Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 124


บทที่ 124 ชิวลั่ว

หลานเฟิงตกใจอย่างหนัก เกือบจะหลุดพูดชื่อออกมา คนที่เข้ามานั้นก็คือชิวลั่ว

“คุณชายท่านนี้ ให้ข้าน้อยนั่งลงได้หรือไม่” หลานเฟิงพยักหน้าอนุญาต ชิวลั่วจึงนั่งลงไป หลานเฟิงยังนึกสงสัยว่าทำไมตอนอยู่ตระกูลเยี่ยถึงไม่พบชิวลั่ว ที่แท้ก็อยู่ที่นี่ แต่ทำไมเขาถึงอยู่ที่นี่

ไมได้เรียกชื่อตนเองเหมือนชายหนุ่มทั่วไป ชิวลั่วแทนตัวเองว่าข้าน้อย ดูท่าทางคงไม่ได้มารับแขกที่นี่จริงๆ หรือจะบอกว่าเพราะเห็นอีกฝ่ายร้องขอคนที่เป็นวิทยายุทธ์เลยตั้งใจพูดเช่นนี้?

“คุณชายชื่อสกุลอะไรหรือ? ข้าน้อยสกุลชิว นามพยางค์เดียวว่าลั่ว”

ชื่อที่ใช้นั้นเป็นชื่อจริง หลานเฟิงไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร

“สกุลเยี่ย นามพยางค์เดียวว่าเหลียง”

“คุณชายเยี่ยเหลียง ไม่ทราบว่ามาทำอะไรที่หอไป๋ฮวาหรือ”

หลานเฟิงมองเขาทีหนึ่ง

“เช่นนั้นจากที่คุณชายชิวดูแล้ว คนที่มาหอนางโลมจะมาทำอะไรได้หรือ”

“จะมีอะไรนอกจากหาความสุขใส่ตัวและลอบฟังข่าว คุณชายถือเป็นประเภทไหนหรือ”

“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า”

“ชิวลั่วไม่กล้าคาดเดาไปเอง”

ชิวลั่วพูดจาเออออ ตอบรับไปมาไปกับเขา ทำให้เขาอยากหัวเราะออกมาจริงๆ เด็กกำพร้าที่เติบโตมาในตระกูลเยี่ยตั้งแต่เด็กๆ กลายเป็นคนมีอารมณ์ขันขึ้นมาหน่อยแล้ว

“หอนางโลมยังมาแล้ว ยังจะมีเรื่องอะไรที่เจ้าไม่กล้าอีก” จู่ๆ หลานเฟิงก็บีบปลายคางชิวลั่วไว้

“ไม่ใช่ว่าคุณชายอยากทำเรื่องบนเตียงกับข้าน้อยอย่างนั้นหรือ เรียกคนที่เป็นวิทยายุทธ์มา คุณชายช่างน่าสนใจเสียจริง”

“ขอแค่มีคนต้องการ เจ้าก็จะรับแขกอย่างนั้นหรือ”

จู่ๆ หลานเฟิงก็ถามขึ้น

“ต้องเป็นคนที่ข้าพอใจ”

“เช่นนั้นก็หมายความว่าข้าน้อยทำให้คุณชายชิวพอใจมากอย่างนั้นหรือ”

“พอใช้ได้”

“เช่นนั้นข้าน้อยสามารถทำเรื่องที่ควรทำได้แล้วกระมัง”

“หากคุณชายอยาก ชิวลั่วย่อมโอนอ่อน แต่ข้าน้อยชอบอยู่ข้างบนมากกว่า” รู้สึกได้ถึงแรงอาฆาตจากชิวลั่ว หลานเฟิงปล่อยมือที่บีบปลายคางชิวลั่วออก

“คำพูดเช่นนี้เอาไว้พูดกับมู่หลีเถิด” หลานเฟิงพูดเช่นนี้ออกมา ทำให้ชิวลั่วต้องตกใจไป มองดูหลานเฟิงที่ค่อยๆ ฉีกหน้าฉากออกมาช้าๆ ชิวลั่วก็ไม่อยู่เฉยอีกต่อไป

“หลานเฟิง? ทำไมเจ้าถึงอยู่ที่นี่ นายน้อยเล่า”

“ชิวอวี้มีฉีเย่ว์คอยดูแล เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล กลับเป็นเจ้า ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”

ชิวลั่วนั่งลงด้วยความเป็นกังวล แต่กลับหลงอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบ

“เพราะมู่หลี ที่เจ้ามาครั้งนี้ก็เพราะหลานเยี่ยกระมัง เขาอยู่กับมู่หลี อยู่ที่จิ่วหลิว ข้าอยู่ที่นี่จับตาดูพวกเขาอยู่ตลอด แม้มู่หลีจะรู้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรข้า อาจเป็นเพราะรู้ว่าข้าไม่ลงมือทำอะไรเขากระมัง”

“เจ้ารู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนหรือ”

“รู้ มู่หลีไม่เคยปิดบังข้ามาก่อน”

“พาข้าไป”

“เจ้าอย่าไปเลยดีกว่า” มู่หลียกแก้วเหล้าบนโต๊ะขึ้นมาดื่มหมดในอึกเดียว หลานเฟิงหวังดีไม่เอ่ยเตือนเขาว่าเหล้าไม่สะอาด แต่ผ่านไปไม่นานเห็นว่าเขาไม่เห็นอะไร จึงไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ทำไม”

“เวลาไม่ถูกต้อง ไปแล้วก็ไม่ส่งผลดีอะไรต่อตัวเจ้าและหลานเยี่ย”

“หากข้ายังจะไปเล่า”

“เช่นนั้นเจ้าก็ไปเถิด อย่างไรข้าก็คุมเจ้าไม่ได้ แต่อย่าเสียใจภายหลังก็พอ ข้าอยู่ที่นี่คอยดูมู่หลีอย่างเงียบๆ ทุกวัน วันไหนอารมณ์ดีก็ออกมารับแขก ได้พบคนที่คุยด้วยได้ และเคยพบคนที่ข้าเคยทำให้ตาย แต่ข้าก็ไม่เคยคิดจะไปรบกวนพวกเขามาก่อน หากพวกเขาสามารถมีความสุขได้ตลอดไป เช่นนั้นข้าก็จะเป็นแขกที่คอยดูไปตลอด ทำให้พวกเขาสมหวัง”

“เจ้าเหมือนกับฉีเย่ว์ยิ่งนัก”

“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากพูดอะไร คำที่อยากด่าข้าให้อั้นเอาไว้เถิด เรื่องที่ข้าทำเองข้ารู้ดี ให้มู่หลีไปแย่งหลานเยี่ยของเจ้า ข้าขอโทษเป็นอย่างมาก นี่คือที่อยู่ หากไปก็อย่าได้เสียใจภายหลัง” ชิวลั่วใช้นิ้วจุ่มเหล้าแล้วเขียนลงบนโต๊ะ จากนั้นก็จากไป

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version