บทที่ 1072 ดอกบัวเฉาแล้ว
ด้วยความเร็วของเจ้าเต่าน้อยบวกกับฐานะของมันที่อยู่ในราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง ต่อให้เป็นจักรพรรดิเซิ่งเองที่เว้นเสียแต่ว่าจะแผ่อำนาจจิตออกมา หาไม่แล้วก็ยากที่จะจับร่องรอยของเจ้าเต่าน้อยได้
ยามนี้ไม่พูดว่าเทพไม่รู้ผีไม่เห็น แต่ก็แทบจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่นัก ในขณะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เจ้าเต่าน้อยก็ได้มุดเข้าไปในบ่อสวรรค์เรียบร้อยแล้ว เป้าหมายของมันก็คือพวกรากบัวที่อยู่ด้านในบ่อสวรรค์เหล่านั้น!
ตลอดทั้งบ่อสวรรค์มีรากบัวอยู่มากมาย ในฐานะที่เป็นรากฐานของดอกบัว ประโยชน์ของมันคือด้านบนประคับประคองใบบัวและก้านบัว ด้านล่างคอยดูดซับปราณวิญญาณมาจากในบ่อสวรรค์ เป็นเหตุให้ดอกและใบบัวเติบโตงอกงามดี รากส่วนใหญ่ของมันจมอยู่ในโคลนตมใต้น้ำ ส่วนที่อยู่ด้านนอกส่ายไหวโอนเอน
เจ้าเต่าน้อยไม่จำเป็นต้องค้นหาอะไรให้มากมาย เพียงมุดเข้าไปในโคลน ไม่นานนักปากมันก็คาบรากบัวชิ้นหนึ่งที่ยาวหลายจั้งออกมาแล้วตรงดิ่งขึ้นสู่ผิวน้ำทันใด ก็ไม่รู้ว่ามันทำอย่างไร ตอนที่เจ้าเต่าน้อยทะยานขึ้นสู่เหนือน้ำ รากบัวยาวหลายจั้งนั้นถึงได้หายวับไป
ตอนนี้คือยามสนธยาแล้ว แม้ว่าคนในนครจักรพรรดิเซิ่งจะยังมีอยู่ไม่น้อย ทว่ากลับไม่มีใครสนใจเงาร่างของเจ้าเต่าน้อย ไม่นานเจ้าเต่าน้อยก็กลับมาถึงวิหารเซียนของป๋ายเสี่ยวฉุน ตลอดทั้งขั้นตอนนี้มันใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปด้วยซ้ำ
แทบจะชั่วขณะเดียวกันกับที่เจ้าเต่ามาปราฏตัวอยู่ต่อหน้าป๋ายเสี่ยวฉุนเสียงดังปุ้ง ป๋ายเสี่ยวฉุนที่กำลังนั่งทำสมาธิก็พลันลืมตา ดวงตาฉายแววรอคอย
“สำเร็จแล้วหรือ!”
