บทที่ 112 เจ้ากลับไม่อยู่แล้ว
แต่สิ่งที่หลานเฟิงสนใจในตอนนี้ไม่ใช่ว่าหลานเยี่ยซ่อนอยู่ที่ไหน แต่เป็นม่านพลัง เขตม่านพลังของเขาเทียนปี้ หลานเฟิงรับไม่ได้ หลานเยี่ยไม่อาจตายไปเช่นนี้
ยังไม่ทันได้ทำเรื่องอะไรเลย! ทำไมถึงจากไปอย่างง่ายดายเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้ ล้อเล่นอะไรกัน เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ หลานเฟิงลอบส่งสัญญาณทางจิตไม่หยุดแต่ความมั่นใจเริ่มหดหายลงเรื่อยๆ หลานเฟิงตะโกนออกมาเสียงดัง จนทำให้นกน้อยจำนวนนับไม่ถ้วนตกใจไป
ยังพอมีความหวัง หลานเฟิงพุ่งไปยังเขาเทียนปี้ ขอให้เป็นเพียงเขตม่านพลังเขาหลานวั่งเพียงเกิดปัญหาเท่านั้น ไม่ใช่ว่าหลานเยี่ย…
หลานเฟิงมาถึงเขาเทียนปี้ เขาเทียนปี้ยังคงมีร่องรอยหลังจากโดนเพลิงโหม แม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะถูกเก็บกวาดแล้ว แต่ก็ยังคงได้กลิ่นเผาไหม้อยู่บ้าง หลานเฟิงเดินเข้าไปด้านใน
ที่นี่ยิ่งเป็นภาพที่สงบสุขสามัคคี ผู้ชายทุกคนถืออุปกรณ์เครื่องมืออยู่ในมือ มีคนเคาะตอกประตูลองดูว่าแข็งแรงหรือไม่ มีคนถือเส้นด้ายเส้นหนึ่งวัดดูว่าบ้านตั้งตรงหรือไม่
ตอนที่มีคนที่รู้จักหลานเฟิงเดินผ่านมาก็จะส่งยิ้มให้น้อยๆ ถือเป็นการทักทาย หลานเฟิงกลับไม่รู้ตัว อวิ๋นหรูอยู่ห่างไปไม่ไกลกำลังปรึกษาว่าตรงนี้ควรทำเช่นไร ตรงนั้นควรทำเช่นไรอยู่กับแม่ทัพอวิ๋น
เมื่อเดินไปถึงส่วนลึกโถงบรรพชนและเรือนอี้หรงที่อยู่ท่ามกลางกองซากปรักหักพังนั้นดูเด่นขึ้นมาทันตา เมื่อสังเกตเห็นการมาถึงของหลานเฟิง อวิ๋นหรูก็ก้าวขึ้นไปจะพูดคุยกับเขา แต่หลานเฟิงนั้นมีสีหน้าเจ็บปวดและทรมาน ไม่มีทีท่าว่าจะพูดคุยกับนางเลยแม้แต่น้อย
“ท่านหัวหน้าแม่ทัพหลาน ท่านมาแล้ว ท่านพี่ไม่ได้มากับท่านอย่างนั้นหรือ”
หลานเฟิงเดินเลยนางไป ตรงเข้าไปในโถงบรรพชน
“ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ ตรงนี้ยังทำเหมือนเดิมหรือไม่” แม่ทัพอวิ๋นชี้จุดหนึ่งอย่างขอความเห็นจากนาง
“ข้าดูก่อน”
อวิ๋นหรูเดินไปยังบริเวณที่แม่ทัพอวิ๋นชี้ ไปพูดคุยปรึกษากับเขา ไม่ทันได้สนใจหลานเฟิง
หลานเฟิงเดินเจ้าไปคนเดียว เดินมาถึงประตูโถงบรรพชนเขาเทียนปี้
มองดูประตูใหญ่ของโถงบรรพชน แต่ลังเลไม่กล้าเปิดออก นี่คือความหวังสุดท้ายแล้ว หากว่า…
หลานเฟิงค่อยๆ เปิดประตูออกช้าๆ จากนั้นก็เดินเข้าไป ตอนที่อวิ๋นหรูกลับมาหาหลานเฟิงนั้นก็ทันเห็นหลานเฟิงเดินเข้าไปในประตูโถงบรรพชนเขาเทียนปี้ด้วยความลังเล
กำแพงด้านหน้านั้นถูกปิดผนึกเอาไว้ คนที่ไม่รู้จะต้องคิดว่านี่เป็นกำแพงธรรมดา แต่หลานเฟิงเองก็คาดหวังมากว่าตัวเองก็ไม่รู้ถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงคืออะไร
ห่างเพียงกำแพงกั้น ความเป็นความตายสองส่วน
อวิ๋นหรูไล่ตามหลานเฟิงเข้าไป แต่ต้องพบว่าหลานเฟิงนั่งอยู่บนพื้นอย่างอ่อนแรง ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ ดวงตาทั้งสองข้างเหม่อลอย กระบี่คู่กายถูกดึงออกมา ปักอยู่บนพื้น ขลุ่ยไม้ถูกฟันออกสองท่อน
กลไกบนกำแพงถูกเปิดออก อวิ๋นหรูสังเกตเห็นไฟอมตะบนกำแพงในทันใด ที่ไม่สว่างทีทั้งหมดสองดวง ดวงแรกคือของอวิ๋นอี้ที่ยังไม่ได้เอาลงมาตั้งแต่แรก อีกดวงหนึ่งเป็นของหลานเยี่ย
“เกิดอะไรขึ้น ไฟอมตะของท่านพี่ ทำไมถึงดับลงเล่า ทำไม” อวิ๋นหรูวิ่งเข้ามา มองไฟอมตะของหลานเยี่ยอย่างไม่คิดเชื่อ ในเสี้ยววินาทีนั้นอาจจะเป็นเวลาที่สิ้นหวังที่สุดกระมัง ญาติทั้งหมดของตนที่อยู่บนโลกนี้ไม่มีแล้วแม้แต่คนเดียว
จู่ๆ หลานเฟิงก็เอากระบี่มาวางไว้บนคอของตัวเอง น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามใบหน้า และหยดลงไปบนขลุ่ยไม้ที่หักออกพอดี
“เสี่ยวเยี่ย รอข้า”
อวิ๋นหรูที่อยู่อีกฝั่งไม่มีปฏิกิริยาอะไร ไฟอมตะ พันปีมานี้ไม่เคยเกิดข้อผิดพลาด
ไฟอยู่คนอยู่ ไฟดับคนตาย
ในช่วงวิกฤติกระบี่ของหลานเฟิงก็ถูกคนดีดออกไป คนที่ยืนอยู่ด้านหลังคือฉีเย่ว์
“หลานเยี่ยตายแล้ว กลับไปเถิด ชิวอวี้ยังรอเจ้าอยู่”
