Skip to content

A Will Eternal 1062

บทที่ 1062 เกิดเรื่องใหญ่แล้ว…

“หา?” ป๋ายเสี่ยวฉุนอึ้งงันไปเล็กน้อย มองไห่เฉินต้าจุนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ซึ่งตาทั้งคู่แดงก่ำจนสีหน้าเริ่มดุดัน แล้วก็ก้มหน้าลงมองคันเบ็ดตกลงในมือของตัวเองอีกครั้งที่เข้าใจได้ทันใด ไห่เฉินต้าจุนผู้นี้มองต้นสายปลายเหตุออก นึกว่าที่ตนสามารถตกปลามังกรสวรรค์ขึ้นมาได้ ล้วนเป็นเพราะความพิเศษของคันเบ็ดคันนี้

“ไม่เสียแรงที่เป็นครึ่งเทพผู้เชี่ยวชาญด้านการตกปลามานั่งตกปลาอยู่ตรงนี้ได้ร้อยกว่าปี สายตาช่างแหลมคมยิ่งนัก!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนทอดถอนใจอย่างปลงอนิจจัง เพราะสิ่งที่สําคัญที่สุดที่ทําให้เขาตกปลาได้ ก็เพราะกลิ่นอายของยาหลอนประสาทที่อยู่บนตะขอตกปลานี้จริงๆ

“สหายนักพรตป๋ายเจ้าตั้งราคามาได้เลย เบ็ดตกปลาอันนี้ข้าผู้อาวุโสอยากได้มาก!”

ไห่เฉินต้าจุนสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มกลั้นอารมณ์ให้สงบนิ่ง พอเห็นท่าทางลังเลของป๋ายเสี่ยวฉุน เขาก็เริ่มร้อนใจ

หากเปลี่ยนมาเป็นคนอื่น เขาคงแย่งเอามาตั้งนานแล้ว ทว่าป๋ายเสี่ยวฉุนมีฐานะเป็นเจ้าพระยาทงเทียน ไม่ว่าจะเป็นตําแหน่งขุนนางหรือตบะก็ล้วนสูงกว่าตน แม้ว่าเขาจะไม่แยแสสองข้อนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็ยังต้องกริ่งเกรงตัวตนนายแห่งโลกทงเทียนของป๋ายเสี่ยวฉุน

เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงไม่สามารถบีบบังคับอีกฝ่ายได้ ได้แต่ทําให้อีกฝ่ายยินยอมพร้อมใจที่จะซื้อขายกับตนเท่านั้น

และพอได้ยินคําพูดของไห่เฉินต้าจุน ความคิดของพวกคนที่มุงดูอยู่รอบๆ ก็ย้ายมาอยู่ที่คันเบ็ดตกปลา ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าคันเบ็ดนี้มีปัญหา และไม่นานสายตาของพวกเขาก็เริ่มฉายประกายแสงแห่งความปรารถนาอันเร่าร้อน

เพียงแต่หวาดเกรงในฐานะของไห่เฉินต้าจุนจึงลังเลใจอยู่บ้าง ทว่าก็มีนักพรตบางส่วนซึ่งพอเห็นว่าเป็นเช่นนี้ก็รีบหยิบแผ่นหยกออกมาส่งข้อความเสียง รายงานเรื่องนี้ให้แก่ชนชั้นสูงที่หนุนหลังพวกเขาทราบทันที

“สหายนักพรตป๋ายเจ้าเพิ่งมาอยู่ในนครจักรพรรดิเซิ่งได้ไม่นานอาจยังไม่มีเงินให้ใช้จ่ายคล่องมือนัก เอาอย่างนี้…ข้าผู้อาวุโสจะเอาหินผลึกหนึ่งล้านก้อนมาซื้อคันเบ็ดคันนี้ของเจ้า ดีหรือไม่!” ไห่เฉินต้าจุนรีบพูด เขาเองก็กังวลว่าหากยังมัวชักช้า แล้วคนอื่นรู้เรื่องนี้เข้า เกรงว่าคงมีคนมาแย่งชิงกับตน เมื่อถึงเวลานั้น คิดจะเอาคันเบ็ดนี้มาครองอย่างราบรื่นย่อมเป็นเรื่องยาก