“ยังต้องให้พูดอีกหรือ นายท่านเต่าลงมือเอง มีหรือจะล้มเหลว!” เจ้าเต่าน้อยลำพองใจอย่างถึงที่สุด เพียงขยับตัววูบเดียว รากบัวยาวหลายจั้งชิ้นนั้นก็มาปรากฎอยู่ตรงหน้าป๋ายเสี่ยวฉุน
เมื่อรากบัวเผยตัวก็มีกลิ่นหอมเป็นระลอกแผ่อวลออกมา ป๋ายเสี่ยวฉุนสูดดมทีเดียวก็ให้คึกคักกระปรี้กระเปร่า สัมผัสได้ทันทีเลยว่าปราณวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในของสิ่งนี้ มีมากกว่าในตัวปลามังกรสวรรค์และเม็ดบัวหลายต่อหลายเท่านัก
เพราะอย่างไรซะ…นี่ต่างหากถึงจะเป็นรากฐานของดอกบัว
ด้วยความตื่นเต้น ลมหายใจป๋ายเสี่ยวฉุนถี่กระชั้น ปราดขึ้นหน้าไปคว้ามันเอาไว้ เมื่อโบกมือหนึ่งครั้งดินโคลนที่ติดอยู่บนรากบัวก็พลันหายไป จากนั้นเขาก็อ้าปากแล้วเริ่มกัดแทะมันโดยตรง
เสียงกร้วมดังลั่น ป๋ายเสี่ยวฉุนขม้ำกัดคำใหญ่ เมื่อรากบัวชิ้นโตเข้าไปอยู่ในปากกลิ่นหอมหวานก็อวลไปทั่ว ทั้งยังมีเส้นใยเหนียวๆ เอ่อล้น รสอร่อยของมันทำให้ดวงตาของป๋ายเสี่ยวฉุนยิ่งเป็นประกาย โดยเฉพาะสัมผัสได้ว่าเพียงแค่กินไปคำเดียว กระแสความร้อนก็ผุดขึ้นมาในกาย ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่
“เอาเถอะ ครั้งนี้นายท่านเต่าของเจ้าจะไม่แย่งเจ้าก็แล้วกัน”
เห็นท่าทางตื่นเต้นดีใจของป๋ายเสี่ยวฉุน เจ้าเต่าน้อยก็กระแอมหนึ่งที เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในโคลน มันได้แอบกินไปแล้วบางส่วน และพอพูดจบมันก็พุ่งตัวออกไปจากวิหารเซียนของป๋ายเสี่ยวฉุน แล้วมุดกลับเข้าไปในบ่อสวรรค์อีกครั้ง
พอเห็นว่าเจ้าเต่าน้อยยอมใจกว้างขนาดนี้ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ดีใจอย่างมาก รีบกินเข้าไปอีกหลายคำ แม้ว่ารากบัวนี้จะทั้งหนาทั้งใหญ่ แต่กลับไม่สามารถต้านทานความเร่าร้อนในใจของป๋ายเสี่ยวฉุนเวลานี้ได้ ผ่านไปไม่นานเท่าไหร่นัก รากบัวที่ยาวหลายจั้งก็ถูกเขาเขมือบกลืนไปจนหมด
เมื่อกินรากบัวเข้าไป พวกมันก็หลอมละลายอยู่ในร่างของเขาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็แผ่ปราณวิญญาณที่เข้มข้นออกมาคล้ายกระแสธารจำนวนนับไม่ถ้วน ที่มารวมอยู่ด้วยกันจนกลายมาเป็นแม่น้ำใหญ่ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นมหาสมุทรกว้าง ที่ระเบิดตูมอยู่กลางเส้นชีพจรของป๋ายเสี่ยวฉุน
เสียงตูมๆ ดังสนั่นหวั่นไหว คนนอกไม่ได้ยิน แต่กลับสะท้อนก้องอยู่ในหัวสมองของป๋ายเสี่ยวฉุน ราวกับว่าโลกในจิตวิญญาณของเขากำลังสั่นสะเทือน ลมพัดกระโชกแรง ก้อนเมฆซัดตลบ การโจมตีด้วยปราณวิญญาณระลอกแล้วระลอกเล่า ที่เต็มไปด้วยพลังของการระเบิดทำลายล้าง ปานประหนึ่งน้ำขึ้นที่ซัดโถมครั้งแล้วครั้งเล่า
สุดท้ายก็ม้วนตลบเอาตบะครึ่งเทพขั้นสมบูรณ์แบบของป๋ายเสี่ยวฉุนให้ซัดเข้าหาปราการที่แม้จะมองไม่เห็น แต่กลับสัมผัสได้ถึงปราการนั้น แล้วเริ่มกระแทกโจมตี!
“พลังในรากบัวท่อนนี้เหนือกว่าเม็ดบัวและปลามังกรสวรรค์ทั้งหมดก่อนหน้านี้เสียอีก นี่ก็คือยาฤทธิ์แรงสำหรับการฝ่าทะลุในตอนนี้!”
