บทที่ 29 จิ่วหลิว
“นายน้อย ตื่นได้แล้วขอรับ” หลานเฟิงเอ่ยปลุกหลานเยี่ยเสียงเบา จากนั้นก็หมุนตัวไปเปิดหน้าต่างในห้องขึ้น
แสงอาทิตย์ที่ไม่มีอะไรมากั้นขวางส่องแสงลอดหน้าตาเข้ามา ภายในห้องเต็มไปด้วยแสงระยิบระยับสีเหลืองทอง หลานเยี่ยลืมตาขึ้นมองดูหลานเฟิงที่ล้อมรอบไปด้วยความสงบ ริมฝีปากยกขึ้นน้อยๆ
กลิ่นที่ลอยมาจากตัวหลานเฟิงคือกลิ่นดอกไม้ กลิ่นไม้หอมที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาหลานวั่ง
“บนเขายังมีสภาพเหมือนเดิมหรือไม่” หลานเยี่ยลุกขึ้น สวมเสื้อนอกพลางถามหลานเฟิง
“ใช่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากสิบปีก่อน” หลานเยี่ยอึ้งไป ไม่รู้ว่าหลานเฟิงตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ สิบปีก่อนหน้านี้เป็นความทรงจำที่เจ็บปวด แน่นอนว่าเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของพวกเขาเช่นกัน คงจะเห็นแล้วพานทำให้นึกถึงเรื่องน่าเศร้ากระมัง หลานเฟิงยิ้มพลางส่ายหน้า
“รอจนเรื่องม่านพลังจบลงแล้ว ข้าอยากไปดูท่านแม่เสียหน่อย แล้วค่อยไปเขาเทียนปี้สักครั้ง” หลานเยี่ยพูดกับหลานเฟิง
“คราวนี้นายน้อยสืบทอดตำแหน่งคนของเขาเทียนปี้ไม่ได้มาร่วม คิดว่ายังคงทำใจเรื่องฮูหยินในตอนนั้นไม่ได้กระมัง อย่างไรนั่นก็เป็นน้องสาวคนเดียว” หลานเฟิงลุกขึ้นช่วยจัดการเสื้อผ้าให้หลานเยี่ย
“ไม่ว่าอย่างไรท่านแม่ก็ทำเพื่อข้า เพื่อท่านพ่อ การที่เป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาเทียนปี้สามารถเพลิดเพลินไปกับความสุขบนโลกใบนี้ตลอดชีวิต แต่กลับต้องมาจากโลกนี้ไปเร็วเพราะข้า สวรรค์ช่างกลั่นแกล้งคนเสียจริง สิ่งที่ข้าดูถูกมาตลอดอย่างลูกหลานที่ไม่ได้เรื่องตอนนี้กลายมาเป็นคำเรียกชื่อแทนตัวข้า ท่านลุงทำใจไม่ได้ก็ถือว่าสมควร” หลานเยี่ยยังไม่อาจเดินออกมาจากห้วงภวังค์ที่โศกเศร้าได้
“นายน้อยอย่าได้โทษตัวเอง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของท่าน คนที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดก็คือชิวหลี” หลานเฟิงทนดูหลานเยี่ยโทษตัวเองไม่ได้
“ชิวหลีหรือ? เป็นเพียงลิขิตฟ้าเท่านั้นเอง ผลที่เกิดจากเมล็ดเมื่อพันปีก่อน หลังจากนั้นพันปีถูกเปิดออกโดยข้า แท้จริงแล้วเป็นคำสั่งจากฟ้า หรือฟ้ากลั่นแกล้งกันมากเกินไปเล่า? พวกเราไม่หยุดที่จะไขว่คว้าสิ่งของต่างๆ นานา อำนาจ ตำแหน่ง เงินทอง ชื่อเสียง ข้าละทิ้งทุกอย่างหันกลับมาก็ยังต้องไล่คว้าอย่างเหน็ดเหนื่อย ข้าไล่ตามความสงบ ความสุข แต่ข้าไม่อาจปล่อยคนในตระกูลลง ไม่อาจปล่อยแค้นของตระกูลไปได้
ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางขวากหนามเช่นนี้ทุกวัน ข้าเหนื่อยมาก ต่อให้ปล่อยตัวแต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีหน้าที่กดอยู่บนไหล่อย่างไร้ปรานี สภาพแวดล้อมเช่นนี้ข้ากลับไล่ตามเหตุผลที่แท้จริง ไล่ตามคำตอบ หลานเฟิงมนุษย์เราจะปล่อยวางอย่างไรกันแน่?”
หลานเยี่ยมองหลานเฟิงนิ่ง หลานเฟิงไม่รู้จะต้องทำอย่างไรกับการวิเคราะห์ตนเองอย่างกะทันหันของหลานเยี่ย เขาไม่อาจปกป้องหลานเยี่ยได้ทุกเวลา เขาไม่สามารถกลายเป็นเทพปกป้องของเขาได้ อย่างน้อยตอนนี้ก็ทำไม่ได้ หัวใจของเขาเจ็บอย่างมาก เมื่อต้องรับมือกับหลานเยี่ยที่เป็นเช่นนี้เขาจะจัดการเช่นไร?
“นายน้อย…”
ทั้งสองคนนิ่งเงียบกันแบบนี้อยู่ครู่ใหญ่ จู่ๆ หลานเยี่ยก็ตบบ่าหลานเฟิงเบาๆ
“เอาเถิด ปล่อยไปเช่นนี้ ข้าไปแล้ว” หลานเยี่ยหมุนตัวในดวงตานั้นเป็นประกายระยับ หลานเฟิงเมื่อไรกันที่เจ้าจะกล้าเผชิญหน้ากับตนเอง เผชิญหน้ากับข้า?
และความรู้สึกเช่นนี้ก็ถูกส่งต่อไปถึงหลานเฟิงอย่างไม่มีอะไรมาขวางกั้น
ตอนที่หลานเยี่ยมาถึงเขาหลานวั่ง หลานเม่ยและมู่หลีมารออยู่ตรงนั้นแล้ว
“ท่านประมุข ด้านเหนือใต้ออกตกทั้งสี่ทิศของเขาหลานวั่งแต่ละที่จะมีจุดรวมพลัง ท่านประมุขทุกคนหลังจากเข้ารับตำแหน่งแล้วจะต้องส่งพลังเข้าไปใหม่ พลังทั้งสี่ด้านส่องกระทบซึ่งกันและกันจะสามารถคลุมเขาหลานวั่งเอาไว้ข้างในได้ ตระกูลหลานใช้สิ่งนี้เป็นตัวกั้นขวางกับโลกภายนอก ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข” หลานเม่ยอธิบายให้หลานเยี่ยฟัง
“แต่ก็ไม่ใช่ทั้งเขาหลานวั่ง ยังมีซีเชวียและจิ่วหลิว แม้ซีเชวียจะใกล้กับเหวินเย่ว์ของตระกูลเยี่ย แต่ก็ยังเชื่อมต่อกับเขาหลานวั่งโดยตรง แต่จิ่วหลิวนั้นไม่เหมือนกัน ตอนนั้นที่ฮูหยินมาจากเขาเทียนปี้เพื่อแต่งงานเข้าตระกูลหลาน ในสินสอดรวมจิ่วหลิวเอาไว้ด้วย”
