Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 47


บทที่ 47 การต่อสู้อันดุเดือด

“ระวัง” หลานเยี่ยร้องออกมาด้วยความตกใจ ในขณะเดียวกันหลานเฟิงก็พาเขาขยับออกไปข้างๆ อย่างรวดเร็ว

“ท่านประมุขเยี่ยใจร้อนเกินไปแล้วกระมัง มีเรื่องอะไรไม่สู้ว่าอีกเดี๋ยวค่อยคุยกันดีหรือไม่?” หลานเยี่ยจงใจเขยิบเข้าไปในอ้อมกอดของหลานเฟิง อีกทั้งยังเอาศีรษะแนบบนไหล่หลานเฟิง หลานเฟิงเองก็กระชับมือที่โอบหลานเยี่ยเอาไว้ให้แน่นขึ้นอย่างรู้งาน

“ที่ประมุขหลานเล่นใหญ่เช่นนี้หรือจะเป็นเพราะว่าอยากให้ข้ามาดูเจ้าและสุนัขของเจ้าจู๋จี๋กันอย่างนั้นหรือ?”

“สุนัข? เจ้าว่าถ้าหากเสี่ยวเฟิงเฟิงของข้าเป็นสุนัข เช่นนั้นเจ้าก็คงเป็นสุนัขชราที่ไม่ยอมตาย หรือจะบอกว่าทั้งตระกูลเยี่ยเป็นคอกสุนัขกัน” หลานเยี่ยฟื้นพลังกลับมา หมุนตัวกลับไปนิ้วมือข้างหนึ่งเชยคางหลานเฟิงขึ้นมา

“เจ้าอย่ามาพูดเล่นลิ้น คำโบราณพูดเอาไว้ดี คนที่ตายล้วนเป็นคนที่พูดมาก” สีหน้าของชิวหลีที่แสดงออกมานั้นน่าดูชม

“อ้อ เช่นนั้นหรือ? ข้าอยากจะดูนักว่าเจ้าจะตายก่อนหรือข้าตายก่อน”

“เด็กน้อย เจ้าอย่าคิดเอาแผนนี้มาหลอกข้า ไม่ว่าเจ้าจะพูดอะไร โลกใบนี้ต้องเป็นของข้าชิวหลีไม่ช้าก็เร็ว รีบเอามุกหลิววั่งมอบให้ข้าซะ บางทีข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้า”

“ชิวหลีหนอชิวหลี ชื่อนี้ของเจ้าเห็นชัดว่าเจ้าจะทรยศทุกคนหักหลังพี่น้อง จะปล่อยข้าไปอย่างนั้นหรือ? หากไม่ใช่เพราะตอนแรกเจ้าสติเลอะเลือนเหมือนถูกผีเข้าสิง บีบบังคับให้พวกข้ามอบมุกหลิววั่ง พอไม่ได้ก็คิดจะควักหัวใจพวกข้าออกมา ควักหัวใจขุดปอดเจ้ายังทำออกมาได้ เจ้ามั่นใจว่าจะปล่อยพวกข้าไปเช่นนั้นหรือ”

หลานเยี่ยยิ่งพูดอารมณ์ยิ่งขึ้น ขับพลังออกมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เสียงดังมากพอที่จะทำให้ทหารตระกูลหลานข้างล่างได้ยิน ทันทีที่ได้ยินเรื่องน่าตื่นตะลึงคนที่อยู่ด้านล่างก็เริ่มกระซิบกระซาบพูดคุย

ชิวหลีเห็นว่าตนตกอยู่ในสถานการณ์รองก็ไม่ได้อารมณ์ผันผวนเท่าไรนัก

“เจ้าอยากได้ใจทหารข้าเช่นนั้นหรือ? เลิกคิด ข้าชิวหลีเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่กลัววาทะปีศาจสะกดผู้คนของเจ้า”

หลานเยี่ยหัวเราะเสียงเบา จากนั้นก็นำเอามุกหลิวออกมาจากหัวใจ หลานเฟิงก็นำมุกวั่งออกมาเช่นเดียวกัน มุกหลิววั่งส่องแสงสะท้อนกระทบกัน ลำแสงสว่างตรงกลางเชื่อมต่อมุกสองลูกเข้าด้วยกัน ประกายออกเป็นแสงสว่างแสบตา

“มุกหลิววั่งอยู่ที่นี่ เจ้ากล้าพูดว่าไม่อยากได้เช่นนั้นหรือ?”