“เรื่องนี้ ป๋ายเสี่ยวฉุนลังเลเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากขาย แต่เป็นเพราะเขารู้ดีว่าคันเบ็ดนี้ใช้ไม่ได้ผลแล้ว หากถูกคนซื้อไปก็ไม่สามารถตกปลามังกรสวรรค์ขึ้นมาได้อยู่ดี เขาขายออกไปก็เท่ากับหลอกลวงอีกฝ่าย

ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นคนดียิ่งนัก เรื่องต้มตุ๋นคนซึ่งๆ หน้าแบบนี้ เขารู้สึกทําไม่ลงสักเท่าไหร่

“ไห่เฉินต้าจุน ต่อให้เจ้าซื้อคันเบ็ดนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”

ป๋ายเสี่ยวฉุนถอนหายใจ สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะไม่หลอกตาแก่คนนี้ พอได้ยินเขาพูดเช่นนั้น ไห่เฉินต้าจุนก็ร้อนใจขึ้นมาครามครัน เตรียมจะอ้าปากพูด แต่ป๋ายเสี่ยวฉุนกลับยกมือปรามเอาไว้

ป๋ายเสี่ยวฉุนครุ่นคิดอยู่ครู่ ก่อนจะแผ่ปราณที่ทําให้คนรู้สึกถึงความล่องลอยออกมาพลางเอ่ยเนิบช้า

“ไห่เฉินต้าจุน การตกปลาจะใจร้อนไม่ได้ จําเป็นต้องเข้าใจหลักการที่ว่าได้มาครองเพราะข้าโชคดี สูญเสียไปเพราะชะตาข้าไม่ดี เมื่อรู้หลักการนี้ จิตใจจะได้สงบสุข และเมื่อจิตใจ เข้าใจฟ้าดิน ฟ้าดินยอมรับหมื่นสรรพสิ่ง หมื่นสรรพสิ่งมีปัญญา สรรพชีวิตขานรับตอบสนองกัน ก็ย่อมทําให้ปลามังกรสวรรค์สัมผัสได้ จากนั้นก็จะเป็นฝ่ายกลับมาหาด้วยตัวเอง กลายมาเป็นโชควาสนาที่ได้พานพบ นี่ก็คือชีวิตคน”

“เมื่อคร่นี้เจ้าเห็นว่าข้ากําลังตกปลา แต่ในความเป็นจริงแล้วข้าผู้ป๋ายกําลังตรึกตรองถึงชีวิตคน ที่ปลาพวกนั้นมาหาข้า หาใช่เพราะคันเบ็ดตกปลา แต่เป็นเพราะพวกมันอยากกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของข้า”

ป๋ายเสี่ยวฉุนมือหนึ่งถือคันเบ็ด อีกมือหนึ่งไพล่หลัง ท่าทางปลงอนิจจัง เมื่อคําพูดของเขาดังก้องไปทั่ว ทุกคนที่มุงอยู่รอบด้านก็อึ้งค้างกันไปครู่ใหญ่

ไห่เฉินต้าจุนหน้าดําทันที คําพูดพวกนี้เขาเพิ่งเอ่ยให้ป๋ายเสี่ยวฉุนฟัง ก่อนที่อีกฝ่ายจะตกปลาเพราะอยากวางมาด ตอนนี้พอกลายมาเป็นฝ่ายที่ได้ฟังบ้าง เขาก็รู้สึกเพียงว่าป๋าย เสี่ยวฉุนที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้น่าชิงชังอย่างถึงที่สุด และยิ่งป๋ายเสี่ยวฉุนปฏิเสธเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งดึงดันมากเท่านั้น

“เพิ่มยาปราการเทพอีกสามสิบเม็ด!”

ไห่เฉินต้าจุนกัดฟันพูด เขาต้องได้คันเบ็ดนี้มาครองให้จงได้ ต่อให้จะตกปลามาได้แค่ไม่กี่ตัว เขาก็รู้สึกว่าคุ้มค่าแล้ว

“ไห่เฉินต้าจุน เจ้าซื้อคันเบ็ดนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์จริงๆ แล้วทําไมเจ้าต้องทําให้ข้าลําบากใจด้วยเล่า”

ป๋ายเสี่ยวฉุนปวดหัวอย่างยิ่ง

“ไม่ต้องพูดมาก ต่อให้ไม่มีประโยชน์ ข้าผู้อาวุโสก็จะซื้อ เพิ่มยาแดนเซียนให้เจ้าอีกสิบเม็ด บอกมาคำเดียว จะขายไม่ขาย!”

