Skip to content

A Will Eternal 1018

บทที่ 1018 นครจักรพรรดิขุยที่สิ้นหวัง

ขณะที่บทอมตะมิวางวายผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน สงครามของโลกภายนอก…ยังคงดำเนินต่อไป!

การประหัตประหารบนเกาะทงเทียนก็ยังไม่สิ้นสุดเช่นกัน!

ราวกับว่าโลกทั้งใบล้วนจมจ่อมอยู่กับการเข่นฆ่า บ้าคลั่งเกินจะเปรียบ!

สงครามระหว่างแผ่นดินใหญ่ทงเทียนและแดนทุรกันดารในครานี้แม้จะผ่านมานานหลายปี ทว่าระดับความเหี้ยมโหดทารุณกลับพูดได้ว่าไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลกทงเทียน!

ต่อให้เป็นสงครามสะท้านฟ้าสะเทือนดินในปีนั้นที่นักพรตทงเทียนทรยศราชวงศ์จักรพรรดิขุย จนเป็นเหตุให้ทั้งราชวงศ์ล่มสลาย สุดท้ายได้รับความช่วยเหลือจากคนเฝ้าสุสานจึงหนีเข้าไปตั้งรกรากในแดนทุรกันดาร ทว่าระดับความรุนแรงโหดร้ายของศึกครั้งนั้นก็ยังเทียบครั้งนี้ไม่ติด

แล้วก็ไม่เคยมีสงครามระหว่างนักพรตครั้งไหนที่ในเวลาสั้นๆ จะมีคนตายไปมากมายจนเหนือจินตนาการได้ขนาดนี้!

พื้นดินของแดนทุรกันดารที่เป็นสมรภูมิรบได้ถูกอาบย้อมไปด้วยสีเลือด กลิ่นอายแห่งความตายและกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นแผ่อบอวลไปทั่วทั้งฟ้าดิน…ดูเหมือนว่าต่อให้มีพายุพัดผ่านก็ยังมิอาจพัดให้กลิ่นเหล่านี้เจือจางลงไปได้

ทุกสำนักในแม่น้ำสี่สายของแผ่นดินใหญ่ทงเทียนมีคนตายเกินห้าส่วน…หากไม่เป็นเพราะมีการกำราบจากเทียนจุน อัตราความตายที่น่าตกใจเช่นนี้คงทำให้ความกล้าหาญของนักพรตในสำนักฝั่งแผ่นดินใหญ่ทงเทียนแหลกสลายกันไปนานแล้ว

คนฟ้าทยอยกันตายดับ ตอนนี้จำนวนคนฟ้าในแม่น้ำสี่สายของแผ่นดินทงเทียนลดฮวบหายไปแล้วถึงครึ่งหนึ่ง…แม้ว่าบุรพาจารย์ครึ่งเทพของแม่น้ำสี่สายจะยังไม่มีใครตาย ทว่าอาการบาดเจ็บของพวกเขากลับสาหัสมากขึ้นทุกที

กระนั้นแผ่นดินทงเทียนที่มีคนบาดเจ็บล้มตายไปมากขนาดนี้กลับยังคงความได้เปรียบของสงครามครั้งนี้ พอจะจินตนาการได้เลยว่า…อัตราการบาดเจ็บและล้มตายของฝั่งแดนทุรกันดารคงต้องมากมหาศาลจนทำให้คนสะเทือนขวัญได้เลย!

