Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 46


บทที่ 46 เสือแผลงฤทธิ์

“ไป ไปดูเรื่องสนุกกับข้าที่หน้าด่าน ข้าจะแสดงให้เจ้าดูเอง”

หลานเฟิงเหมือนจู่ๆ ก็เกิดนึกสนุก เดินตามหลานเยี่ยไปอย่างเชื่อฟัง

การสู้รบที่ด่านมู่หลิงนั้นฟาดฟันกันอย่างคึกคักเสมือนไฟที่โหมไหม้ คนตระกูลหลานไม่ได้เข้าร่วมในตอนนี้ มีเพียงคนเขาเทียนปี้ที่รับมืออย่างยากลำบากเท่านั้น กระแสพลังปลิวว่อนล่องลอยทั่วสนามรบ อาวุธที่ถูกควบคุมก็บินลอยมั่วเช่นเดียวกัน

ทหารพลังของเขาเทียนปี้ไม่ได้ออกไป ทหารพลังของตระกูลเยี่ยกลับโจมตีอยู่นอกประตูเมืองไปพลาง ตะโกนโหวกเหวกเสียงดังไม่หยุดพักไปพลาง

“อยู่แค่ในเมืองจะถือว่ามีความสามารถอะไรกัน แน่จริงก็ออกมา”

“เต่าหดหัวอยู่ในกระดอง จะมาถือรองเท้าให้ข้ายังไม่เหมาะสมด้วยซ้ำไป”

“แม้แต่ผู้หญิงยังกล้าหาญกว่าพวกเจ้าอีก เจ้าพวกเต่า”

คำต่อว่าประโยคแล้วประโยคเล่าดังขึ้นทำให้หลานเยี่ยที่ได้ยินริมฝีปากกระตุกขึ้นเบาๆ ระดับจิตใจบรรดาสหายที่อยู่บนหอช่างดีเสียเหลือเกิน

“หลิว วั่ง ช่วยข้าหน่อย”

“มีข้อดีอะไรหรือไม่?” วั่งพูดออกมาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์

“แน่นอน”

“เชื่อเด็กอย่างเจ้าสักครั้ง”

“ข้าจะทำให้ท่านผิดหวังได้อย่างไร นายท่านวั่ง” หลานเยี่ยพูดจากะล่อนปลิ้นปล้อน

“หึ หึ”

∗∗∗

หลานเยี่ยกระโดดขึ้นไปปรากฏตัวอยู่บนหอประตูเมือง มือทั้งสองข้างค่อยๆ ยกขึ้นขับเคลื่อนกระแสพลังทั่วทั้งร่าง มุกหลิววั่งก็ให้ความร่วมมือ หลานเฟิงคอยช่วยป้องกันกระแสพลังเหล่านั้นแทนเขา

พลังสีฟ้าและเสื้อผ้าสีฟ้าท้องฟ้าผสานเข้าด้วยกันเหมือนว่าหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับหลานเยี่ย ชายเสื้อสะบัดพลิ้วทั้งๆ ที่ไร้ลม เส้นผมก็ขยับอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนเทพเจ้าลงมาบนโลกมนุษย์ หลานเยี่ยเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท มือทั้งสองข้างประกบร่ายวิชาวางชิดแนบตัว

จากนั้นก็ยกมือทั้งสองข้างวาดเป็นวงกลม สีฟ้าอ่อนค่อยๆ เข้มขึ้น สีเข้มขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุด สุดท้ายก็ค่อยๆ ปรากฏเป็นสีม่วงอ่อน ท้องฟ้ามืดมิด เมฆดำปกคลุมเต็มฟ้า อากาศทั้งหมดบนท้องฟ้าไหลไปในทิศทางเดียวกันตามท่าทางของหลานเยี่ย เกิดเป็นพายุหมุนลูกใหญ่ที่พร้อมกลืนกินทุกอย่างบนโลกใบนี้อยู่เบื้องหน้าหลานเยี่ย

ในเวลานี้นี่เองด้านล่างมีคนหนึ่งไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมา

“ดูคนนั้น รีบโจมตีเขา” ทันใดนั้นกระแสพลังลูกใหญ่ก็พุ่งเข้ามาหาหลานเยี่ย หลานเฟิงกระโดดขึ้นไปวาดวงกลมป้องกันขนาดใหญ่ออกมา ล้อมหลานเยี่ยเอาไว้ช้างใน

หลานเยี่ยบรรลุถึงขั้นตอนสำคัญ จู่ๆ ดวงตาทั้งสองข้างก็ลืมขึ้นมา มือทั้งสองข้างออกแรงผลักก้อนพลังที่รวมตัวอยู่ด้านหน้าตนออกไป

จู่ๆ ทั่วทั้งพื้นที่ก็นิ่งสงบ ตอนที่ทุกคนไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรจู่ๆ บริเวณด้านล่างประตูเมืองก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ทหารพลังตระกูลเยี่ยครึ่งหนึ่งล้มลงไปในบนพื้น เสียงกรีดร้องดังขึ้นทั่ว

ทันใดนั้นเมฆดำกระจายทั่ว สีเหลืองกระจายพัดไปไกลกว่าสิบลี้ หลานเยี่ยขับเคลื่อนกระแสพลังชุดสุดท้าย ทำให้เสียงของตนเองสามารถให้คนข้างล่างได้ยิน

“ให้ประมุขของพวกเจ้าออกมาเรียกข้า มิเช่นนั้นข้าจะจัดการให้พวกเจ้าทุกคนไปตายพร้อมเขา”

พูดจบหลานเยี่ยก็ล้มลงไปข้างหลัง โชคดีที่หลานเฟิงประคองเอาไว้ทัน

“ไอยา เหนื่อยจะตายแล้ว เพื่อจะคุมสถานการณ์ข้าลงทุนเสียจริง สุดท้ายแล้วคนคนเดียวก็ไม่อาจเอาชนะคนกลุ่มหนึ่งได้ ไม่เช่นนั้นข้าก็คงออกไปคนเดียวแล้ว” หลานเยี่ยใช้พลังจนหมด เอนตัวพิงหลานเฟิงพักผ่อน

คนข้างล่างประตูเมืองเจ็บตัวไปกว่าครึ่ง แล้วยังเห็นยอดฝีมือถึงขั้นนี้เช่นหลานเยี่ย ทำให้พวกเขาหนีเอาชีวิตรอดอย่างน่าอนาถ

“เฮ้อ เจ้าควรจะชมข้าได้แล้ว ข้าพยายามขนาดนี้แล้ว” การหยอกล้อหลานเฟิงไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็เป็นเรื่องน่าสนุกทั้งนั้น สัมผัสได้ถึงพลังที่ถ่ายทอดมาจากหลานเฟิง หลานเยี่ยหลับตาลงในทันใด ก็ให้ตรงกับคำว่าหลับตาพักผ่อนไงเล่า!

จากนั้นเวลาสิบห้านาทียังไม่ทันพ้นกระแสพลังอันโหดร้ายสายหนึ่งก็พุ่งมาทางพวกเขา

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version