ดวงตาของไห่เฉินต้าจุนยิ่งแดงก่ำ จ้องป๋ายเสี่ยวฉุนเขม็ง

“เจ้าต้องคิดให้ดีนะ ข้าผู้อาวุโสมีประสบการณ์สูงสุดในราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง เฉินซูเห็นข้าผู้อาวุโสก็ยังต้องเรียกว่าอาจารย์!”

ประโยคนี้คือการข่มขู่อย่างชัดเจน หากเปลี่ยนมาเป็นเวลาอื่น ไห่เฉินต้าจุนไม่มีทางทําเช่นนี้ แต่ตอนนี้เขาร้อนใจมากแล้วจริงๆ

ป๋ายเสี่ยวฉุนได้ยินคําขู่ก็ถลึงตากว้างทันควัน

“ตาแก่ หากคันเบ็ดที่ข้าขายไปใช้ไม่ได้ผล เจ้าอย่าได้มาหาเรื่องข้าเชียว ทุกคนเป็นพยานให้ข้าด้วยนะ!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนแค่นเสียงเย็นอยู่ในใจ ก่อนเอ่ยเสียงดัง

พอเขาตะโกนเช่นนี้ ไห่เฉินต้าจุนก็ลังเลไปครู่หนึ่ง ทว่าพอเห็นความลําพองใจเสี้ยวหนึ่ง ที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของอีกฝ่ายยามที่เห็นท่าทางลังเลของตน เขาก็กัดฟันกรอดทันใด

“ไม่มีปัญหา!” แม้ว่าการแลกเปลี่ยนยาและหินวิเศษด้วยจํานวนเท่านี้จะเป็นเรื่องที่เกินจริงไปบ้างสําหรับครึ่งเทพทั่วไป เพราะนี่แทบจะเป็นทรัพย์สมบัติที่เก็บกันมาครึ่งชีวิตเลยทีเดียว แต่สําหรับไห่เฉินต้าจุนแล้ว แม้จะไม่ใช่ว่าขนหน้าแข้งไม่ร่วงเสียเลย แต่กระนั้นก็ไม่ถึงขนาดส่งผลกระทบต่อรากฐานของเขา เขารีบหยิบถุงเก็บของออกมาทันที หลังจากใส่ของที่จะใช้แลกเปลี่ยนลงไปแล้ว ก็โยนถุงให้ป๋ายเสี่ยวฉุน

ป๋ายเสี่ยวฉุนตรวจสอบดู เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหาก็มองไห่เฉินต้าจุนด้วย สายตาลึกล้ำหนึ่งครั้ง ครั้นจึงส่งคันเบ็ดไปให้ แล้วจึงสะบัดปลายแขนเสื้อเดินออกไปจากวงล้อม กลับไปยังวิหารเซียนของตน

ข้างบ่อน้ำ ไห่เฉินต้าจุนถือคันเบ็ดเอาไว้ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาร้อนเร่า รีบเดินมาหยุดอยู่ตรงตําแหน่งเดียวกับป๋ายเสี่ยวฉุนเมื่อครู่นี้ ลังเลอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็ไม่ตกปลาต่อ แต่หมุนกายจากไป

ทุกคนที่มุงอยู่ต่างก็จับตามองเขาตลอดเวลา พอเห็นว่าไห่เฉินต้าจุนจากไปแล้ว ทุกคนก็เริ่มร้อนใจ แต่ก็ทําอะไรไม่ได้ ได้แต่แยกย้ายกันไป

หลังจากที่เดินเตร่รอบนครจักรพรรดิเซิ่งอยู่รอบหนึ่ง ไห่เฉินต้าจุนก็มาถึงมุมหนึ่งที่ไม่มีคน ครั้นจึงเริ่มตกปลาเงียบๆ มองตะขอเกี่ยวที่จมลงไปในบ่อน้ำ ตอนแรกปลามังกรสวรรค์ยังขยับเข้ามาใกล้อยู่บ้าง แต่ไม่นานก็มองเมิน ไห่เฉินต้าจุนเก็บคันเบ็ดกลับมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาเป็นประกายวาบ

“นึกจริงๆ หรือว่าข้าผู้อาวุโสโง่เง่าปานนั้น เงินทองพวกนั้นไม่นับเป็นอะไรได้ ต่อให้คันเบ็ดนี้จะใช้ไม่ได้ผลแล้ว แต่มันต้องมีปัญหาแน่นอน ในเวลาสั้นๆ อาจยังสืบไม่เจอ ทว่าไม่ช้าก็เร็วต้องรู้ต้นสายปลายเหตุแน่!”