ชนพื้นเมืองแทบทั้งหมดในแดนทุรกันดารล้วนถูกฆ่าล้างจนหมด…

พระยาสวรรค์เจ็ดส่วนวายชนม์ เจ้าพระยาสวรรค์เกินครึ่งร่างสลายจิตมลาย…

นครทั้งสี่ของสี่ราชาสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ทยอยกันถูกยึดครองและพังถล่มอยู่ท่ามกลางสงครามที่ปะทุเดือด ซึ่งนอกจากกองกำลังของราชาผียักษ์ที่ยังพอจะถือว่าสมบูรณ์แบบแล้ว กองกำลังของราชาสวรรค์อีกสามท่านที่เหลือกลับบาดเจ็บล้มตายกันไปมากถึงแปดส่วน…

ที่ราชาผียักษ์มีความแตกต่างกับราชาสวรรค์อีกสามท่านมากขนาดนี้ สาเหตุหลักก็เป็นเพราะป๋ายเสี่ยวฉุน เพราะเขาไม่เพียงแต่ขัดขวางสงครามระหว่างแม่น้ำทงเทียนสายตะวันออกกับนครผียักษ์ แต่ก่อนหน้าที่จะเข้าไปในสนามรบของนครผียักษ์ เขายังได้สังหารองค์รักษ์ประจำกายเทียนจุนไปสามคน จึงเป็นเหตุให้ค่ายกลแหลกสลาย

ทุกอย่างนี้ล้วนเป็นกุญแจสำคัญ!

ทว่านครและกองกำลังของราชาสวรรค์อีกสามท่านที่พอรบพ่ายแพ้แล้วกลับถูกขัดขวางด้วยค่ายกลจนหนีไม่พ้น จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พวกเขาถูกฆ่าล้างจนแทบจะสูญสิ้น

บัดนี้ในขอบเขตของแดนทุรกันดารอันเป็นที่ตั้งของราชวงศ์จักรพรรดิขุยมีพื้นที่ถึงเก้าส่วนกว่าที่ถูกฝ่ายทงเทียนยึดครองไป ส่วนที่เหลืออยู่ในเวลานี้…จึงมีแค่อาณาเขตที่ตั้งของนครจักรพรรดิขุยแห่งเดียวเท่านั้น!

ตอนนี้ในนครจักรพรรดิขุยได้รวบรวมกองกำลังสุดท้ายของตลอดทั้งแดนทุรกันดารเอาไว้ หากนครจักรพรรดิขุยถูกตีแตกและถูกฆ่าทำลายจนหมดสิ้น นั่นก็หมายความว่าสงครามครั้งนี้จะยุติลง หมายความว่า…สายเลือดของจักรพรรดิขุยจะถูกกวาดล้างอย่างสิ้นซาก!

สี่ทิศรอบนครจักรพรรดิขุยถูกห้อมล้อมอย่างแน่นหนาด้วยนักพรตของสำนักสี่สาย ทว่าในใจของนักพรตทงเทียนส่วนใหญ่กลับเหนื่อยล้าจนมิอาจเหนื่อยล้าไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว

ภายใต้ความเหน็ดเหนื่อยที่ทบทวีอย่างต่อเนื่องนี้ สีหน้าของพวกเขาส่วนใหญ่ล้วนด้านชา…

หลายปีมานี้ฉากความตายขึ้นแสดงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แทบไม่มีใครที่ไม่สูญเสียญาติสนิท มิตรสหาย…ทว่าการบาดเจ็บและล้มตายเหล่าล้วนเป็นเรื่องที่นักพรตของสองฝ่ายรับรู้กันอย่างชัดเจน แต่การตายของป๋ายฮ่าว…กลับไม่มีผู้ใดรับรู้ เพียงแต่ว่า…นาทีที่ป๋ายฮ่าวดับสูญ แม่น้ำอเวจีแห้งขอด วิญญาณทั้งหมดที่อยู่ในนั้นมิอาจเข้าสู่วงจรของวัฏจักรสังสารจึงกรูกันมาอยู่ท่ามกลางฟ้าดิน เป็นเหตุให้มีวิญญาณพยาบาทล่องลอยให้เห็นทั่วทุกที่ในแผ่นดินแดนทุรกันดาร…

พอจะจินตนาการได้ว่า จำนวนมหาศาลของวิญญาณพยาบาทเหล่านี้จะกลายมาเป็นมหันภัยอีกอย่างหนึ่งของโลกใบนี้