ใบหน้าป๋ายเสี่ยวฉุนแดงปลั่ง ดวงตาฉายประกายแห่งความคาดหวังอย่างแรงกล้า
เขาต้องการฝ่าทะลุขอบเขตครึ่งเทพเพื่อเลื่อนสู่ขอบเขตเทียนจุนมานานมากแล้ว เมื่อเดินมาทีละก้าว ตอนนี้ในที่สุดก็มองเห็นความหวัง ท่ามกลางความฮึกเหิมนี้ ป๋ายเสี่ยวฉุนพลันหลับตาลง โคจรตบะในร่าง ปล่อยความคิดของตัวเองให้จมจ่อมอยู่กับมัน เพื่อผลักดันกระแสปราณวิญญาณให้พวยพุ่งขึ้นสูง เป็นเหตุให้การโจมตีดุเดือดขึ้นทุกขณะ
เสียงตูมตามเป็นดั่งเสียงสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยงอยู่ในสมองของเขาพร้อมๆ กัน ก่อนจะแผ่กังวานออกไปอย่างต่อเนื่อง ร่างของเขาเองก็สั่นเทิ้มไม่หยุด อีกทั้งรอบด้านยังมีคลื่นของปราณวิญญาณก่อตัวกันขึ้นมา เป็นเหมือนน้ำวนลูกหนึ่ง
เพียงแต่ว่า หากคิดจะฝ่าปราการที่มองไม่เห็นระหว่างครึ่งเทพและเทียนจุนออกไปนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากเกินไป ต่อให้ป๋ายเสี่ยวฉุนจะกินรากบัวเข้าไปทั้งท่อน ก็ยังได้แค่รวบรวมพลังโจมตีเพียงสิบครั้งเท่านั้น
เมื่อเวลาล่วงผ่านและป๋ายเสี่ยวฉุนทำการโจมตีไปแล้วสิบครั้งแต่ก็ยังคงล้มเหลว ร่างของเขาก็สะท้านเยือกขึ้นมา มุมปากมีเลือดสดไหลริน ตอนที่ลืมตาขึ้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้
“เป็นเพราะรากฐานของข้ายังไม่มากพออย่างนั้นหรือ…หรือว่าหากคิดจะพัฒนาวิชาอมตะมิวางวายไปอีกขั้น เป็นเรื่องที่ยากมากเกินไป…”
ป๋ายเสี่ยวฉุนสูดลมหายเข้าใจเข้าลึก ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง หวนนึกถึงตอนที่ตัวเองฝ่าทะลุขั้นเมื่อครั้งเป็นก่อกำเนิดและคนฟ้า ไม่นานป๋ายเสี่ยวฉุนก็เริ่มประจักษ์แจ้ง
การฝ่าทะลุขั้นในอดีตมักจะต้องเกี่ยวข้องกับวิชาอมตะมิวางวายอย่างไม่มีข้อยกเว้นเสมอ ทุกครั้งที่ฝ่าทะลุขอบเขตจะเหมือนการเดินไปถึงหน้าประตูใหญ่ และต้องผลักประตูบานที่อยู่ตรงหน้าออกไป
ทว่าตอนนี้เมื่อสองวิชาอย่างอมตะและมิวางวายฝึกมาถึงขั้นสมบูรณ์แบบ ก็เหมือนว่าได้เดินมาถึงปลายทาง เมื่อไม่มีวิชาอภินิหารช่วงท้ายมาประคับประคองก็เหมือนเขาเดินมาถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทาง สิ่งที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าของเขาจึงไม่ใช่ประตูบานหนึ่งที่ปิดอยู่อีกต่อไป แต่เป็นกำแพงด้านหนึ่ง!