ชิวหลีเห็นมุกหลิววั่งทันใดนั้นดวงตาทั้งสองข้างเป็นประกายวาว ตื่นเต้นอย่างมาก เขาคิดลังเลอยู่ครู่หนึ่งไม่รู้ว่าคิดแผนการร้ายอะไรขึ้นมาอีก

“มุกหลิวข้าจะไม่เอาความกับเจ้า แต่มุกวั่งในเมื่อยอมรับนายน้อยสกุลข้าเป็นนาย เช่นนั้นก็ถือเป็นสมบัติของตระกูลเยี่ย ต้องขอให้ประมุขหลานมอบเขามาให้ข้าโดยไว”

หลานเยี่ยได้ยินแล้วแทบจะกระอักเลือดออกมา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายน้อยสกุลเยี่ยเช่นนั้นหรือ? เจ้าเห็นเขาเป็นนายน้อยสกุลเยี่ยอย่างนั้นหรือ? เจ้าเคยมีช่วงเวลาฆ่าพ่อแม่เขาหรือไม่? เจ้าเคยมีช่วงเวลาที่ทรมานเขาทุกวันหรือไม่? เจ้าเคยมีช่วงเวลาที่แทงมีดเข้าไปในหัวใจเขาหรือไม่? ตอนนี้ยังมาบอกว่าเขาเป็นนายน้อยสกุลเยี่ยของเจ้า ไม่ไร้ยางอายเกินไปหน่อยอย่างนั้นหรือ? ชิวหลีเจ้าฟังข้าให้ดี ตอนนี้คนที่อยู่ข้างกายข้าชื่อว่าหลานเฟิง คำว่าหลานจากตระกูลหลาน คำว่าเฟิงจากใบเฟิง เป็นผู้นำทัพกำลังทหารตระกูลหลานของข้า ไม่ใช่นายน้อยตระกูลเยี่ยของเจ้า” หลานเยี่ยพูดจบก็รู้สึกสบายใจผ่อนคลาย และหลานเฟิงพอได้ยินคำว่า ‘เฟิงจากใบเฟิง’ ก็เกิดความรู้สึกล่องลอยขึ้นมาในทันใด เฟิงเยี่ย [1]

“หึ หึ หึ ข้าเข้าใจแล้ว เจ้ากำลังถ่วงเวลาข้าอยู่นี่เอง! จากตระกูลหลานมาถึงที่นี่คงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางแล้วกระมัง ไม่สามารถเข้าสนามรบได้ การโจมตีของประมุขหลานเมื่อครู่นี้คงจะผลาญกระแสพลังไปหมดแล้วกระมัง”

ชิวหลีเหมือนเข้าใจขึ้นมาในฉับพลัน จู่ๆ ท่าทีก็แปรเปลี่ยน อ่านความคิดของหลานเยี่ยออกอย่างละเอียด

“ประมุขเยี่ยฉลาดเสียจริง แต่ต่อให้เจ้าดูออกว่าข้ากำลังถ่วงเวลาก็ไม่มีประโยชน์อะไร”

ด้านล่างตึก มีทหารนายหนึ่งเร่งบังคับม้าพุ่งตรงมายังชิวหลี

“ท่านประมุข เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว”

………………….

1 เฟิงเยี่ย (枫夜) คำพ้องเสียงกับคำว่าในคำอ่านภาษาจีน คำว่า 夜 (เยี่ย) ที่แปลว่ากลางคืน และ 叶 (เยี่ย) แปลว่าใบไม้

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version