และภาพเหตุการณ์ประหลาดนี้…ก็ทำให้ผู้ฝึกวิญญาณส่วนใหญ่ของแดนทุรกันดารพอจะเกิดการคาดเดาที่ทำให้พวกเขาใจสั่นสะท้าน…

“จักรพรรดิหมิงองค์ใหม่…ตายแล้ว!!” การคาดเดานี้ปานประหนึ่งน้ำขึ้นที่ท่วมทับจิตวิญญาณของผู้ฝึกวิญญาณแดนแดนทุรกันดารทุกคน พวกเขาร่างสั่นเทิ้ม หัวใจที่เดิมทีสิ้นหวังอยู่แล้วพลันร่วงดิ่งสู่ความมืดมิด ปานประหนึ่งวันสิ้นโลกที่ฟ้าถล่มดินทลายลงมา ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งครึ่งเทพอย่างต้าเทียนซือก็ยังทุกข์ระทมขมขื่น

หากจะบอกว่าสำหรับตลอดทั้งราชวงศ์จักรพรรดิขุยแล้ว การที่สี่นครของสี่ราชาสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ถูกยึดครอง คนในกองทัพใหญ่ของแดนทุรกันดารเกือบเก้าส่วนล้วนตายดับ หรือแม้แต่การที่นครจักรพรรดิขุยถูกสี่สายของแผ่นดินใหญ่ทงเทียนโอบล้อม…คือหมัดหนักหน่วงหมัดหนึ่งที่ชกเปรี้ยงลงมาบนชะตาชีวิตของพวกเขา ถ้าเช่นนั้น…การสิ้นชีพของจักรพรรดิหมิงก็คือหมัดหนักหน่วงหมัดที่สองที่กระแทกลงมาบนจิตวิญญาณของพวกเขาอย่างแรงจนเกินบรรยาย!

สองหมัดนี้ทำให้ราชวงศ์จักรพรรดิขุยที่เดิมทีก็โยกคลอนอยู่แล้วแทบจะแหลกสลาย…หากเทียนจุนใจกว้างยอมรับการยกธงขาว เกรงว่าจิตใจของพวกต้าเทียนซือที่สิ้นหวังเต็มทีคงหวั่นไหวกันอย่างห้ามไม่ได้

ทว่า…เทียนจุนกลับไม่แยแสชีวิตผู้ใด ยิ่งไม่ยอมรับการสวามิภักดิ์ ที่เขาต้องการก็คือ…ให้ทุกชีวิตในแดนทุรกันดารดับสูญสิ้นซาก แม้แต่ต้นหญ้าก็ไม่เหลือ!

ภายใต้คำสั่งที่ป่าวประกาศมาตั้งแต่แรกเริ่มนี้ บุรพาจารย์ครึ่งเทพของสำนักต้นแม่น้ำสี่สายที่ได้แต่เงียบงันและเหนื่อยล้าก็จำต้องบัญชาการณ์ให้กองกำลังทั้งหมดที่โอบล้อมอยู่รอบนอกนครจักรพรรดิขุยทำการจู่โจมทำลายล้างนครจักรพรรดิขุย…เป็นครั้งสุดท้าย!

ศึกตัดสินเป็นตาย…ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!

เสียงกัมปนาทระเบิดปะทุอยู่นอกนครจักรพรรดิขุยอย่างต่อเนื่อง ม่านแสงคุ้มกันจากสมบัติล้ำค่าของนครจักรพรรดิขุยคอยก่อตัวขึ้นต้านทานวิชาอภินิหารที่พุ่งมาจากสี่ด้านแปดทิศราวกับไม่มีวันสิ้นสุด

ส่วนกองทัพใหญ่ของราชาผียักษ์และสามราชาสวรรค์ที่ยังเหลืออยู่ก็ได้มารวมเป็นหนึ่งกับการป้องกันของตัวนครจักรพรรดิขุยเอง กลายมาเป็นกองกำลังสุดท้ายของนครจักรพรรดิขุย!