หลังจากที่ไห่เฉินต้าจุนกวาดตามองคันเบ็ด สุดท้ายสายตาของเขาก็ไปตกอยู่บนตะขอ ครั้นจึงหยิบมันขึ้นมาดูใกล้ๆ อย่างละเอียดแล้วเริ่มดม

“มองดูเหมือนปกติ แต่ต้องมีความผิดปกติแน่!?

“แล้วนับประสาอะไรกับที่คนมากมายต่างก็เห็นว่า คันเบ็ดคันนี้สามารถตกปลามังกรสวรรค์ขึ้นมาได้ตั้งสามตัว อีกทั้งยังไม่มีใครมองเห็นว่า คันเบ็ดนี้ถูกใช้เป็นครั้งที่สี่ ถ้าเช่นนั้นก็แค่ใส่อะไรเพิ่มเติมเข้าไปสักเล็กน้อย แล้วเอาไปขายราคาสูงลิบลิ่ว เพื่อให้คนเก็บไว้เป็นของที่ระลึก ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!”

เมื่อไห่เฉินต้าจุนจากไป เมื่อทุกคนพากันแยกย้าย เนื่องด้วยเรื่องนี้มหัศจรรย์มากเกินไป ไม่นานมันจึงเริ่มแพร่ไปทั่วนครจักรพรรดิเซิ่ง คนทั้งราชสํานักต่างก็รู้สึกประหลาดใจกันสุดขีด โดยเฉพาะหลังจากที่ได้ยินว่า ไห่เฉินต้าจุนซื้อคันเบ็ดนั้นไป แต่ละคนก็พลันนึกถึง กุญแจสําคัญของเรื่องนี้ขึ้นมาได้ทันที

แม้แต่จักรพรรดิเซิ่งเองก็ยังได้ยินเรื่องนี้ด้วย เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้ว สําหรับปลามังกรสวรรค์ที่ตัวเองเลี้ยงเอาไว้ เขาย่อมเข้าใจพวกมันดียิ่งกว่าใคร รู้ว่าคําว่าชะตาต้องกันที่ตนเคยพูดไว้บางทีอาจมีอยู่จริง แต่ก็ยากมากที่จะมีชะตาต้องกันกับปลาถึงสามตัวติดกัน

ด้วยความประหลาดใจ ตรงตาของจักรพรรดิเซิ่งพลันเป็นประกายวาบอำนาจจิตขอบเขตบุพกาล พลันแผ่ขยายแล้วผสานรวมสู่บ่อสวรรค์ หลังจากที่กวาดมองผ่านไปตามร่างของปลามังกรสวรรค์พวกนั้น ก็ไม่เห็นว่ามีคลื่นการใช้เวทคาถาใดๆ

อีกทั้งเขายังออกคําสั่งให้ไห่เฉินต้าจุนเอาคันเบ็ดตกปลานั้นมาให้ พอตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ก็ไม่พบเบาะแสอื่นใดเช่นกัน

นี้จึงทําให้จักรพรรดิเซิ่งคลางแคลงใจ เพียงแต่ว่าเมื่อปลามังกรสวรรค์หายไปแค่สามตัว จักรพรรดิเซิ่งมาคิดๆ ดูแล้วก็ไม่ได้ถือสาให้มากความ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสําคัญในการฝึกคาถาแห่งเต๋าอย่างหนึ่งของเขา มิอาจแบ่งสมาธิไปสนใจเรื่องอื่นได้ ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าห้องลับเริ่มปิดด่านฝึกตน

หนึ่งคืนผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ค่ำคืนนี้ป๋ายเสี่ยวฉุนกระวนกระวายเล็กน้อย ทว่าเมื่อรอจนกระทั่งฟ้าสางแล้วก็ยังไม่มีใครมาหาตน ดวงตาของป๋ายเสี่ยวฉุนก็เป็นประกายทันควัน

