บทที่ 66 ตำนานรักพันปี ตอนชุนอวี้หว่าน
เหมือนกับต้นซากุระที่ขึ้นอยู่เต็มตระกูลหลานและเขาเทียนปี้ ตระกูลเยี่ยเองก็มีต้นเฟิงอยู่เต็มไปหมด ใบไม้สีแดงสดปกคลุมไปทั่วพื้นดิน เมื่อคนที่เดินไปมาเหยียบย่ำก็จะส่งเสียงเสียดสีขึ้นมา
หลานเซียวรู้สึกอารมณ์เบิกบาน แล้วยังเพลิดเพลินไปกับความงาม อดไม่ได้ที่มือทั้งสองข้างถือขลุ่ย เต้นไปมาตามใจชอบ ชุดขาวใบไม้แดง สวยงามมากเพียงใด กระแสพลังสีฟ้าอ่อนสะท้อนออกมาตามใจชอบ ทำให้คนถอนสายตาไม่ได้
บทเพลงยังไม่ทันจบ จู่ๆ คนชุดดำกลุ่มหนึ่งก็บุกออกมา ล้อมรอบหลานเซียวเอาไว้อย่างมิดชิด
“เป็นใครกัน กล้าดีมาบุกตระกูลเยี่ยของข้า” ยังพูดไม่ทันจบ คนเหล่านั้นก็ถูกกระแสพลังที่บ้าคลั่งกลุ่มหนึ่งซัดลอยออกไป
“พวกเจ้าอยากมีเรื่องใช่หรือไม่ ข้ากำลังดูอย่างเพลิดเพลินเชียวกลับถูกพวกเจ้าขัดจังหวะ”
“ท่าน ท่านประมุข ข้าน้อยสมควรตาย ขัดจังหวะความสุขของท่าน แต่มีคนบุกรุกจวนของท่าน ข้าน้อยไม่อาจปล่อยไปไม่สนใจได้ขอรับ”
“บุกรุกหรือ? ดูให้ดี นี่คือฮูหยินประมุขตระกูลในอนาคตของพวกเจ้า กลับบ้านตัวเองไม่ใช่การบุกรุก ไปๆ รีบไปซะ ดูแล้วขัดสายตานัก”
คนเหล่านั้นรีบถอยออกไปเหมือนหนีเอาชีวิตรอด
“ภรรยา เต้นอีกหน่อยเถิด เมื่อครู่นี้ยังดูไม่พอเลย” สีหน้าของชิวจือเว่ยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นก็กลายเป็นใบหน้าประจบยิ้มแย้มเอาใจ
“ไม่สนุกแล้ว ใครใช้ให้เจ้าไม่จัดการพวกเขาจนกระเด็นออกไปก่อนที่จะออกมาเล่า” พูดจบก็ก้าวฝีเท้ายาวไปยังชุนอวี้หว่าน
“ภรรยา สามีผิดไปแล้ว เจ้าให้อภัยสามีเถิด เฮ้อ ภรรยาเจ้าเดินช้าหน่อย”
ชิวจือเว่ยร่ำไห้อย่างน่าเวทนาอยู่ข้างหลัง
หลานเซียวเงยหน้าขึ้นมองป้ายหน้าประตูที่เขียนว่าชุนอวี้หว่านสามคำใหญ่ๆ ทันใดนั้นก็รู้สึกเขินอายขึ้นมา
“ชื่อนี้เจ้าตั้งเองหรือ?”
“ใช่แล้ว เป็นอย่างไรบ้างสามีมีพรสวรรค์ใช่หรือไม่”
“โชคดีที่ชายแก่พวกนั้นไม่ได้รื้อออก ชื่ออย่างกับหอนางโลม”
“เรื่องนี้ภรรยาไม่รู้เสียแล้ว นี่เป็นป้ายชื่อแผ่นที่สี่แล้ว ตอนแรกที่ข้าแขวนขึ้นก็ถูกชายแก่เหล่านั้นรื้อออกโดยทันที แต่ข้าชอบชื่อนี้ ชื่อนี้เพราะมากเพียงใด หลังจากนั้นมาชายแก่พวกนั้นไม่รู้จะทำอย่างไรกับข้า ก็เลยปล่อยไป”
หลานเซียวกลอกตามองเขา จากนั้นเดินก็เข้าไป
“ทำไมวันนี้ภรรยาถึงจำได้ว่าต้องมาหาข้าเล่า?”
“มอบภารกิจให้เจ้า จะทำหรือไม่?”
“ทำๆๆ”
“ข้ายังไม่ทันพูดเจ้าเองก็ตอบรับเร็วเกินไปกระมัง ไม่กลัวว่าข้าจะเอาเปรียบเจ้าหรือ?”
“ต่อให้เอาเปรียบข้า ขอแค่เป็นเรื่องที่ภรรยากำชับมาสามีต้องจัดการให้อยู่แล้ว”
“เช่นนั้นหากข้าให้เจ้าไปตายเล่า?” หลานเซียวนั่งลงบนเก้าอี้ ใช้ท่าทีที่แปลกประหลาดเชิดปลายคางของชิวจือเว่ยที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ
“เช่นนั้นสามีก็ไปตาย ภรรยาถึงสำคัญที่สุด” ชิวจือเว่ยหัวเราะซื่อๆ
ใจของหลานเซียวสั่นสะท้านอย่างไร้เหตุผล
“ช่างโง่เง่าเสียจริง”
“ไฉนเลย สามีออกจะฉลาด เชื่อฟังคำของภรรยาใช่หรือไม่ หึ หึ”
“ฉลาดหรือ? เช่นนั้นเจ้าแสดงออกมาบ้างดีหรือไม่”
“ภรรยาพูดเช่นนี้แล้ว สามีก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ” พูดจบก็อุ้มหลานเซียวขึ้นไปบนเตียง ปลดม่านลง ไม่นานภายในห้องก็อบอวลไปด้วยกลิ่นฤดูใบไม้ผลิ
∗∗∗
“นี่คือภาพวาด ภายในเจ็ดวันให้สร้างอุโมงค์เล่นนี้ออกมา อย่าทำให้หลุดไปถึงคนเขาเทียนปี้และราชสำนัก รอจนอวิ๋นซูแต่งงานเข้าไป นางจะต้องซาบซึ้งต่อเจ้าไปทั้งชีวิต” หลานเซียวใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย ส่งกระดาษม้วนหนึ่งให้ชิวจือเว่ย
“ภรรยาเจ้าพูดอะไร ญาติผู้น้องของเจ้าย่อมต้องเป็นญาติผู้น้องของข้า คิดจะแต่งเจ้าแล้วจะไม่ผูกสัมพันธ์อันดีกับญาติพี่น้องของเจ้าได้อย่างไร”
“หึ หึ ท่านลุงที่เลอะเลือนของข้ายังคิดจะส่งอวิ๋นซูมาแต่งงานกับเจ้าอยู่เลย!”
“เช่นนั้นข้าไม่ต้องการ มีเจ้าก็พอแล้ว”
“ไม่อนุญาตให้เสียใจภายหลังนะ อวิ๋นซูเป็นคนงามที่หาได้ยากทั้งในอดีตและปัจจุบันนะ”
“เรื่องนี้ข้าย่อมรู้เป็นแน่ แต่ภรรยาเจ้าสวยกว่านางอีกนะ”
“พูดจากะล่อนปลิ้นปล้อน”
“นั่นก็เป็นกับเจ้าผู้เดียว”