เสียงร้องโหยหวน เสียงระเบิดตัวเอง เสียงคำรามคลั่งแค้นดังขึ้นๆ ลงๆ อยู่ในสมรภูมิรบอย่างไม่มีช่วงเวลาหยุดพัก!

กองทัพใหญ่ของศพขุยก็ระดมพลกันออกมาเต็มกำลัง กองทัพแห่งความตายที่เคยสร้างความตื่นตะลึงให้กับแดนทุรกันดารนี้ เมื่อมาอยู่ในสนามรบครานี้กลับกลายมาเป็นกองกำลังที่เล็กกระจ้อยร่อยจนแทบไม่มีค่าพอให้พูดถึง

บนท้องฟ้า ศึกตัดสินระหว่างครึ่งเทพก็ดำเนินไปอย่างบ้าคลั่ง สี่ราชาสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่และต้าเทียนซือที่แม้จะบาดเจ็บสาหัสแค่ไหนก็ยังคงทุ่มสุดชีวิตเพื่อต่อสู้อย่างไม่สนใจสิ่งใด คู่ต่อสู้ของพวกเขานอกจากบุรพาจารย์ครึ่งเทพของสี่สายแล้วยังมีองค์รักษ์เทพที่มาจากเกาะทงเทียนอีกสองคน!

ครึ่งเทพสิบเอ็ดท่านปะทะกันอยู่บนท้องฟ้า พลังของพวกเขาแทบจะทำให้ฟ้าถล่มดินทลาย แทบจะทำให้โลกใบนี้พินาศวอดวาย…

จักรพรรดิขุยยืนอยู่บนยอดตำหนักของวังหลวง ทอดสายตามองไกลไปยังสนามรบด้วยสีหน้าหดหู่ ทว่าในดวงตากลับยังมีประกายความหวังเปล่งวาบขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง เขากำลังรอให้คนเฝ้าสุสานปรากฏตัว

เขาไม่รู้ว่าป๋ายเสี่ยวฉุนเองก็อยู่ในนครจักรพรรดิขุยด้วย เขารู้แค่ว่าคนเฝ้าสุสาน…คือความหวังสุดท้ายของราชวงศ์จักรพรรดิขุย…

ไม่เพียงแต่จักรพรรดิขุยเท่านั้นที่กำลังรอคอย สี่ราชาสวรรค์และต้าเทียนซือที่อยู่บนท้องฟ้าก็กำลังรออยู่เช่นกัน หรือแม้แต่กระทั่งผู้ฝึกวิญญาณทุกคนของแดนทุรกันดารที่อยู่บนสนามรบก็ยังคาดหวัง…

หากจะบอกว่าจักรพรรดิหมิงองค์ใหม่ป๋ายฮ่าวคือแผ่นดินกว้างใหญ่ในใจของราชวงศ์จักรพรรดิขุยและผู้ฝึกวิญญาณทุกคน ถ้าเช่นนั้นคนเฝ้าสุสาน…ก็คือแผ่นฟ้าในใจของพวกเขา!

ขอแค่มีคนเฝ้าสุสานอยู่ ก็ดูเหมือนว่า…ทุกอย่างจะสามารถพลิกผันได้!