“ไม่เกิดเรื่องจริงๆ หรือนี่!” ป๋ายเสี่ยวฉุนหัวเราะร่า เลียปากตัวเอง ก่อนจะหยิบเอาหนึ่งในปลามังกรสวรรค์สามตัวมาย่างกิน อีกตัวหนึ่งเอามาต้มกิน ส่วนตัวสุดท้ายจับมาแร่เป็นชิ้นบางๆ กินจนเกลี้ยง…จากนั้นก็เริ่มเข้าฌานฝึกตน จนกระทั่งถึงยามสนธยา เมื่อเขาลืมตาขึ้น ดวงตาก็เป็นประกายวาววับ หยิบคันเบ็ดธรรมดาอีกคันหนึ่งออกไปหาที่เหมาะๆ แล้วเริ่มตกปลาด้วยความฮึกเหิม.

วันนี้ป๋ายเสี่ยวฉุนตกมาทีเดียวรวดยี่สิบกว่าตัว หลังจากที่พวกคนที่มามุงดูยืนอึ้งกันเป็นไก่ไม้ เสียงฮือฮาก็พลันระเบิดก้องราวกับไร้ที่สิ้นสุด

วันที่สาม ป๋ายเสี่ยวฉุนพบว่าไม่มีใครมาห้ามตน ดังนั้นจึงกัดฟันตกมาที่เดียวหนึ่งร้อยกว่าตัว…ขุนนางทั้งราชสํานักครึกโครมกันไปถ้วนทั่ว ทุกคนพากันมาจับตาดูเขา ทว่าจักรพรรดิเซิ่งยังคงปิดด่าน…

จากนั้นวันที่สี่ วันที่ห้า… ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ยิ่งกล้าหาญชาญชัย ปลามังกรสวรรค์ที่ตกขึ้นมายิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรกแค่หนึ่งร้อยกว่าตัว ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นหกเจ็ดร้อยตัวแล้ว!

“สวรรค์ จะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

“เจ้าป๋ายเสี่ยวฉุนผู้นี้ตกปลาไปได้หลายพันตัวแล้ว ทั้งบ่อสวรรค์มีปลาอยู่แค่สองหมื่นกว่าตัวเองนะ!!”

“นี่เขากําลังขุดมุมกําแพงของนครจักรพรรดิเซิ่ง!! ใกล้จะขุดจนกลวงแล้ว!!”

(ขุดมุมกําแพง เดิมหมายถึงการขุดครึ่งล่างของกำแพง เพื่อให้สิ่งปลูกสร้างทั้งหลังเสียสมดุลแล้วล้มครืนลงมา ภายหลัง ใช้เปรียบเปรยว่า โค่นล้ม แซะขาเก้าอี้คนอื่น)

ความเร็วในการตกปลาเช่นนี้แพร่สะพัดไปทั่วราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งราวกับลมพายุที่พัดกระหน่ำ!! เมื่อเป็นอย่างนี้ติดต่อกันนานครึ่งเดือน ลมพายุที่ว่าก็ยิ่งเพิ่มระดับรุนแรงจนถึงขั้นสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ขุนนางบุ๋นบู๊ทั้งราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งต่างก็ตะลึงพรึงเพริดกันอย่างถึงที่สุด แม้แต่เทียนจุนหลายคนก็ยังสูดลมหายใจดังเฮือกด้วยความพรั่นพรึง ทว่าเนื่องด้วยตัวตนของป๋ายเสี่ยวฉุนเปราะบาง ทั้งพวกเขายังมองต้นสายปลายเหตุไม่ออก ไม่สามารถขัดขวางได้ จึงได้แต่แข็งใจบากหน้าไปขอเข้าเฝ้าจักรพรรดิเซิ่ง แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายปิดด่านอยู่ก็ตาม

ท่ามกลางลมพายุที่พัดกระหน่ำลูกนี้ มีเพียงพระยาสวรรค์หลิวคนเดียวเท่านั้นที่ตีอกชกตัว ถอนหายใจยาวเหยียด

“ก็บอกแล้วว่าอย่าหาว่าข้าไม่เตือน!”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version