Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 16


บทที่ 16 ได้มาไม่ง่าย (7)

หลานเฟิง หลิว วั่งและชังหลานทั้งสี่คนมายืนรอบหน้าเตียงหลานเยี่ย พลังของทั้งสี่คนประสานรวมเข้าด้วยกันโดยมีหลานเฟิงเป็นคนนำ ผสานจนกลายเป็นรูปร่างกุญแจดอกหนึ่ง กระแสพลังในกายของหลานเฟิงเริ่มพลุ่งพล่าน ค่อยๆ ประสานเข้าด้วยกัน จู่ๆ พลังสีฟ้าของหลานเยี่ยก็กลายเป็นแม่กุญแจ ตรงผ่านไปยังลูกกุญแจ เหมือนไม่ใช่กุญแจไขแม่กุญแจ แต่แม่กุญแจไปเปิดลูกกุญแจแทน

หลังจากที่ทุกคนถอนพลังออก ชังหลานสกัดจุดชีพจรบางจุดตรงหน้าอกของหลานเฟิง พลางป้อนยาให้เขากินอีกเม็ด หลิวที่ใบหน้าซีดเซียวมาตลอดนั้นจู่ๆ ก็เหมือนเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ

“หลิว เจ้าไม่เป็นอะไรหรือ” หลานเฟิงเห็นหลิวที่ใบหน้าแดงเปล่ง จึงรีบจับไหล่เขาไว้มั่นพลางถามออกมาอย่างร้อนใจ เสียงตีดังสนั่น มือของหลานเฟิงถูกวั่งตีตกไป

“เจ้าควรรู้สึกดีใจไม่ใช่หรือ หลังจากผลึกสะกดถูกปลดออกพลังของหลานเยี่ยไม่ระเบิดออก ในทางกลับกันยังบำรุงให้หลิวอย่างไม่ขาดสาย”

“เมื่อครู่ชังหลานเพิ่งจะสะกดชีพจรของหลานเยี่ย อีกสองชั่วยามเขาถึงจะตื่น ในช่วงเวลานี้คิดให้ดีเถิดว่าจะเผชิญหน้ากับหลานเยี่ยที่ฟื้นขึ้นมาอย่างไร” หลังจากวั่งพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจบก็ลากหลิวเดินออกไป

“เจ้าเป็นใครแล้วจะทำไม ขอแค่หัวใจของเจ้าถูกต้องเช่นนั้นก็ถูกต้องทุกอย่าง คิดดูให้ดีว่าเจ้าอยากได้อะไร จากนั้นก็เดินไปตามความตั้งใจของตน” หลังจากชังหลานพูดทิ้งท้ายให้หลานเฟิงฟังแล้วถึงเดินออกไป

‘ใจ ใจของตนอย่างนั้นหรือ’ หลานเฟิงมองหลานเยี่ยที่นอนนิ่งด้วยความสงบ ย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องราวทั้งหลายตั้งแต่ที่รู้จักหลานเยี่ยมา เดี๋ยวก็ยิ้มแย้มแจ่มใส เดี๋ยวก็ขมวดคิ้วมุ่น เดี๋ยวก็โศกเศร้าเสียใจ

อัสดงคล้อยทะลุผ่านหน้าต่าง สะท้อนภาพความสุขของคนที่อยู่ในภวังค์แห่งความฝันออกมา

“จิตใจที่ถูกต้องหรือ ใช่แล้วเสี่ยวเยี่ย ไม่ว่าแต่ก่อนเป็นเช่นไร ไม่ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ข้ารู้แจ้งว่าข้าต้องการเพียงเจ้า ดังนั้นรีบฟื้นขึ้นมาเถิด เสี่ยวเยี่ย” หลานเฟิงประคองใบหน้าหลานเยี่ย ใบหน้าที่เย็นชามาโดยตลอดนั้นปรากฏรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นมา

หลานเยี่ยฟื้นขึ้นมานั้นตอนที่แสงอาทิตย์อุ่นๆ อาบไล้ร่างของเขา เห็นหลานเฟิงที่เอามือชันหัวมองดูเขาตาของหลานเยี่ยก็อุ่นชื้นขึ้นมา

“ตื่นแล้วหรือ” เสียงที่อบอุ่นนั่นทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้นานของหลานเยี่ยไหลลงมาอย่างรวดเร็ว

หลานเยี่ยลุกขึ้นกอดหลานเฟิงไว้แน่น เสียงร้องจากตอนแรกที่ค่อยๆ เบาๆ ก็กลายเป็นร้องไห้เสียงดัง เขาที่แข็งแกร่งมากเพียงใดเมื่อเผชิญหน้ากับหลานเฟิงก็มักจะสิ้นสติสัมปชัญญะ มักจะสูญสิ้นความแข็งแกร่งทั้งหมด หลานเฟิงไม่พูดอะไรเพียงแค่กอดเขาเอาไว้แน่นๆ มอบความรู้สึกปลอดภัยให้แก่เขา

แม้เจ้าเป็นนายน้อยตระกูลหลานแล้วจะทำไม แม้เจ้าเป็นบุตรของธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาเทียนปี้แล้วจะทำไม ณ ตอนนี้เวลานี้สิ่งที่เจ้าต้องการมีเพียงแค่ไหล่ที่สามารถพักพิงได้ ร้องออกมาเถิด นำความเศร้าโศก ความเจ็บปวดและความไม่ยินยอมร้องออกมาให้หมด แล้วค่อยสะบัดแสงสว่างขึ้นมาปกคลุมอีกครั้ง เป็นราชาของข้า

หลานเยี่ยที่อยู่ในอ้อมกอดของหลานเฟิงค่อยๆ สงบลง หลานเยี่ยอมยิ้มน้อยๆ มองหลานเฟิง รอยยิ้มนี้ไม่เหมือนในอดีต มีความอบอุ่นและปล่อยวางเพิ่มมากขึ้น ลดความโหดร้ายและขุ่นมัว ดูท่าคงเดินออกมาจากม่านหมอกนั้นได้แล้วกระมัง แม้จะไม่รู้ว่าตอนที่เขานอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แค่หลานเฟิงก็ยังลูบหัวของหลานเยี่ยด้วยความสงสาร

“หิวใช่หรือไม่ อยากกินอะไร ข้าจะไปทำ”

“ข้า… เรียกเจ้าว่าหลานเฟิงได้หรือไม่”

หลานเยี่ยลองเชิงถามออกมา มองดูคนที่เพิ่งเดินออกมาจากม่านหมอก แล้วยังต้องคำนึงถึงอารมณ์ของตนเอง หลานเฟิงโอบหลานเยี่ยเข้ามาในอ้อมกอดด้วยความสงสาร

“ย่อมได้ อีกทั้งข้ายังหวังว่าทั้งชีวิตนี้จะได้เป็นหลานเฟิงของนายน้อยตลอดไป ชีวิตของข้าต้องมีเจ้าถึงจะเริ่มต้นอย่างแท้จริง ดังนั้นนายน้อย หลังจากนี้ไปต้องรบกวนต่อไปแล้ว” คำพูดที่ดูเหมือนสารภาพรัก คำกล่าวที่แสนอบอุ่นปัดกวาดเมฆหมอกทั้งหมดให้หายไป นำพาแสงอาทิตย์เข้ามา

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version