ทว่าขณะที่ทุกความหวังของนครจักรพรรดิขุยล้วนไปรวมอยู่บนตัวของคนเฝ้าสุสานนั้นเอง…จู่ๆ นครจักรพรรดิขุยก็สั่นสะเทือนไปทั่วทุกมุม ตามหลังการสั่นสะเทือนก็คือพื้นดินรอบด้านที่สั่นไหวแล้วมีรอยปริแตกเป็นเส้นๆ แผ่ขยาย กลิ่นอายของความตายที่ฟุ้งกระจายออกมา…ล่องลอยไปทั่วโดยมีนครจักรพรรดิขุยเป็นจุดศูนย์กลาง จนกระทั่งแผ่ปกคลุมไปทุกพื้นที่ในแดนทุรกันดาร…

ยังไม่สิ้นสุด การแผ่ขยายนี้ยังลุกลามไปถึงมหาสมุทรทงเทียน…จนกระทั่งตลบอบอวลไปทั่วโลกทั้งใบ…

ภูเขาแต่ละลูกคล้ายสูญเสียเรี่ยวแรงในการประคองตัวจึงพังครืนลงมา เทือกเขาแต่ละเส้นคล้ายสูญเสียความหมายในการดำรงอยู่จึงพลันแตกทลาย…และยังมีผืนป่าหลายแห่งที่พอพื้นดินแตกระแหง ปราณแห่งความตายแผ่อบอวลก็พากัน…แห้งเหี่ยวแล้วป่นปี้กลายเป็นผงคลีในเสี้ยววินาที…

ราวกับว่าบัดนี้แม้แผ่นดินทั้งผืนของโลกจะไม่ระเบิดออก แต่พอเกิดรอยแตกระแหงก็กลับ…มีปราณแห่งความตายเข้มข้นผุดพุ่งออกมา!

ไม่เพียงแต่พื้นดินเท่านั้น ยังมีบนท้องฟ้า…ที่ไม่ว่าจะเป็นแผ่นฟ้าของแดนทุรกันดาร หรือม่านฟ้าของโลกทงเทียน นาทีนี้ก็ล้วน…กลายมาเป็นสีเทาหม่นที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีพลังชีวิตใดๆ หลงเหลืออยู่!

ประหนึ่ง…โลกทั้งใบ กำลังเริ่มเดินไปสู่…ความตาย!!

ไม่ว่าจะเป็นนักพรต คนธรรมดา หรือสิ่งมีชีวิตใดๆ บัดนี้ในใจของพวกเขาก็พลันบังเกิดความไม่เป็นสุขอย่างรุนแรง ราวกับว่าการดำรงอยู่ของบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นได้…หายไปจากโลกใบนี้ตลอดกาลแล้ว…

บนสนามรบของนครจักรพรรดิขุย สีหน้าของนักพรตทั้งสองฝ่ายซีดเผือด พากันหยุดมือ เมื่อเทียบกับสีหน้ามึนงงของนักพรตแผ่นดินทงเทียนแล้ว ผู้ฝึกวิญญาณของแดนทุรกันดารกลับร่างโอนเอน ดวงตาฉายความสิ้นหวังหวาดหวั่น

พวกเขาสัมผัสได้อย่างแจ่มชัดยิ่งกว่า ความเศร้าโศกและหวาดกลัวขุมหนึ่งแปรเปลี่ยนมาเป็นคลื่นพิโรธที่โถมทับจิตวิญญาณของพวกเขาอย่างที่มิอาจควบคุม

“คนเฝ้าสุสาน…ตายแล้ว โลกใบนี้…ตายแล้ว!” ร่างของจักรพรรดิขุยที่ยืนอยู่บนยอดตำหนักสั่นเทิ้มรุนแรง ดวงตาของเขาแฝงไว้ด้วยความเหลือเชื่อ แต่ที่ยิ่งมากไปกว่านั้นคือความสิ้นหวังที่รุนแรงถึงขีดสุด ประกายสดใสทั้งหมดในดวงตาพลันมืดดับ เสียงหัวเราะน่าสังเวชยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ มาถึงท้ายที่สุดร่างทั้งร่างของเขาก็คล้ายหมดสิ้นเรี่ยวแรง เซถอยหลังไปหลายก้าวแล้วกระอักเลือดออกมาคำใหญ่

“จักรพรรดิขุยรุ่นสุดท้าย…คงได้แต่มอดไหม้ไปพร้อมกับนครจักรพรรดิ…” จักรพรรดิขุยหลับตาลง

