บทที่ 42 เข้าสู่เขาเทียนปี้
“ท่านหัวหน้าทัพ ท่านเรียกข้าหรือ” หลานอีคุมกองทัพทหารตระกูลหลาน ครั้งนี้หลานเฟิงถูกสั่งให้รับตำแหน่งจึงต้องทำงานร่วมกับนาง
“เรียกข้าว่าหลานเฟิง นี่คือแผนการแบ่งถ่ายกำลังทหารที่ท่านประมุขประชุมวันนี้” หลานเฟิงส่งม้วนผ้าให้หลานอี จากนั้นก็เดินออกไปทางค่ายทหาร
หลานอีรับม้วนผ้าไป ตื่นตะลึงเล็กน้อย แม้ก่อนหน้านี้จะเคยเห็นองครักษ์ของท่านประมุขคนนี้อยู่บ้าง แต่คิดไม่ถึงว่าจะเย็นชาเมื่อกับเสียงเล่าลือเช่นนี้
อาจเป็นเพราะท่านประมุขกระตือรือร้นเกินไปกระมัง หลานอีถักทอร้อยเรื่องอยู่ในใจ ไม่นานก็หัวเราะส่งเสียงออกมา
แผนการถ่ายกำลังทหารและเส้นทางเคลื่อนพลทหารบนม้วนผ้านั้นชัดเจนเป็นอย่างมาก และมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี หลานอีอดนึกชื่นชมหลานเยี่ยขึ้นมาไม่ได้ ครั้งที่ท่านประมุขวางแผนก็สุดยอดขนาดนี้แล้ว แต่น่าเสียดายที่…
เวลาถูกจัดวางไว้วันนี้ตอนบ่าย ระยะห่างจากเวลาที่ตระกูลเยี่ยบุกโจมตีเขาเทียนปี้เกือบจะหนึ่งวันแล้ว คิดว่าหากปล่อยไปอีกวันหนึ่งด่านเป่ยเฉิงคงจะรับไม่ไหว
ทหารทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกตามหลานเยี่ยและหลานอีไปเขาเทียนปี้ อีกส่วนหนึ่งไปแอบซ่อนตัวอยู่ที่ด่านจยาโย่วภายใต้การนำของหลานเฟิง
ทหารที่ตามหลานเยี่ยและหลานอีถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม มีพลังและไม่มีพลัง คนที่มีพลังนั้นถูกเรียกว่าทหารพลัง ในสถานการณ์ทั่วไปแล้วคนที่ไม่มีพลังนั้นไม่อาจออกทำสงครามได้ พวกเขาเป็นทหารแนวหลังเท่านั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายสู้รบอย่างเอาเป็นเอาตายหากฝ่ายตรงข้ามนั้นมีคนที่มีพลังจำนวนมากกว่าก็จะถอนกำลังออกมาทันที เพราะให้คนธรรมดาขึ้นไปสู้ก็มีแต่ตายเท่านั้น เป็นการเสียสละอย่างไร้ประโยชน์เท่านั้นเอง
ทหารพลังเร่งเดินกำลังไปพร้อมกับหลานเยี่ยและหลานอี และพลทหารนั้นก็เดินทางด้วยความเร็วธรรมดาไปพร้อมกับหัวหน้าทัพคนหนึ่ง ทหารพลังใช้เวลาครึ่งวันในการเดินทางจากตระกูลหลานไปยังเขาเทียนปี้ และพลทหารต้องใช้เวลาวันครึ่ง เวลาไม่คอยท่าฉะนั้นจึงทำได้แค่แบ่งออกเป็นสองส่วนเท่านั้น
ตอนที่ผ่านด่านเขาเทียนปี้นั้น จู่ๆ อากาศก็ปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้ม ตามเส้นทางเดิมของการเดินทัพแล้วนั้นอาจจะล่าช้าเพราะฝนตกหนัก การต่อสู้ระหว่างทหารพลังฝนตกหนักก็ไม่อาจมาขวางได้
หลานเยี่ยอดไม่ได้ที่จะชื่นชมหลานเฟิงมากขึ้น ก่อนที่จะออกเดินทางหลานเฟิงบอกเขาว่าหกพบฝนตกหนักให้เดินทางไปยังทิศตะวันตก ผ่านทางอี้หรงจวี แล้วเดินทางไปอีกประมาณหนึ่งร้อยลี้ก็จะถึงจุดหมาย
ปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินทหาร หลานเยี่ยเดินไปพลาง คิดถึงคำพูดของหลานเฟิงไปพลาง
“หากพบชิวหลีจะต้องใจเย็นเข้าไว้ รอข้าไปหาเจ้า”
∗∗∗
“ท่านประมุข ท่านประมุข?”
หลานเยี่ยเหม่อลอยสมาธิไม่อยู่กับตัว ในเสี้ยวนาทีเขาถึงกับไม่ได้ยินเสียงเรียกของหลานอี
“หือ มีอะไรหรือ”
“พวกเรามีเพียงทหารกลุ่มเดียวสู้กับตระกูลเยี่ยหรือ?”
“มีอะไรไม่เหมาะสมหรือ?”
“บุกโจมตีตระกูลเยี่ยทางเดียว ข้าคิดว่าจะได้ผลสำเร็จเป็นเท่าตัว”
“หมายความว่าอย่างไร”
“ปัญหาเรื่องภูมิประเทศ หลายปีก่อนหน้านี้ข้าเคยไปที่ด่านเป่ยเฉิงพร้อมกับท่านประมุขคนก่อน แม้จะป้องกันง่ายโจมตียาก หากคิดจะทำให้ศัตรูได้รับความเสียหายรุนแรงก็ยากลำบากอยู่มาก นอกจากโจมตีจากหน้าและหลัง”
“สมแล้วที่เป็นคนคุมกำลังทหารตระกูลหลาน ไม่ได้มีเพียงเส้นทางทหารเส้นเดียวนี้จริงๆ รอหลานเฟิงมาถึงเจ้าจะรู้เอง ศึกแรกข้าเป็นคนบังคับ ที่เหลือค่อยๆ บอกเจ้าทีหลัง อย่างแรกตอนนี้เวลามีจำกัด อย่างที่สองกลัวว่าข่าวจะรั่วไหลออกไปถึงไม่ได้บอกเจ้าล่วงหน้า”
“ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง หลานเฟิง ท่านหัวหน้าทัพ เขาเย็นชาขนาดนี้มาโดยตลอดหรือ?” หลานอีถามออกมาอย่างระมัดระวัง
หลานเยี่ยก็ชื่นชมนางเช่นกัน เร่งความเร็วไปพร้อมกับตนเองและทั้งคณะไปพลาง แล้วยังไม่ลืมที่จะซุบซิบอีกด้วย
“เขาหรือ แม้จะดูเย็นชา แต่ก็ไม่ใช่คนที่จิตใจเหี้ยมเกรียมอะไร มีปัญหาอะไรก็ไปขอความรู้จากเขาได้ เขาจะสอนเจ้าอย่างตั้งใจ แต่ถ้าพูดคุยเรื่อยเปื่อยก็ปล่อยไปเถิด”
“รู้สึกว่าพวกท่านดีกันเหลือเกิน”
หลานอีถอนหายใจออกมา หลานเยี่ยไม่ได้ตอบอะไร ใช่แล้ว ดีกันเหลือเกิน