“เป็นกำแพงแล้วอย่างไร ไม่มีประตูก็โจมตีให้มันพังไปเลย!” ป๋ายเสี่ยวฉุนกัดฟันกรอด ดวงตามีเส้นเลือดฝอยปรากฏ หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ติดต่อกันหลายครั้ง ดวงตาของเขาก็ฉายแววเด็ดเดี่ยว
“ทดลองไปทีละครั้งแบบนี้ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง การล้มเหลวในแต่ละครั้งล้วนเป็นการโจมตีร่างกายของข้าเอง ต่อให้มีการฟื้นตัวจากวิชาอมตะมิวางวาย แต่ข้ากลับรู้สึกว่าความเสียหายจากการถูกโจมตีเช่นนี้ ต่อให้ฟื้นตัวกลับมาได้ แต่หากจำนวนครั้งมากเกินไป ย่อมต้องทิ้งภัยร้ายไว้ภายหลังแน่!”
ป๋ายเสี่ยวฉุนพลันแผ่อำนาจจิตออกไป หลังจากติดต่อกับเจ้าเต่าน้อยได้ ก็บอกให้เจ้าเต่าน้อยเอารากบัวมาส่งให้ตัวเองอีกมากๆ ทันที
“คงได้แต่…ทำให้สำเร็จในรวดเดียว เอายาฤทธิ์ร้ายแรงนี้มารวมกัน เมื่อสะสมได้ในระดับที่แน่นอนแล้วค่อยทำการโจมตีเป็นครั้งสุดท้าย!”
ป๋ายเสี่ยวฉุนตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดแล้ว อีกทั้งยังมีความคิดที่จะใช้หม้อลายกระดองเต่าด้วย ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นปลามังกรสวรรค์หรือเม็ดบัว เขาล้วนไม่ได้ใช้หม้อลายกระดองเต่าในการหลอมพลังจิต เพราะอย่างไรซะที่นี่ก็ไม่ใช่โลกทงเทียน แต่เป็นแผ่นดินใหญ่หย่งเหิง จำต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครจับได้ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นช่วงเวลาคับขันจริงๆ หาไม่แล้วถ้าไม่ใช้ได้ย่อมเป็นการดี
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ไม่จู่โจมไปที่กำแพงไร้รูปลักษณ์อีก แต่ใช้พลังทั้งหมดมาฟื้นคืนความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีกำแพงก่อนหน้านี้ ไม่นานนักเจ้าเต่าน้อยก็กลับมา
หลังจากมองเห็นคราบเลือดที่ติดอยู่ตรงริมฝีปากของป๋ายเสี่ยวฉุน มันก็ตระหนักได้ถึงความสำคัญที่รากบัวมีต่อป๋ายเสี่ยวฉุน จึงไม่ได้ถ่วงเวลาต่อรองส่วนแบ่ง แต่หยิบรากบัวท่อนหนึ่งออกมาให้ป๋ายเสี่ยวฉุนโดยตรง
เวลาครึ่งเดือนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ครึ่งเดือนมานี้ป๋ายเสี่ยวฉุนไม่ได้ฝ่าทลายกำแพงไร้รูปลักษณ์นั่นอีก แต่สั่งสมพลังอย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ้าเต่าน้อยก็เอารากบัวมาส่งให้ทุกวัน วันไหนน้อยหน่อยก็เจ็ดแปดราก มากหน่อยก็หลายสิบราก
ไม่จำเป็นต้องให้ป๋ายเสี่ยวฉุนกลืนกิน แค่โยนไปข้างๆ ก็ถูกน้ำวนที่ก่อตัวขึ้นรอบกายเขาบดขยี้จนแหลกละเอียดแล้วดูดซับเอาไป และนั่นจึงเป็นเหตุให้พลังวิญญาณในร่างของป๋ายเสี่ยวฉุน ค่อยๆ ถูกสั่งสมไปถึงระดับสะท้านฟ้าสะเทือนดิน
ร่างกายของเขาเป็นดั่งสายอสนีที่สามารถระเบิดผ่าได้ตลอดเวลา ทำเอาเจ้าเต่าน้อยชาไปทั้งหนังศีรษะในหลายๆ ครั้งที่ได้เห็น
“นายท่านเต่าต้องระวังให้มาก เดี๋ยววันไหนจู่ๆ เขาระเบิดตัวเองขึ้นมา นายท่านเต่าจะซวยร่างแหลกไปด้วย”
ด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงของเจ้าเต่าน้อย มันจึงทำการร่ายตราผนึกบางส่วนที่มันรู้จักไว้รอบกายป๋ายเสี่ยวฉุน ประโยชน์ของตราผนึกเหล่านี้คือ ป้องกันไม่ให้ร่างป๋ายเสี่ยวฉุนระเบิดมาโดนมัน
ทว่ากลับเป็นการอำพรางปราณของป๋ายเสี่ยวฉุนไปในทางอ้อม
ต่อให้มีตราผนึกกั้นขวาง แต่เจ้าเต่าน้อยก็ยังอกสั่นขวัญผวาไม่หาย เพราะในเวลาแม้แต่ตัวป๋ายเสี่ยวฉุนเอง ก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อดูดซับรากบัวพวกนั้นเข้าไป ร่างกายของเขาเริ่มไม่มั่นคงมากขึ้นทุกขณะแล้ว!