บนท้องฟ้า ต้าเทียนซือและสี่ราชาสวรรค์หัวสมองขาวโพลน ต่อให้พวกเขาจะรู้ว่าคนเฝ้าสุสานอ่อนแอเต็มที แต่นาทีนี้การตายของคนเฝ้าสุสานก็ยังทำให้พวกเขาสะเทือนใจอย่างถึงที่สุดได้อยู่ดี

โดยเฉพาะ…พอคนเฝ้าสุสานสิ้นลมหายใจ โลกใบนี้ก็เหมือนจะเดินไปสู่ความตายดุจเดียวกัน นี่จึงยิ่งทำให้สีหน้าของพวกเขาหม่นหมองยิ่งกว่าเดิม

ส่วนบุรพาจารย์ครึ่งเทพของแม่น้ำสี่สายซึ่งต่อให้จะไม่สบายใจมากแค่ไหน แต่พอหันมามองหน้ากัน ดวงตาของพวกเขาก็ยังฉายความเด็ดขาด ไม่ลังเลที่จะฉวยโอกาสในยามที่ความกล้าหาญของแดนทุรกันดารลดดิ่งลงเหวมาโจมตีฆ่าล้างต่อไป เพื่อทำภาระหน้าที่ครั้งสุดท้ายของพวกเขาให้สำเร็จ!

ท่ามกลางเสียงเกริกก้อง การสังหาร…ปานประหนึ่งภูเขาถูกพลิกมหาสมุทรถูกคว่ำ ซึ่งพริบตาเดียวก็ถาโถมกลบทับไปที่…นครจักรพรรดิขุย

การป้องกันของนครจักรพรรดิขุยพลันแตกสลาย กำแพงเมืองรายล้อมพังครืนลงมา เมื่อผู้ฝึกวิญญาณของแดนทุรกันดารพ่ายแพ้ถอยร่นกันอย่างหมดอาลัยตายอยาก

นักพรตสี่สายของฝั่งทงเทียนส่วนใหญ่ที่บางทีอาจเป็นเพราะต้องการยุติสงครามครั้งนี้ให้ได้โดยไว ถึงได้บุกโจมตีอย่างเหี้ยมหาญอีกคำรบทั้งๆ ที่เหนื่อยล้าจนด้านชาถึงขีดสุดแล้ว

โดยเฉพาะบุรพาจารย์สี่สายและองค์รักษ์เทพสองคนที่อยู่บนท้องฟ้าก็ยิ่งเป็นเช่นนี้ ท่ามกลางเสียงกัมปนาทที่ครืนครั่นไม่หยุด ราชาสวรรค์ทั้งสี่ต่างก็กระอักเลือด รีบพากันถอยร่นไปพร้อมกับต้าเทียนซือ

เมื่อหมดสิ้นซึ่งความหวัง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสงครามที่ถูกกำหนดมาแล้วว่ามิอาจต้านทาน นอกจากปณิธานที่พังสิ้นไม่เหลือดีแล้ว คนของแดนทุรกันดารที่ยังรอดชีวิตก็มีเพียงแค่ความบ้าคลั่งวิปลาสเท่านั้น

ทว่าวินาทีที่นครจักรพรรดิขุยกำลังจะล่มจม…ทันใดนั้นคลื่นขุมหนึ่งที่ทำให้ฟ้าดินซึ่งกำลังจมดิ่งสู่ความตายอย่างรวดเร็วเกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่อีกครั้งก็พลันระเบิดตูมออกมาจาก…เบื้องใต้แผ่นดินของนครจักรพรรดิขุย!

ในซากปรักหักพังของนครสามชั้นเบื้องล่าง นาทีนั้น

ดวงตาทั้งคู่ของป๋ายเสี่ยวฉุนที่นั่งขัดสมาธิพลัน…เบิกโพลง!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version