้ในนิยาย Battle Sun ค่ะ
ใครชอบแนว 18+ โหดๆ รุมโทรม ข่มขืน เชิญฟินได้เลยค่ะ