ทำเอาเจ้าเต่าน้อยขวัญผวาจนทุกครั้งที่มาก็ได้แต่โยนรากบัวทิ้งไว้ไกลๆ แล้วรีบเผ่นหนีทันที ซึ่งเวลาส่วนใหญ่มันมักจะใช้หมดไปกับการขโมยกินรากบัวในบ่อสวรรค์
ความหอมหวานของรากบัวถูกใจเจ้าเต่าน้อยมากจริงๆ ทุกครั้งจึงอดใจไม่ไหวที่จะกินมากขึ้นอีกหน่อย ไม่พูดว่าเสพติด แต่ก็แทบไม่ต่างกันสักเท่าไหร่นัก
ทว่าดอกบัวของบ่อสวรรค์ ตลอดทั้งแผ่นดินหย่งเหิงก็มีอยู่แค่ดอกเดียว แม้ว่ารากของมันที่เติบโตอยู่ในบ่อสวรรค์จะแผ่ลามไปทั่วจนทำให้มีใบบัวและรากบัวเชื่อมติดกันจำนวนมหาศาล แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดอกบัวนี้มีแค่ต้นเดียวเท่านั้น
หากเจ้าเต่าน้อยกินน้อยสักหน่อยก็ยังพอทำเนา
เพราะการเผาผลาญของป๋ายเสี่ยวฉุนที่เมื่อเทียบกับรากบัวทั้งบ่อแล้ว อาจพูดไม่ได้ว่าน้อยนิดจนเทียบไม่ติด แต่กระนั้นก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรนัก ทว่า…เจ้าเต่าน้อยกลับเสพติดการกินรากบัวอย่างยิ่ง ครึ่งเดือนมานี้มันเอารากบัวไปส่งให้ป๋ายเสี่ยวฉุนประมาณหนึ่งร้อยกว่าราก ทว่าตัวมันเองกลับขโมยกินมากพอหลายพันราก
เมื่อเป็นเช่นนี้…พอสูญเสียพลังวิญญาณจากรากมาหล่อเลี้ยง ใบบัวมากมายในนครจักรพรรดิเซิ่งจึงเริ่มเกิดลางว่าจะแห้งเหี่ยว อีกทั้งตรงริมขอบใบบัวยังเริ่มกลายมาเป็นสีเหลืองแล้วด้วย…
ที่น่าตะลึงที่สุดก็คือดอกบัวอันเป็นที่ตั้งของวังหลวง
ซึ่งเดิมทีหลังจากผ่านเรื่องของปลามังกรสวรรค์ก็เริ่มเอนลงมาเล็กน้อย ตอนนี้ต้องมาเจอกับการทรมาน ทรกรรม ดั่งถอนฟืนใต้กระทะจากเจ้าเต่าน้อยอีก…
ดอกบัวจึงเริ่มค่อยๆ เหี่ยวเฉาแล้วเหมือนกัน…