บทที่ 40 อี่จือชู่
“เรื่องวันนี้ต้องขอบคุณเจ้าแล้ว”
เมื่อกลับมาถึงตระกูลหลานหลานเยี่ยถึงได้ปล่อยหลานเฟิงไป หลานเฟิงไม่ได้พูดอะไร
แน่นอนว่านี่เป็นนิสัยของเขามาโดยตลอด ไม่พูดมากไปกว่าเดิม ไม่แสดงสีหน้าออกมามากกว่าเดิม และก็ไม่รู้ว่าไม่ให้ความรู้สึกออกมามากกว่าเดิมด้วยหรือไม่
หลานเม่ยรอหลานเยี่ยอยู่หน้าประตูโถงประชุม เห็นหลานเฟิงเดินตามมา แม้จะตกใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปมากมาย คนที่อายุยี่สิบหกปีก็ได้ขึ้นเป็นจู่จื๋อซือนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
“ท่านประมุขกลับมาแล้ว คนมาครบแล้วขอรับ” หลานเม่ยทำท่าเชิญเข้าไปข้างใน
“ใช่แล้ว มู่หลีกลับมาหรือยัง” หลานเยี่ยถามขึ้น
“ขอถามท่านประมุข มู่หลีคือใครหรือ?”
“อ้อ ก็คือหลานเช่อไง เขากลับมาแล้วหรือยัง” หลานเยี่ยนึกขึ้นมาได้ มู่หลีเป็นแค่ชื่อที่ใช้เรียกระหว่างกันเท่านั้น หลานเม่ยไม่รู้เรื่องด้วย
“หากเป็นเชียนจื๋อซือ ก่อนท่านกลับมาไม่นานก็เพิ่งกลับเข้ามาขอรับ ตอนนี้อยู่ที่จวนของตน”
“ดี เช่นนั้นพวกเราเข้าไปก่อนเถิด”
ผ่านประตูใหญ่ของโถงประชุมเข้าไป บุคคลสำคัญในตระกูลหลานมากันครบหมดแล้ว หลานเยี่ยนั่งลงบนพื้นที่สูงสุดของประมุข หลานเม่ยนั่งลงตามด้านล่าง หลานเฟิงยืนอยู่ข้างหลานเยี่ย
“ทุกท่าน วันนี้ที่เรียกทุกท่านมาเพราะมีสองเรื่องที่อยากคุย เรื่องแรกตระกูลเยี่ยโจมตีเขาเทียนปี้และซีเชวียของพวกเรา แฝงเจตนาร้าย ชิวหลีเองก็มีความแค้นกับตระกูลหลาน ดังนั้นเพื่อขัดขวางแผนการของชิวหลี และเพื่อแก้แค้นให้กับท่านประมุข นับตั้งแต่วันนี้ถ่ายพลทหารตระกูลหลานไปยังเขาเทียนปี้ กำจัดตระกูลเยี่ยไปพร้อมกับเขาเทียนปี้” หลานเยี่ยมองหลานเฟิงทีหนึ่ง ก่อนพูดต่อไปว่า
“คราวที่แล้วได้คุยกับทุกท่านไปแล้ว ตระกูลเยี่ยจำต้องกำจัด นี่คือเรื่องแรก เรื่องที่สอง หลานเฟิง องครักษ์ของข้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าทัพตระกูลหลาน ร่วมมือกับหลานอี แบ่งกำลังทหารตระกูลหลาน”
คนที่อยู่ด้านล่างไม่ได้แสดงข้อสงสัยอะไรออกมาต่อการตัดสินใจของหลานเยี่ย
“ทุกท่านยังมีคำถามอะไรอีกหรือไม่” หลานเยี่ยถามออกมาด้วยความเคยชิน
นิ่งเงียบ
“หลานเฟิงจะต้องไม่ทำให้ผิดหวังขอรับ”
“ดี วันนี้พอเท่านี้ ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานได้”
หลานเยี่ยเดินออกจากโถงประชุม มาถึงที่พักของมู่หลีพร้อมกับหลานเฟิง นั่นเป็นสถานที่พักลับของตระกูลหลาน นั่นคืออี่จือชู่ (ที่รู้แจ้ง)
มู่หลียืนรออยู่หน้าประตูนานแล้ว
“แต่เดิมควรเป็นข้าน้อยไปที่จวนท่านประมุข ต้องลำบากท่านมาที่นี่แล้ว” หลานเยี่ยยกขาข้างหนึ่งขึ้นเตะ
“เจ้าอยากโดนดีหรืออย่างไร” หลานเยี่ยรู้ว่ามู่หลีจงใจหาเรื่องเขาเพราะหลานเฟิงมาด้วยกัน
“สงสัยจวนของเชียนจื๋อซือมานานแล้ว วันนี้ตั้งใจมาชื่นชมเสียหน่อย อี่จือชู่ ชื่อช่างน่าสนใจยิ่งนัก!”
“เรือนที่รู้แต่ไม่รู้ถึงได้ทำให้มันดูลึกลับ เจ้าว่าใช่หรือไม่ อย่ายืนค้างที่ประตูอยู่เลย เข้ามาเถิด ท่านประมุขผู้ใหญ่โต”
ทั้งสองคนเดินตามมู่หลีเข้าไป สิ่งที่เข้ามาในคลองสายตานั้นคือบ่อบัวแสนบรรจง ปลาไนหลายตัวแหวกว่ายสำราญใจ ศาลา หอคอยที่ประณีตสง่างามนั้นดูเหมือนถูกตัดวางเอาไว้อย่างไม่ตั้งใจ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ระเบียงทางเดินยาว ตรงกลางมีศาลาอยู่หลังหนึ่ง โต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้เล็กสี่ตัว
หลังจากเดินลดคดเคี้ยวผ่านระเบียงทางเดินหลากหลายรูปแบบมาแล้วถึงได้มาถึงที่พักของมู่หลี เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อ แผ่นไม้ที่ประณีต จากนั้น…
“จากนั้นเล่า มู่หลี ทำไมไม่มีตัวหนังสืออะไรเลยเล่า” หลานเยี่ยต่อว่าอยู่ในใจไม่หยุด คนคนนี้ช่างทำให้คนอื่นแปลกใจได้ตลอดเวลาเสียจริง
“นี่ไม่ใช่ว่ากำลังรอให้เจ้ามาเขียนด้วยตนเองหรือยังไง!”
มู่หลีหัวเราะเจ้าเล่ห์ เย้าหยอก
หลานเยี่ยหันกลับไป คาดไว้ไม่ผิด หลานเฟินหน้าดำหน้าแดงไปแล้ว
“วันนี้ที่มาเพราะมีเรื่องจริงจังคุยกับเจ้า อย่านอกเรื่องได้หรือไม่” หลานเยี่ยกลอกตามองเขา
“ได้ เช่นนั้นเชิญท่านเถิด”
