Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 44


บทที่ 44 แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

คนด้านบนที่ถูกเรียกว่าแม่ทัพรับราชโองการไป หลังจากตรวจดูอย่างพินิจพิเคราะห์แล้วนั้นก็ลงจากประตูเมืองไปอย่างเคารพนบน้อม ถือพระราชโองการสองมือไว้เหนือหัว

“ใต้เท้าลำบากแล้ว”

“เปิดประตู” แม่ทัพนายนั้นส่งสัญญาณให้บนหอ

หลังจากพวกมู่หลีเดินทางผ่านด่านเป่ยเฉิงได้อย่างราบรื่นแล้วก็เริ่มเร่งเดินทางให้เร็วขึ้น ฝนเพิ่งตก พื้นยังเป็นโคลนแฉะ แต่ไม่ได้ส่งผลอะไรกับความเร็วในการเดินทางของพวกเขา

แม้จะบอกว่าราบรื่น แต่ระหว่างนั้นยังต้องอาศัยกำลังในระดับหนึ่ง ตอนนั้นที่มู่หลีสั่งคนไล่จับหลีเยี่ยแต่กลับไม่ฆ่าเขา หลังจากที่ทรมานเขาจนเกือบตายแล้วก็โยนเขาไปยังพื้นที่รกร้างไร้ผู้คน จะสามารถหนีรอดจากความตายได้หรือไม่ก็อยู่ที่ชะตาชีวิตของเขาแล้ว แม้ตอนแรกที่ทรมานเขาจะเอ่ยถึงน้องชายของเขาโดย “ไม่ตั้งใจ” แต่เรื่องหลังจากนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับมู่หลี

ไม่นานพวกเขาก็ห่างด่านเป่ยเฉิงออกมาไกล

“นายท่าน ถนนด้านหน้าเกิดเหตุขัดข้อง เพราะฝนตกหนักทำให้สะพานไม้ที่พาดขวางอยู่นั้นหักลง กระแสน้ำรุนแรงอย่างมาก จากในทัพของพวกเราตอนนี้คนที่สามารถข้ามผ่านไปได้มีไม่ถึงครึ่ง”

มู่หลีตกอยู่ในภวังค์ความคิด ให้ตายเถิด ทำไมถึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง

“คนที่สามารถข้ามไปก่อนได้ให้แบ่งออกเป็นหนึ่งกลุ่ม ไปกับข้า คนที่ไปไม่ได้ให้อ้อมไปทางตะวันออกพร้อมมู่เยี่ย ห่างออกไปสามสิบลี้ยังมีสะพานหินอยู่อีกแห่งหนึ่งต่อให้ถูกซัดจนถล่ม ความกว้างของกระแสน้ำก็น่าจะพอข้ามไปได้ จำไว้ ทำเวลาให้เร็ว พวกเจ้าล่าช้าได้เพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น หากครึ่งชั่วยามแล้วยังมาไม่ถึงก็ไม่ต้องกลับมาอีก”

“ข้าไม่มีทางให้ทำให้นายท่านผิดหวัง”

หัวหน้าทหารที่เร่งเดินทางมาพร้อมมู่หลีคือน้องชายของมู่เยี่ยนามว่า มู่ฮว่า คนคนนี้มีนิสัยเฉียบคม กระตือรือร้น กระแสพลังก็ไม่อ้อนด้อย และหัวไวคล่องแคล่วอย่างมาก มู่หลีชื่นชอบเขาอยู่มาก ฝึกฝนมากขึ้นเสียหน่อยก็สามารถมอบงานสำคัญให้ทำได้

“นายท่าน หากต่อไปหลีฟาทำผิดข้อสัญญาจะทำเช่นไร?” มู่ฮว่าถามขึ้นมาด้วยความกังวลใจ

“ไม่ต้องเป็นกังวล หากเขากล้าทำผิดข้อสัญญา ข้าจะทำให้เขามีชีวิตไม่สู้ตายไป” มู่ฮว่าเข้าใจในทันใด

“อย่าได้คิดว่าน่าอนาถจนเกินไป มีบางคนที่เหมาะสมให้เจ้าปฏิบัติเช่นนั้นกับเขา เขาไม่ตาย เจ้าก็ไม่รอด เจ้าเพิ่งอายุสิบเจ็ด แต่มีบางเรื่องที่ควรเข้าใจได้แล้ว มีบางคนที่อายุคราวเจ้าก็เริ่มสร้างอุปกรณ์ทำศึกแล้ว”

“แม้จะไม่รู้ว่านั่นเป็นใคร แต่ข้าก็ชื่นชมเคารพนายท่านเป็นอย่างมาก ท่านอายุน้อยยังเก่งกาจสามารถเช่นนี้ ข้าจะต้องเก่งกาจเช่นท่านให้ได้”

“ข้าไม่เก่งกาจเสียหน่อย มีคนเก่งกว่าข้ามากนัก แผ่นดินนี้กว้างใหญ่นักรอจนการศึกสงบแล้วลองออกไปดูเสียหน่อยเถิด”

ในเงามืดที่ห่างจากกลุ่มพวกคณะพวกเขาไปไม่ไกล มีร่างเงาคนร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาและหายไป ไม่รู้ว่ามู่หลีทันสังเกตหรือไม่ แต่พวกเขานั้นเร่งเดินทางเร็วขึ้นกว่าเดิม

∗∗∗

คนคนหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วจากที่ห่างไกล

“เป็นอย่างไรบ้าง ด้านหลังจัดการเสร็จแล้วหรือยัง” หลานเยี่ยถามขึ้น

สิบห้านาทีก่อนหน้านี้พวกเขามาถึงด่านมู่หลิง เพราะตระกูลเยี่ยโจมตีไม่สำเร็จ จำต้องจัดรูปแบบขบวนกันอีกรอบ นี่ก็เป็นโอกาสที่ให้พวกเขาจัดรูปแบบเช่นเดียวกัน อวิ๋นหรูจัดการให้พวกเขาพักเท้ากันในจวนแห่งหนึ่งที่ห่างออกไปไม่ไกล ทั้งสามฝ่ายออกเดินทางพร้อมกันตอนนี้น่าจะถึงกันหมดแล้ว

“นายท่านส่งข่าวมาจากด้านหลัง มีสิ่งกีดขวางระหว่างทาง จำนวนคนมีเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งยังต้องใช้เวลาอีกครึ่งชั่วยาม คนที่เหลือมาถึงหมดแล้วจัดการเรียบร้อย เหลือเพียงรอคำสั่งจากท่านประมุขเท่านั้นขอรับ”

“คนครึ่งเดียว คงเป็นสะพานไม้ที่ถูกฝนซัดจนหักลงแม่น้ำไปกระมัง” หลานเยี่ยยิ้มพลางพูดออกมา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็อย่าให้เขาเป็นกังวลไป และไม่ต้องรีบร้อน พรุ่งนี้เช้าเริ่มออกเดินทาง มีเวลาจัดขบวนทั้งคืน”

“ขอรับ”

หลังจากคนคนนั้นเดินออกไป หลานเยี่ยก็หมุนตัวเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง หลับตาทั้งสองข้าง นอนหลับลึก

“เหนื่อยจังเลย ไม่รู้ว่าข้าตื่นขึ้นมาแล้วจะได้เจอเจ้าหรือไม่”

“หลานเฟิง”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version